โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดร่างการเมือง-ความรักของ "ควีนอลิซาเบธที่ 1" สู่ "แดเนริส" ตัวละครเงาใน Game of Thrones?

ศิลปวัฒนธรรม

เผยแพร่ 23 เม.ย. 2562 เวลา 01.14 น.
(ซ้าย) ตัวละครแดเนริส ทาร์เกเรียน แสดงโดย เอมิเลีย คลาร์ก ภาพจาก YouTube/GameofThrones ภาพวาดสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ ฉลองชัยชนะเหนือกองทัพเรือสเปน

ในประวัติโลกบันเทิงทางโทรทัศน์ของตะวันตกตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนถึงวันนี้ ซีรีส์ Game of Thrones น่าจะเป็นอีกสื่อหนึ่งที่สร้างกระแสและมีบทบาทต่อสังคมและการเมืองอเมริกันมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา แม้แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังต้องทวีตอ้างอิงเนื้อหาเกี่ยวกับซีรีส์นี้ แต่เบื้องหลังซีรีส์อาณาจักรโบราณในจินตนาการนั้นก็มาจากบริบททางการเมืองและเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ด้วยเช่นกัน

ระยะเวลาเกือบทศวรรษที่ซีรีส์นี้เผยแพร่สู่สาธารณะ นักวิจารณ์สื่อบันเทิงและนักประวัติศาสตร์ต่างวิเคราะห์วิจารณ์เรื่องราวและตัวละครที่เชื่อมโยงกันด้วยความสัมพันธ์ที่สลับซับซ้อนชิงรักหักเหลี่ยมตลบหลังกันอย่างดุเดือด ตัวละครมากมายในเรื่องชวนให้นักประวัติศาสตร์นึกถึงเหตุการณ์และบุคคลที่มีตัวตนจริงในหน้าประวัติศาสตร์หลายท่าน และเป็นที่รู้กันว่าการแย่งชิงบัลลังก์กันระหว่างตระกูลต่างๆ นั้น บริบทในสื่อบันเทิงชวนให้นักประวัติศาสตร์นึกถึงสงครามดอกกุหลาบ (Wars of the Roses)

สงครามดอกกุหลาบที่ผู้เขียนนิยายต้นฉบับซึ่งซีรีส์ดังนำไปดัดแปลงนั้นยอมรับว่าเขาได้รับอิทธิพลจากเรื่องราวการแย่งชิงอำนาจระหว่างตระกูลใหญ่หลักๆ ในอังกฤษคือ แลงแคสเตอร์ (Lancaster) กับ ยอร์ค (York) ในช่วงค.ศ. 1455-1485 และมักจบลงด้วยการสังหารหมู่ฝ่ายที่พ่ายแพ้

แต่นอกเหนือจากเรื่องราวการแย่งชิงที่เป็นโครงสร้างหลักแล้ว รายละเอียดเกี่ยวกับตัวละครที่มีบทบาทสำคัญในการเดินเรื่องหลายรายก็มักถูกนำมาเปรียบเทียบกับบุคคลจริง อาทิ แดเนริส ทาร์เกเรียน (Daenerys Targaryen) ที่กำลังกลับมาทวงบัลลังก์คืน มักถูกหยิบยกมาเปรียบเทียบกับเส้นทางของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ

(ก่อนที่ข้อมูลสำคัญจะเปิดเผยในซีซั่น 7) แดเนริส แห่งตระกูลทาร์เกเรียน เป็นผู้สืบสกุลคนสุดท้ายของตระกูลทาร์เกเรียน ขณะที่ควีนอลิซาเบธที่ 1 ทรงเป็นพระราชินีองค์สุดท้ายในราชวงศ์ทิวดอร์ (Tudors) ที่ปกครองอังกฤษ โดยทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากพระนางเจ้าแมรี่ที่ 1

แดเนริส ทาร์เกเรียน จาก Game of Thrones

ก่อนจะว่าถึงร่างต้นฉบับของเงาราชินีของตระกูลทาร์เกเรียนในซีรีส์ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อดัง คงต้องเอ่ยถึงแดเนริส ในฉบับซีรีส์เสียก่อน แดเนริส ฉบับสื่อบันเทิงนั้นกำเนิดขึ้นมาขณะที่พายุกำลังโหมกระหน่ำและมาพร้อมกับการจากไปของแม่ที่เสียชีวิตจากการคลอด หลังกำเนิดมา ชื่อเสียงเรื่องรูปโฉมอันงดงามของเธอก็โด่งดังไปไกลทั่วโลก

ในช่วงวัยเด็ก แดเนริส ต้องใช้ชีวิตอย่างระหกระเหินพร้อมกับวิเซริส (Viserys) ผู้เป็นพี่ชายหลังจากที่ตระกูลทาร์เกเรียนถูกโค่นล้มลง วิเซริส พยายามรวบรวมกำลังขึ้นมาเพื่อกอบกู้บัลลังก์จนทำให้ได้รับสมญานามว่า “กษัตริย์ขอทาน” วิเซริส ร่วมจัดแจงแดเนริส ไปแต่งงานกับหัวหน้านักรบที่โด่งดังของเผ่าโดธรากี หวังอาศัยขุมกำลังของชนเผ่าที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งมาช่วยกู้บัลลังก์

ภายหลังจากเหตุการณ์ที่พลิกผันไปมา แดเนริส ถูกทำนายว่าเธอจะไม่สามารถมีลูกได้อีกแต่เธอกลับได้ “ลูก” เป็นมังกร 3 ตัว และถูกเรียกว่า “แม่” ทั้งจากการควบคุมมังกรในอาณัติ และยังเป็น “แม่” ในเชิงการรับรู้ของเหล่าทาสที่เธอปลดปล่อยระหว่างการพยายามเดินทางไปทวงบัลลังก์คืน

ในแง่คู่แข่งทางการเมืองหรือเส้นทางสู่บัลลังก์ แดเนริส เป็นลูกสาวคนสุดท้อง เธอมีวิเซริส พี่ชายซึ่งเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์ตามสายเลือด ถือเป็นคู่แข่งทางการเมือง (ในทางอ้อม) แต่เมื่อพี่ชายเธอเสียชีวิต และกลายเป็นเธอที่มุ่งสู่เส้นทางทวงบัลลังก์แทน แดเนริส มีคนสนิทรายล้อมข้างกาย และบางรายก็ถูกเขียนให้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งมากกว่าผู้รับใช้

พระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 1 

รายละเอียดเหล่านี้ของแดเนริส มีหลายจุดที่ใกล้เคียงกับควีนอลิซาเบธที่ 1 กล่าวคือ อลิซาเบธ เป็นพระราชธิดาของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 กับแอนน์ โบลีน พระนางได้ขึ้นครองราชย์ระหว่าง ค.ศ. 1558-1603 สืบราชสมบัติต่อจากพระนางเจ้าแมรี่ที่ 1 ซึ่งเป็นพระราชธิดาของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 กับพระนางแคธรีนแห่งอารากอน (สเปน)

แค่ช่วงวัยเด็ก หลังจากการเสียชีวิตของพระมารดา ระหว่างที่มีพระประสูติกาลเจ้าหญิงอลิซาเบธ เจ้าหญิงอลิซาเบธ กลายเป็นพระธิดาที่พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ไม่โปรดปรานในทันที

ก่อนหน้าการขึ้นครองราชสมบัติของพระนางเจ้าแมรี่ที่ 1 กล่าวกันว่า เจ้าหญิงแมรี่ ปฏิบัติต่อเจ้าหญิงอลิซาเบธ ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากโทษว่าอลิซาเบธ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้พระมารดาของพระนาง ตกต่ำและเสียชีวิตในภายหลัง ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องต่างมารดาก็ค่อนข้างซับซ้อน ซึ่งใกล้เคียงกับความสัมพันธ์ระหว่างแดเนริส กับวิเซริส ซึ่งวิเซริส ที่มีนิสัยเย่อหยิ่ง ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองก็ปฏิบัติกับน้องสาวไม่ต่างจากปฏิบัติกับผู้อื่นที่ไม่ค่อยใยดีนัก โดยมักมองแดเนริส ผู้เป็นน้องสาวไม่ต่างจากเครื่องมือเพื่อช่วยให้ตัวเองได้บัลลังก์คืนดังที่กล่าวข้างต้น

ขณะที่ในการรับรู้ของคนทั่วไป คนส่วนใหญ่มักชื่นชอบเจ้าหญิงอลิซาเบธ มากกว่าพระนางเจ้าแมรี่ ดังนั้น เมื่อช่วงเวลา 5 ปีที่พระนางเจ้าแมรี่ครองราชย์สิ้นสุดลง (ค.ศ. 1553-1558) โดยที่พระนางเจ้าแมรี่ไม่มีรัชทายาท บัลลังก์ตกอยู่กับเจ้าหญิงอลิซาเบธ ซึ่งทำให้เจ้าหญิงเหมือนได้รับการปลดปล่อยจากการพันธนาการทางความสัมพันธ์ และขึ้นครองราชสมบัติต่อ พระนางเจ้าอลิซาเบธ ครองราชย์นานถึง 45 ปีโดยพระนางยังเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน (เป็นส่วนใหญ่ในระยะเวลาหนึ่ง)

ช่วงเริ่มต้นสมัยพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 1 ยังถือว่าเป็นการกลับมาของโรเบิร์ต ดัดลีย์ พระสหายในวัยเยาว์ที่กลับเข้ามามีบทบาทในราชสำนักอังกฤษ ก่อนจะพูดถึงความสัมพันธ์เกี่ยวกับคนรอบตัว เรามาว่ากันถึงเรื่องสถานการณ์ทางสังคมและการเมืองในสมัยพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 1 กันก่อน

ในช่วงเวลา 45 ปีนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายประการในอังกฤษ กระทั่งนำอังกฤษเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า “ยุคทองของอังกฤษ” พระนางเจ้าอลิซาเบธยังได้รับขนานนามว่า “Good Queen Bess”

ส่วนหนึ่งที่ทำให้พระนางเจ้าอลิซาเบธ เป็นที่นิยมคือนโยบายด้านการศาสนา กล่าวคือ ในช่วงรัชสมัยพระเจ้าเฮนรีที่ 8 จนถึงพระนางเจ้าแมรีที่ 1 อันกินระยะเวลาสืบเนื่องระหว่างค.ศ. 1547-1558 นโยบายเกี่ยวกับการศาสนาเหวี่ยงดุลอำนาจไปมาระหว่างสถาบันกษัตริย์, นิกายโปรเตสแตนท์ และคาทอลิก ทำให้บรรยากาศทางการเมือง สังคม และศาสนา ในช่วงก่อนที่พระนางเจ้าอลิซาเบธจะขึ้นครองราชย์ แบ่งแยกออกเป็น 2 ฝั่งคือ โรมันคาทอลิก และโปรเตสแตนท์ ช่วงเวลานั้นศาสนามีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตผู้คนมาก เมื่อทั้งสองฝ่ายพร้อมจะแตกหักกันได้ทุกเรื่องย่อมส่งผลต่อบรรยากาศการใช้ชีวิตของคนทั่วไป

ขณะที่พระนางเจ้าอลิซาเบธทรงมีนโยบายสายกลางทางศาสนาตามรอยนโยบายที่พระราชบิดาของพระนางทรงริเริ่มไว้ โดยพยายามผสานเนื้อหาของ 2 นิกายเข้าด้วยกันและให้อยู่ภายใต้กรอบของสถาบันกษัตริย์ของอังกฤษซึ่งจะถืออำนาจสูงสุดในกิจการทางศาสนา เครื่องมือที่สำคัญในการดำเนินการนโยบายคือพระราชบัญญัติ Ornaments Rubric ซึ่งจะรับรองว่าพระนางเป็นผู้ปกครองทางศาสนาสูงสุด (Supreme Governor of the Church)

