โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักรบ “300” ฉบับอยุธยา เมื่อกลุ่มทหารจากปัตตานีพยายามยึดอำนาจกรุงศรีฯ

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 20 มี.ค. 2568 เวลา 03.35 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. 2568 เวลา 00.22 น.
(ซ้าย) เหล่าบริวารแต่งกายอย่างมุสลิมที่ตามมโหสถบัณฑิตออกมาป้องกันเมืองมโหสถ (ขวา) แม่ทัพชาวเปอร์เซีย จิตรกรรมฝาผนังเรื่องมโหสถ พระอุโบสถวัดสุวรรณาราม กรุงเทพฯ

สำรวจบันทึกเรื่องนักรบ “300” ฉบับอยุธยา เมื่อทหารปัตตานี 300 คน พยายามยึดอำนาจในเมืองหลวง ช่วงบ้านเมืองกำลังวุ่นวาย

ในแผ่นดินของพระเทียรราชา พระองค์ต้องทำศึกกับทางหงสาวดีอยู่หลายครั้ง หนึ่งในนั้นก็คือ สงครามช้างเผือก เมื่อพระองค์ได้ครอบครองช้างเผือกถึง 7 เชือก ซึ่งพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับวัน วลิต ได้เล่าเอาไว้ว่า ออกญาพิษณุโลก หรือพระมหาธรรมราชาเป็นคนนำความนี้ไปบอกกับพระเจ้าแผ่นดินแห่งพะโคหรือหงสาวดี โดยอ้างว่า ช้างบางเชือกจับได้ที่ชายแดนเมืองพะโค พระเจ้าแผ่นดินแห่งพะโคจึงทรงสิทธิ์ที่จะเรียกช้างเผือกคืน หากพระเทียรราชาแห่งกรุงศรีอยุธยาปฏิเสธ ก็ย่อมเป็นเหตุในการประกาศสงคราม

พระเทียรราชาทรงปฏิเสธที่จะทำตามคำเรียกร้องของพระเจ้าแผ่นดินแห่งพะโคตามคาด พระเจ้าแผ่นดินแห่งพะโคจึงตัดสินใจทำสงครามกับอยุธยา ตามความปรารถนาของพระมหาธรรมราชา (พงศาวดารฉบับนี้อ้างว่า พระองค์มีความขัดแย้งกับพระเทียรราชา เมื่อพระองค์ทำร้ายพระมเหสีของพระองค์เอง ซึ่งเป็นพระราชธิดาของพระเทียรราชาด้วย)

ฝ่ายพระเทียรราชาเมื่อทรงทราบข่าวก็ทรงตกพระทัยถึงขั้นจะสละราชสมบัติเพื่อออกบวช แต่ถูกฝ่ายขุนนางทัดทานเอาไว้ ด้วยเกรงว่าพระราชโอรสที่จะสืบทอดอำนาจต่อจากพระองค์จะไม่เข้มแข็งพอรับมือกับช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของบ้านเมือง และแนะนำให้รวบรวมกำลังจากหัวเมืองต่างๆ เข้ามาป้องกันการรุกรานของหงสาวดี

โดยหนึ่งในกองกำลังที่เข้าช่วยสนับสนุนกรุงศรีอยุธยาในคราวนี้ก็คือกองทัพจาก “ปัตตานี” ซึ่ง วัน วลิต ได้เล่าเหตุการณ์ในช่วงนี้เอาไว้ว่า

“เมื่อทรงตระหนักว่าจะต้องทำสงครามแน่แล้ว พระองค์ทรงคร่ำครวญด้วยความขมขื่นถึงโชคร้ายของพระองค์ โดยเฉพาะในเมื่อพระองค์ทรงพระประสงค์จะสละราชสมบัติออกผนวชและปฏิบัติหน้าที่ทางศาสนามาหลายปีแล้ว และเมื่อพระองค์ทรงเห็นว่าไม่สามารถจะออกผนวชได้ก็ทรงเตรียมการรบ ทรงมีกระแสรับสั่งให้ปัตตานีส่งกองทัพใหญ่ที่สุดเท่าที่จะเกณฑ์ได้มาช่วย ชั่วเวลาไม่นานนักพระเจ้าแผ่นดินแห่งปัตตานีก็ปรากฏพระองค์ในกรุงศรีอยุธยา พร้อมทั้งกองทัพที่มีทหารอยู่ในวัยหนุ่มแน่น”

แต่การณ์กลับไม่เป็นไปดังหวัง เมื่อกลุ่มทหารจากปัตตานีเห็นโอกาสที่บ้านเมืองกำลังวุ่นวาย จึงหวังใช้กำลังเข้ายึดอำนาจ

“ในเวลานั้นเองพระเจ้าแผ่นดินสยามก็ประชวรกระเสาะกระแสะ และไม่มีความหวังเลยว่าพระองค์จะทรงหายเป็นปกติ ข่าวลือก็ระบาดไปทั่วว่าเมื่อพระเจ้าแผ่นดินสิ้นพระชนม์ลง พระราชโอรสที่ไม่สามารถก็จะขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินแทน เมื่อเห็นสถานการณ์เหมาะเช่นนี้ทหารปัตตานี 300 คนจึงฉวยโอกาส (มีพระเจ้าแผ่นดินรวมอยู่ด้วย) เข้าไปที่พระราชวัง ตั้งใจจะบุกเข้าไปและฆ่าพระเจ้าแผ่นดินและพระราชโอรสเสีย เพื่อจะช่วยให้ชาวปัตตานีได้ครองตำแหน่งสูงสุดในแผ่นดินสยาม”

อย่างไรก็ดี ความพยายามของกลุ่มอำนาจจากปัตตานีต้องประสบความล้มเหลว และถูกฆ่าทิ้งทั้งหมด ทั้งนี้จากการกล่าวอ้างของวัน วลิต ความว่า

คณะขุนนางเห็นพวกปัตตานีที่โหดร้ายใกล้เข้ามาจึงปิดประตูวัง และยืนหยัดสู้ด้วยตนเอง พร้อมทั้งส่งพวกแขนลาย (braspintados ทาสของพระเจ้าแผ่นดิน) ออกไปทางหลังวังและฆ่าพวกปัตตานีในกรุงศรีอยุธยาไม่เหลือแม้แต่คนเดียว”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 12 มกราคม 2561

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักรบ “300” ฉบับอยุธยา เมื่อกลุ่มทหารจากปัตตานีพยายามยึดอำนาจกรุงศรีฯ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...