โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่ตลก! จิตแพทย์เด็กชี้ถุงดำคลุมหัวเด็ก อาจกระทบหนักถึงขั้นซึมเศร้า

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 ต.ค. 2563 เวลา 01.54 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2563 เวลา 01.43 น. • The Bangkok Insight

ไม่ตลก! "จิตแพทย์เด็ก" ชี้ ถุงดำคลุมหัวเด็ก ไม่ใช่แค่หยอกเล่น อาจกระทบหนักถึงขั้นซึมเศร้า หยุดแกล้งหรือหยอกให้เด็กกลัว จนทำให้กลายเป็นความทรงจำที่ฝังใจ

เพจ เข็นเด็กขึ้นภูเขา โดย "หมอมินบานเย็น" หรือ คุณหมอ "เบญจพร ตันตสูติ" จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น แสดงความคิดเห็นถึงประเด็นคลิปครูใช้ ถุงดำคลุมหัวเด็ก โดยระบุว่า #ไม่ใช่_แค่หยอกเล่น จากข่าวที่มีคลิปคุณครูเอาถุงดำครอบศีรษะเด็กนั้น บางคนบอกว่ามันอาจเป็นการ ‘หยอกเล่นของผู้ใหญ่’ ไม่ได้จะทำอะไรเด็ก

อย่างไรก็ตาม ถึงจะบอกว่าทำเพื่อ หลอก หรือ หยอกเล่น หรือเพื่อขู่ให้เชื่อฟังบางอย่าง หรืออะไรก็ตามที แต่ถ้าทำให้เด็กรู้สึกกลัว ก็ส่งผลทำให้เกิดผลกระทบทางจิตใจได้ แถมบ่อยๆ ที่เราพบเห็นว่า ความกลัวของเด็กกลายเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ใช้แกล้งหยอกเย้าเด็กด้วยความสนุกสนาน หรือคิดว่า ควรจะขู่ให้กลัวเด็กจึงจะเชื่อ

ถุงดำคลุมหัวเด็ก

แต่จริงๆ แล้ว ความกลัวมีความหมายเสมอ ไม่มีใครชอบความรู้สึกกลัวหรอก ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่

ยิ่งเมื่อความกลัวเกิดขึ้นกับ "เด็กเล็กๆ" ที่การพัฒนาทางความคิดยังไม่ดีเหมือนเด็กโต การแปลความหมายของสิ่งที่รับรู้ยังไม่ถูกต้องตามความจริง ความกลัวก็ยิ่งบั่นทอนความรู้สึก และส่งผลกระทบในระยะสั้นและระยะยาวหากความกลัวนั้นรุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

ตามทฤษฎีของ Piaget พูดถึงเด็กในวัย 2-7 ปีว่าเป็นช่วง Preoperational stage ซึ่งเด็กจะมีลักษณะความคิดที่มีจินตนาการ (fantasy) มาก ความมีจินตนาการของเด็ก เป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ แต่บางครั้งการที่ยังแยกแยะเรื่องจริงกับจินตนาการไม่ได้

เด็กเล็กๆ จึงมักมีความกลัวบางอย่างที่ผู้ใหญ่รู้สึกว่า ไม่มีเหตุผล ความกลัวของเด็กนั้น แม้จะดูไร้สาระในสายตาของผู้ใหญ่แต่มันก็มีความหมายและควรให้ความสำคัญ เช่น เด็กบางคนกลัวว่าเวลานั่งโถส้วมจะถูกดูดลงไปในโถ เด็กบางคนคิดว่าใบกล้วยนอกหน้าต่างตอนกลางคืนเป็นมังกรยักษ์ในนิทาน ฯลฯ

เวลาที่ผู้ใหญ่หลอกอะไรเด็กเล็ก หรือขู่ให้กลัว เด็กก็มักจะปักใจเชื่อจริงๆ เช่น มีแม่คนหนึ่งขู่เด็กว่าถ้าเป็นเด็กดื้อเดี๋ยวแม่จะออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่น ตั้งแต่นั้น เด็กก็ไม่ยอมไปโรงเรียน เพราะกลัวว่าแม่จะหนีจากเขาไป

ยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัย หรือ สวัสดิภาพของตัวเองกับคนที่เขารัก เช่น พ่อแม่ เด็กจะกลัวมากขึ้นเป็นหลายเท่า บางครั้งความกลัวก็ทำให้เด็กฝันร้าย นอนไม่หลับ

แม้จะไม่มีเหตุผลนัก แต่ความกลัวของเด็กก็มีอยู่จริง และมันอาจจะส่งผลกระทบกับเด็กบางคนจนกระทั่งเป็นผู้ใหญ่ เช่น ผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เป็นโรคกลัวที่แคบ เมื่อย้อนประวัติไปในวัยเด็กก็พบว่า ตอนเล็กๆ ถูกพ่อแม่ขังไว้ในห้องเก็บของมืดๆ แคบๆ อยู่หลายชั่วโมง
ผู้ใหญ่บางคนคิดว่า การแกล้งเด็กเป็นเรื่องสนุกขำขัน แล้วก็ให้เหตุผลว่า "ก็เขายังเด็ก ไม่รู้เรื่องอะไรหรอก"