นโยบายทางศาสนาของพระนางถูกใจประชาชน อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ทำให้ฝ่ายหัวรุนแรงทั้งกลุ่มคาทอลิก และโปรเตสแตนท์ในระดับสภาขุนนางไม่พอใจ แต่เมื่อเหตุการณ์ดำเนินมาถึงปี ค.ศ. 1563 อันเป็นช่วงที่นักประวัติศาสตร์มองว่า ณ เวลานั้น พระนางเจ้าอลิซาเบธทรงหาข้อยุติทางศาสนาจนได้สมดุลระดับหนึ่งแล้ว

นอกเหนือจากการประสานความขัดแย้งทางด้านศาสนา การทำสงครามทางทะเลกับสเปน ในสมัยของพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 1 ก็เป็นอีกช่วงที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลทางทะเลในสมัยพระนาง เมื่อกองทัพเรืออังกฤษมีชัยเหนือกองทัพเรืออาร์มาดา ของสเปนในปี ค.ศ. 1588 ซึ่งว่ากันว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครเอาชนะได้มาก่อน

ในบรรดาบทบาททางการปกครองราชการแผ่นดิน พระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 1 ทรงมีบุคลากรรายล้อมมากมายเช่นเดียวกับแดเนริส แต่ผู้มีถูกเอ่ยถึงมากที่สุดย่อมเป็นโรเบิร์ต ดัดลีย์ (Robert Dudley) พระสหายในวัยเยาว์ และเอิร์ลแห่งเลสเตอร์ ซึ่งถือว่าเป็นคนโปรดที่สุดในรัชสมัยพระนาง เชื่อกันว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่สนิทสนมกันอย่างมาก แต่นักประวัติศาสตร์บางกลุ่มปฏิเสธข้อเสนอที่ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เกินเลยไปกว่า “คนสนิท” แต่ที่คนส่วนใหญ่เห็นตรงกันคือ โรเบิร์ต ดัดลีย์ น่าจะลุ่มหลงพระนางเจ้าอลิซาเบธ อย่างมาก (ทั้งในแง่ตัวพระนางเองและตำแหน่งกษัตริย์) ภรรยายของโรเบิร์ต นามว่าเอมี่ ร็อบสาร์ต หรือเอมี่ ดัดลีย์ ที่ว่ากันว่าเป็นภรรยาจากหญิงสามัญชนที่ภักดีต่อขุนนางหนุ่มก็ต้องถูกทรยศจากสามี อย่างเจ็บช้ำและเสียชีวิตในภายหลังอีกต่างหาก

 

เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ หลายคนน่าจะนึกถึงภาพของเซอร์จอราห์ มอร์มอนต์ (Jorah Mormont) ตัวละครที่ผู้ชมย่อมสังเกตว่า “ลุ่มหลง” ในตัวแดเนริส ผู้เป็นทั้งเจ้าชีวิตและลุ่มหลงใน “ตัว” ของแดเนริส เอง

พระนางเจ้าอลิซาเบธ ยังมีบทบาทในทางการเมืองระหว่างไอร์แลนด์กับอังกฤษ เมื่ออังกฤษเป็นฝ่ายพยายามบีบให้ไอร์แลนด์อยู่ภายใต้การปกครองมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าเฮนรี่ที่ 2 (ค.ศ. 1154-1189) ในช่วงเวลาหนึ่ง พระนางมีผู้ไว้วางพระทัยอีกหนึ่งรายมาแทนที่โรเบิร์ต ดัดลีย์ นั่นคือโรเบิร์ต เดเวโรซ์ (Robert Devereux) เอิร์ลแห่งเอสเสค ที่พระนางรับสั่งให้กู้พระราชอำนาจของพระนางในไอร์แลนด์คืนมา หลังจากกองกำลังอังกฤษพ่ายแพ้ชาวไอริช เมื่อปี 1596

แม้ได้ผลดี แต่ก็ดูเหมือนว่า การลงทุนงบประมาณ 3 ล้านปอนด์และกำลังแรงงานจำนวนมากจะไม่คุ้มค่ากับผลที่ได้รับมาเมื่อแลกกับดินแดนส่วนน้อยที่ยึดครองได้ กรณีนี้ทำให้โรเบิร์ต ไม่ได้เป็นที่โปรดปรานอีก ภายหลังโรเบิร์ต เดเวโรซ์ ก่อกบฏต่อต้านพระนางและถูกประหารในที่สุด

