FootNote:จากกรณี บวรศักดิ์ อุวรรณโณ มาถึงกรณี ปรีดิยาธร เทวกุล
ทำไมสังคมจึงให้ความสนใจกับเหตุผล 8 ข้อที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป
คำตอบ 1 เพราะว่าเป็น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล
คำตอบ 1 ซึ่งสำคัญเป็นอย่างสูงเพราะสถานะของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ถือได้ว่าเป็น “คนใน”
ไม่เพียงแต่เป็น “คนใน” ในรัฐประหารเมื่อปี 2549 หากแต่ยังเป็น “คนใน” ที่ได้รับความไว้วางใจจากคสช.ภายหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 เป็นอย่างสูง
จึงมีสถานะเหมือน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
น้ำหนักแห่ง “คำพูด” หรือ “ข้อเขียน”จาก ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล จึงมีน้ำหนัก
ประชาชนประเมินบทบาทและความหมายจากการแสดงออกโดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ไม่ยิ่งหย่อนไปจากการแสดงออกโดย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ
นั่นก็คือ บทสรุปจาก นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ จากการที่ที่ประชุมสปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญเมื่อเดือนกันยายน 2558
ที่ว่า “เขาอยากอยู่ยาว”
เพียง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ออกมาขมวดเหตุผลของคสช.อันส่งผ่านที่ประชุมสปช.ทุกคนก็ให้ความเชื่อถือ
เพราะเขาไม่เพียงแต่เป็นรองประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) หากเขายังดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อันถือว่าเป็น 1 ใน”แม่น้ำ 5 สาย”
และจากเดือนสิงหาคม 2559 มากระทั่งเดือนเมษายน 2560 และเดือนธันวาคม 2561
“คสช.”เขาก็”อยู่ยาว”จริงๆ
ความเชื่อถือต่อ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นเช่นนี้ ความเชื่อถือต่อ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ก็จากพื้นฐานเช่นนี้
แม้การพูดของ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ คสช.อาจไม่แยแสสนใจเท่าใดนัก เพราะ”อำนาจ”ยังมีอยู่อย่างแข็งแกร่งและมั่นคง
แต่เมื่อมาถึงกรณี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล
เป็นสถานการณ์ในเดือนธันวาคม 2561 เป็นสถานการณ์ที่เหลือเวลาอีกเพียง 2 เดือน วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 อันเป็นวันเลือกตั้งก็จะมาถึง
นั่นย่อมเป็น”วันพิพากษา” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา