พระราชกรณียกิจที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำเพื่อชาวไทย
ทันข่าว Today
อัพเดต 26 ต.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 26 ต.ค. 2563 เวลา 00.00 น. • ทันข่าว Channel“ที่ของข้าพเจ้าในโลกนี้” คือ การที่ได้อยู่ท่ามกลางประชาชนของข้าพเจ้า นั่นคือ “คนไทยทั้งปวง”
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ แห่งมหาจักรีบรมราชวงศ์
น้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ต้นแบบของนักทำงาน
เนื่องในวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคต ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ขอรวบรวมพระราชกรณียกิจและโครงการต่างๆ เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระองค์ในฐานะทรงเป็นแบบอย่างแก่พวกเราทุกคน
โครงการกังหันน้ำชัยพัฒนา
จากปัญหาน้ำเน่าเสีย มลพิษทางน้ำที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ จึงได้มีการประดิษฐ์เครื่องเติมอากาศ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ซึ่งจะเป็นตัวต้นแบบสิ่งประดิษฐ์ในการพัฒนาเพื่อแก้มลพิษทางน้ำและบำบัดน้ำเสีย โดยมีการสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2532
โครงการฝนหลวง
เนื่องจากหลายพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำในการอุปโภค บริโภคในชีวิตประจำวัน ตลอดจนไม่มีน้ำในการทำการเกษตร จึงได้ทรงคิดค้นวิธีการที่จะทำให้ฝนตกนอกฤดูกาล โดยใช้เทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยจนเกิดเป็นโครงการฝนหลวง
โครงการแก้มลิง
พระองค์ทรงริเริ่มโครงการนี้ขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่ชาวบ้านพบเจอมาเป็นระยะเวลานานนั่นคือ น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรเสียหาย และมีน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการในหน้าแล้ง
พระองค์จึงพยายามหาวิธีแก้ไข โดยสังเกตจากลิง เมื่อมันได้กล้วยมา มันก็จะปลอกกล้วยเข้าปากทันที แล้วนำกล้วยนั้นไปตุนเก็บไว้ที่กระพุ้งแก้มจนเต็ม และเมื่อถึงเวลาหิว มันก็จะนำออกมาเคี้ยวในภายหลัง ด้วยเหตุผลนี้พระองค์ทรงมีรับสั่งให้กรมชลประทานจัดทำแก้มลิงขึ้นในหลายจังหวัด ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดอื่นๆ อีกหลายแห่ง นับว่าโครงการแก้มลิง ถือเป็นอีกโครงการสำคัญที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของคนไทยมาจนถึงทุกวันนี้
โครงการแกล้งดิน
เมื่อครั้งที่เสด็จเยี่ยมราษฎรในจังหวัดนราธิวาส ทรงทอดพระเนตรเห็นว่าพื้นที่ส่วนมากเป็นดินเปรี้ยวจัด ทำการเกษตรไม่ค่อยได้ จึงทรงมีพระราชดำริให้แก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวด้วยการ “แกล้งดิน” คือ ขังน้ำไว้ในพื้นที่ก่อน จนเกิดปฏิกิริยาทางเคมี ส่งผลให้ดินเปรี้ยวจัด แล้วค่อยระบายน้ำออก เมื่อระบายน้ำออกแล้ว ให้นำปูนขาวมาปรับสภาพดิน เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้ดินในการเพาะปลูกได้
เศรษฐกิจพอเพียง – เกษตรทฤษฎีใหม่
พื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลายพื้นที่สามารถปลูกข้าวได้เพียงปีละครั้ง และปลูกพืชได้ชนิดเดียว บางปีก็แห้งแล้งมาก จึงทรงมีพระราชดำริแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” โดยทรงให้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน ตามอัตรา 30-30-30-10 เพื่อขุดเป็นสระกักเก็บน้ำ 30% ปลูกข้าวในฤดูฝน 30% ปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชผักสมุนไพร 30% และเป็นที่อยู่อาศัยอีก 10% ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้จากพื้นที่ซึ่งได้รับการจัดสรรอย่างเป็นประโยชน์