เบาใจ แปลว่าอภัยจริง - ดังตฤณ
ยกโทษให้แล้ว
บอกอโหสิไปแล้ว
แต่ไม่อยากเจอ ไม่อยากคบ
ถือว่าอภัยจริงไหม?
คิดว่าอภัยหมดหัวใจแล้ว
แต่วันดีคืนดีสมองก็ขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆขึ้นมา
แล้วกลับแค้นใจ อยากเอาคืนขึ้นมาอีก
อย่างนี้คงแปลว่าไม่มีวันอภัยหมดหัวใจได้จริง?
เลิกรากับคนรักเก่าไปหลายปี
ไม่มีความขุ่นเคืองติดค้าง
แต่บังเอิญเจอควงกับแฟนใหม่แล้วบาดจี๊ด
นึกโมโหรื้อฟื้นเรื่องราวแต่หนหลังวายวอด
แปลว่ายังขุ่นเคืองมาตลอด
ที่แท้แค่ไม่รู้ตัวใช่ไหม?
สารพันข้อน่าข้องใจ
จิตของเราเองแท้ๆ
แต่เรากลับอ่านไม่ออก บอกไม่ถูก
ราวกับจิตเป็นดวงพลังลึกลับ
ที่ไม่มีใครรู้จักมันจริง
แม้จะอยู่ติดตัวทุกคนมา
ตั้งแต่เริ่มมีชีวิตก็ตาม
ก่อนอื่นใด ให้มองว่า
ความคุมแค้น เป็นของหนักอก
ส่วนการอภัย เป็นของเบาใจ
แต่ความเบา
ยังมีเบาหลายแบบ
ทั้งเบาหวิวลิ่วโล่ง
ชนิดไม่เหลือน้ำหนักเลย
กับเบาแบบน้ำหนักหินน้อยลง
ไม่ใช่หินหายไปไหน
เราสั่งให้เกิดอะไรกับจิตทันที
ดังใจอยากไม่ได้
แต่เราสามารถฝึกจิต
ให้เป็นไปตามทิศทางที่ปรารถนาได้
เช่นที่ถ้าต้องการเป็นคนอภัยง่าย
อภัยได้จริง ก็ฝึกสำรวจ
ฝึกวัดน้ำหนักก้อนหินแห่งความเคืองในใจบ่อยๆ
ถ้าเมื่อวานเราตกลงใจ
ให้อภัยเป็นทานแก่ศัตรู
ก็ฝึกดู ฝึกยอมรับตามจริงให้เกิดสติ
ตั้งแต่วาระแรกเลยว่า
รู้สึกเบาโล่งหมดจดในหัวอก
หรือแค่รู้สึก ‘เบาลง’
แบบยังค้างคาอะไรหนักๆอยู่
จากนั้น สังเกตไปเรื่อยๆ
ไม่ตั้งความอยากให้มันเบา
แต่ใส่ใจยอมรับว่ามันยังหนักอยู่แค่ไหน
เอาสเกลใหญ่ก่อน
เมื่อวานนึกถึงแล้วยังหนัก อึดอัดอยู่ไหม?
วันนี้เจอหน้าตัวจริงกลับเบาลง โล่งกว่าเดิม?
จากนั้นไล่ไปสเกลกลาง
ชั่วโมงก่อนหนักไหม?
ชั่วโมงนี้หนักขึ้นหรือเบาลง?
กระทั่งลงมาถึงสเกลเล็กสุด
ลมหายใจก่อนหนักแค่ไหน?
ลมหายใจนี้น้อยลงหรือขยายขึ้น?
คุณจะแปลกใจว่า
สังเกตตามจริงแค่ไม่กี่วัน
จะรู้สึกเหมือนความโกรธ
ความพยาบาท ความผูกใจเจ็บ
จะปรากฏคล้ายวัตถุอะไรก้อนหนึ่ง
ขยายใหญ่ขึ้นได้ กลับหดแคบลงได้
ซึ่งเมื่อถึงจุดของการเห็นมัน
เป็นแค่วัตถุที่ได้แต่แสดงความไม่เที่ยง
ใจจะปล่อย ใจจะเลิกยึด
ไม่เหลือความหนักอีกเลย
อภัยทานที่หมดจดบริสุทธิ์นั้น
ย่อมปรุงแต่งจิตให้สว่างจริง ใสจริง เบาจริง
ความเบาจริงนั่นแหละ
หลักฐานของการอภัยจริง
และหนทางที่จะทำให้เบาจริงแบบนักเจริญสติ
ก็คือเฝ้าดูความไม่เที่ยงของมันไม่กี่วันเท่านั้น
ส่วนที่ว่า เบาจริง ทำไมไม่อยากคบเพื่อนต่อ
เบาจริง ทำไมยังปวดหัวใจตอนเห็นแฟนเก่ากับใคร
อันนั้นเป็นคนละประเด็น
ไม่ได้วัดว่าใจของเรายังหนักเพราะความพยาบาทหรือไม่!