โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความรู้ใหม่ทางโบราณคดี คนลุ่มน้ำลพบุรี ถลุงทองแดงขายตั้งแต่ 2,500 ปีก่อน

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 08 เม.ย. 2562 เวลา 11.01 น.

ราชอาณาจักรไทยและสาธารณรัฐอิตาลีสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2411 ด้วยการลงนามในสนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพ การพาณิชย์ และการเดินเรือและพัฒนาความร่วมมือด้านต่าง ๆ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ความสัมพันธ์ดำเนินมาครบ 150 ปีเมื่อปีที่ผ่านมา

ความสัมพันธ์ทางการทูตของไทยกับอิตาลีตามมาด้วยความร่วมมือในหลายด้าน ทั้งระดับภาครัฐและภาคเอกชน หนึ่งในนั้นคือความร่วมมือด้านวิชาการโบราณคดีระหว่างกรมศิลปากรของประเทศไทย กับสถาบันอิตาลีเพื่อการศึกษาภูมิภาคตะวันออกแห่งโรม หรือ ISMEO ที่ดำเนินมากว่า 30 ปีแล้ว

ความร่วมมือด้านวิชาการโบราณคดีของสองหน่วยงานระหว่างประเทศเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2531 ในชื่อโครงการโบราณคดีลุ่มน้ำลพบุรี มีความตกลงเพื่อการศึกษาค้นคว้าสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย โดยมีนายโรแบร์โต เคียอารา และนางสาวฟิโอเรลลารีสโพลี เป็นนักโบราณคดีชาวอิตาเลียน และมีรองศาสตราจารย์สุรพล นาถะพินธุ ซึ่งขณะนั้นปฏิบัติงาน ณ หน่วยศิลปากรที่ 1 ลพบุรี เป็นผู้อำนวยการร่วมภาคสนามฝ่ายไทย

ปัจจุบัน (พ.ศ. 2561-2562) ISMEO มีโครงการขุดค้นทางโบราณคดีเพื่อประเมินสภาพแหล่งโบราณคดีโคกพุทรา อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี นายโรแบร์โต เคียอารา และนางสาวฟิโอเรลลา รีสโพลี ร่วมมือกับสำนักศิลปากรที่ 4 ลพบุรี ซึ่งจากการขุดค้นทางโบราณคดีพบว่าแหล่งโบราณคดีดังกล่าวมีอายุสมัยอยู่ในสมัยยุคหินใหม่

เนื่องในวาระที่กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง 150 ปีความสัมพันธ์ไทย-อิตาลี กรมศิลปากรจึงได้นำผลงานวิชาการจากโครงการความร่วมมือนั้น มาจัดนิทรรศการ “150 ปีแห่งความสัมพันธ์ไทย-อิตาลี” และ “ความรู้ใหม่จากการศึกษาวิจัยแหล่งโบราณคดีในลุ่มแม่น้ำลพบุรี” ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี เปิดนิทรรศการเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

นิทรรศการนำเสนอเรื่องราวในคอนเซ็ปต์ที่ว่า โบราณวัตถุเพียงชิ้นเดียว เป็นที่มาของคำถามซึ่งนำไปสู่คำตอบและการค้นพบความรู้ใหม่มากมาย ถ้านักโบราณคดีมองข้ามวัตถุไปเพียงหนึ่งชิ้นก็อาจจะพลาดความรู้ทั้งหมดที่ค้นพบ

พื้นที่ลุ่มแม่น้ำลพบุรีโบราณปรากฏหลักฐานทางโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์กระจุกตัวหนาแน่นเป็นพิเศษ พบแหล่งโบราณคดี 116 แห่งกระจายตัวอยู่แทบทุกส่วนของพื้นที่ ทั้งบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำรอบอำเภอเมืองลพบุรี ต่อเนื่องไปถึงอำเภอตาคลี และอำเภอตากฟ้า จังหวัดนครสวรรค์

การศึกษาค้นพบว่าในพื้นที่ลุ่มน้ำลพบุรีมีหลักฐานการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง จากยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายจนถึงสมัยทวารวดี โดยภาพรวมการศึกษาพบร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยหินใหม่เมื่อ 4,000 ปีมาแล้ว และพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทำโลหกรรมในยุคสำริดมาจนถึงยุคเหล็ก

ยกตัวอย่างความรู้ใหม่ที่ค้นพบจากการศึกษาทางโบราณคดี เช่น ค้นพบเมล็ดข้าวที่เป็นหลักฐานแสดงว่าคนในพื้นที่แถบนั้นรู้จักเพาะปลูกข้าวมาตั้งแต่ 3,400 ปีมาแล้ว แม้การล่าสัตว์หาของป่าจะดำเนินต่อไป แต่ก็เริ่มปรากฏการเลี้ยงวัว เลี้ยงหมู เริ่มมีการนำวัสดุ เช่น หิน ดินเผา กระดูก และเปลือกหอยทะเลมา

สร้างเครื่องมือเครื่องใช้และเครื่องประดับ อย่างที่ได้เห็นขวานหินและภาชนะดินเผารูปแบบต่าง ๆ บางชิ้นปรากฏลวดลายเชือกทาบและลายเขียนสีแดงที่น่าจะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของหมู่บ้านและชุมชนต่าง ๆ ที่มีรสนิยมแตกต่างกัน ซึ่งอาจจะสะท้อนถึงชุดความเชื่อที่แตกต่างกัน

ต่อมาราว 2,500 ปีก่อน เห็นการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคมเกษตรกรรมชัดเจนยิ่งขึ้น มีการเลี้ยงควายเพื่อไถนา มีการนำเหล็กมาทำเครื่องมือเครื่องใช้และอาวุธ ส่วนสำริดนิยมใช้ทำเครื่องประดับมากกว่า นอกจากนี้ยังพบหลักฐานการถลุงทองแดงในระดับอุตสาหกรรม เป็นการผลิตเพื่อส่งออกไปยังชุมชนพื้นที่อื่น ๆ ที่ไม่มีแหล่งทองแดง และต้องแสวงหาทองแดงก้อนจากเทือกเขาวงพระจันทร์เอาไปใช้ทำสำริด เครือข่ายการแลกเปลี่ยนทองแดงในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วยให้บ้านเมืองในเขตลุ่มแม่น้ำลพบุรีเข้าถึงสิ่งของอีกหลายประเภทที่หาไม่ได้ เช่น เปลือกหอยทะเล กระดองเต่า ลูกปัดแก้ว หินคาร์เนเลียน และหินโมรา

ยังมีความรู้ใหม่อีกมากมายที่นักโบราณคดีค้นพบจากการศึกษาทางโบราณคดีในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำลพบุรี โดยความร่วมมือของนักโบราณคดีไทยและอิตาลีดังที่ได้กล่าวไปแล้ว สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

สมเด็จพระนารายณ์ จังหวัดลพบุรี นิทรรศการจะจัดแสดงยาว ๆ เป็นเวลา 1 ปี จนถึงปีหน้าเลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...