ผู้ใหญ่หลายคนรักและเอ็นดูเด็ก แต่ผู้ใหญ่น้อยคนที่มีความละเอียดอ่อนกับความคิดความรู้สึกของเด็ก

บางคนอาจจะบอกว่า ตอนที่เป็นเด็กไม่เห็นคิดอะไรมากมายอย่างที่หมอพูดเลย ก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะเด็กแต่ละคนต่างกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ถ้าตอนคุณยังเป็นเด็ก ไม่กลัวอะไรแบบนี้ เด็กคนอื่นก็ต้องไม่กลัวเหมือนคุณ

ความกลัวถ้าเกิดขึ้นรุนแรงและบ่อยครั้งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางใจ มีผลกระทบกับความรู้สึกไม่เชื่อมั่นในตัวเอง การมองโลกในแง่ร้าย ภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า หยุดแกล้งหรือหยอกให้เด็กกลัว จนทำให้กลายเป็นความทรงจำที่ฝังใจเลย โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนที่เด็กรักและเชื่อใจ

และถ้าอยากให้เขาเป็นเด็กดีให้เขาเชื่อฟัง อยากเล่นกับเขา อย่าใช้วิธีข่มขู่หรือหยอกเล่นให้เด็กกลัวเลย เล่นกับเขาดีๆ หรือบอกเขาตรงๆ ว่า ผู้ใหญ่อยากให้เขาทำอะไร ตรงนั้นจะดีกว่า และจะทำให้สัมพันธภาพในระยะยาวดีด้วยค่ะ

ถุงดำคลุมหัวเด็ก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ประธานเครือข่ายรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วยพ่อแม่ผู้ปกครองหลายรายเดินทางเข้าแจ้งความเอาผิดต่อครูประจำชั้นและครูพี่เลี้ยงของโรงเรียนสารสาสน์วิเทศราชพฤกษ์ พร้อมดูกล้องวงจรปิดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของ สภ.ชัยพฤกษ์ ที่เป็นภาพขณะครูอิง ครูพี่เลี้ยง กำลังใช้ถุงดำคลุมหัวน้องวิน นักเรียนชั้นเนอร์สเซอรี ห้อง A โดยมีครูประจำชั้นคือ ครูแพรว และครูพี่เลี้ยงอีกคนในห้องเรียนยืนดูหน้าตาเฉย

ซึ่งคลิปนี้สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้เป็นพ่อแม่และคนที่เห็นเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่คิดว่านอกจากครูจุ๋มแล้วยังมีครูคนอื่นๆ อีกหลายคนที่ทำร้ายเด็กอนุบาล ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กชั้นเนอร์สเซอรีซึ่งเป็นเด็กเล็กก่อนวัยเรียน

นายอดิศักดิ์ เกียรติพนมแพ อายุ 43 ปี พ่อของน้องวิน กล่าวว่า ภาพในคลิปเจอเหตุการณ์ 3 วัน ครั้งแรกที่เจอรุนแรง คือ จับเด็กลาก และตี จนร้องไห้ไม่หยุด เขาอาจจะรู้มุมกล้องเลยจะเห็นภาพอยู่บริเวณใต้กล้อง เหตุการณ์ต่อเนื่องคือเขาเอาถุงดำคลุมตัวน้อง มีคนทำ 2 คน คนอื่นเห็นก็หัวเราะกัน ผมก็ไม่เข้าใจว่าคิดอะไรกันอยู่ มีอีกวันเจอเหตุการณ์หลังเลิกเรียน น้องโดนจับทุ่มลงพื้น กระแทกลงไป แล้วล็อกคอด้านหลัง กดให้นอนลงกับพื้นโดยเอามือมาปิดหน้าหรือปิดปากไม่แน่ใจ และเอาเข่ามาล็อกตัวน้อง

ซึ่งเป็นภาพเพียง 2 วัน และน้องอยู่แค่เนอร์สเซอรีเอง น้องไม่เคยบอก อาจจะเพราะว่าไม่รู้ว่ามันคือความรุนแรง คนที่ทำคือเช่อร์อิง และเช่อร์แพรว ผมก็ไม่รู้ว่าเขาอาฆาตอะไรขนาดไหน เคยเห็นร่องรอยแต่ไม่คิดว่าครูทำ คิดว่าเด็กเล่นกัน แกล้งกัน เคยเห็นรอยช้ำ แต่ไม่เคยถ่ายรูปเพราะไม่คิดว่าลูกโดนทำร้าย ภาพที่เห็นในคลิปมีเช่อร์แพรวกระชากหัว ลากตัว หิ้วไปมา มีตีด้วย ส่วนเช่อร์อิงใช้ถุงดำคลุม มีอีกคนที่ช่วยกันแต่ไม่ทราบว่าคือใคร

https://www.facebook.com/kendekthai/photos/a.605804576125399/3513399978699163/

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...