กรณีของโรเบิร์ต เดเวโรซ์ อาจทำให้นึกถึงดาริโอ นาฮาริส (Daario Naharis) นักรบรูปงามที่ลุ่มหลงในแดเนริส เช่นกัน

ในช่วงปลายรัชกาล ความนิยมต่อตัวพระนางเจ้าอลิซาเบธที่ 1 ลดลงอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากสภาวะความขัดแย้งกับสเปน และไอร์แลนด์ ซึ่งผลร้ายมาตกที่ประชาชน พวกเขาต้องเสียภาษีมากขึ้น ซ้ำร้ายยังมีภัยธรรมชาติเข้ามายิ่งทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ไปกว่าเดิม

ช่วงเสื่อมความนิยม-ปลายรัชกาล

สภาพการเมืองในช่วงเวลานั้น สมาชิกผู้แทนราษฎรของอังกฤษกลุ่มหนึ่งที่เป็นพวกญาติพี่น้องบุตรหลานของขุนนางเจ้าของที่ดินในชนบาทซึ่งพลาดการเลือกตั้งในมณฑล เริ่มเสนอตัวเข้ามาทำงาน และพวกเขาเหล่านี้ที่มีฐานะดีอยู่แล้วก็เลือกทำงานเต็มที่ สม่ำเสมอ และทำงานอย่างช่ำชองขึ้นทุกขณะด้วยโดยถือตนว่าเป็นผู้แทนราษฎร มีสิทธิเข้ามาดูแลกิจการบริหารบ้านเมือง ขณะที่พระนางเจ้าอลิซาเบธ ที่มาจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช พระนางย่อมทรงไม่พอพระทัย และความสัมพันธ์กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เริ่มขัดแย้งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ในช่วงเวลาที่สถานการณ์คุกรุ่น พระนางเจ้าอลิซาเบธแสดงให้เห็นถึงจุดแข็งอีกประการคือ พระนางตระหนักดีถึงความจำเป็นในการยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์โดยไม่เลือกแตกหัก แต่ข้อดีก็มีส่วนด้อยในตัวอยู่ด้วย การสั่งสมความขัดแย้งเอาไว้กลับไปปะทุและกลายเป็นสงครามกลางเมืองในสมัยกษัตริย์พระองค์อื่นในเวลาต่อมา

ช่วงปลายรัชสมัยของพระนาง ในค.ศ. 1602 พระนางทรงสูญเสียคนใกล้ชิดหลายรายที่ทยอยลาโลกไปจนส่งผลกระทบต่อพระวรกาย และทรงประชวรต่อเนื่องจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ เมื่อ ค.ศ. 1603 โดยไม่มีรัชทายาท

ดังที่กล่าวไว้แล้วว่า บริบทเหล่านี้ใกล้เคียงกับองค์ประกอบแวดล้อมของตัวละครในซีรีส์ดังในระดับหนึ่ง แต่จนกว่าจะติดตามไปจนถึงบทสรุปในตอนท้ายว่าด้วยเส้นทางของแดเนริส แห่งทาร์เกเรียน เมื่อนั้นคงอาจกล่าวสรุปได้ชัดเจนว่าแดเนริส เป็นเงาร่างของพระนางเจ้าอลิซาเบธ ที่มีผู้ขนานนามพระนางว่า “ราชินีผู้ทรงพรหมจรรย์” เนื่องจากไม่ได้อภิเษกสมรส ในสัดส่วนมากน้อยเท่าใด หรือจะถือว่าถอดแบบมาจากอลิซาเบธที่ 1 (ในแง่ไม่อภิเษกสมรสด้วยไหม) อย่างสมบูรณ์หรือไม่ อย่างไร

อ้างอิง:

สมเกียรติ วันทะนะ. การสร้างระบอบประชาธิปไตยของอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี. กรุงเทพฯ : สมาคมรัฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 2560

ALESI, DANIELLE. “DAENERYS AND ELIZABETH I: ICONIC QUEENS”. History Behind Game of Thrones. Online. 9 OCT 2014. Access 23 APRIL 2019.

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...