โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

หนุ่มร้องโดนต่อยหน้าจนต้องควักลูกตาทิ้งคดีไม่คืบ ใช้ชีวิตสุดลำบากหาเลี้ยงเมีย-ลูก3ขวบ

Khaosod

เผยแพร่ 20 ก.ย 2560 เวลา 06.01 น.

หนุ่มระยองร้องถูกอดีตพนง.ในบริษัททำร้ายใช้สนับมือต่อยจนต้องควักลูกตาไปหนึ่งข้าง ผ่านมา 8 เดือนคดีไม่คืบหน้า ตำรวจเผยส่งเรื่องฟ้องไปยังศาลตามขั้นตอนแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการของชั้นศาล ขอให้มั่นใจดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนายประพันธ์ ราชป้องขัน อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 ม.3 ต.กระเฉด อ.เมือง จ.ระยอง กรณีที่ถูกนายเอส อายุ 25 ปี ทำร้ายจนตาด้านซ้ายแตก แพทย์ต้องควักลูกตาซ้ายออกไป จนกลายเป็นคนพิการสูญเสียดวงตาไปหนึ่งข้าง ผ่านไป 8 เดือน คดีไม่คืบหน้า

นายประพันธ์ ผู้เคราะห์ร้าย เปิดเผยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า สำหรับสาเหตุที่ทำให้ตนต้องสูญเสียดวงตาซ้ายไป เกิดขึ้นเมื่อกลางดึก วันที่ 31 ธ.ค.59 ในงานเลี้ยงของบริษัทในพื้นที่ ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง ที่ตนเองทำงานเป็นพนักงานขับรถอยู่ มีอดีตพนักงานชื่อนายเอส อายุ 25 ปี เข้ามาร่วมงานด้วยจนงานเลิก แต่นายเอสยังคงเปิดเพลงในรถยนต์ส่งเสียงดังรบกวน ตนจึงเดินไปบอกว่างานเลิกแล้วให้ปิดเพลงด้วย เพียงเท่านั้นนายเอสซึ่งอยู่ในอาการเมาได้ปรี่เข้ามาพร้อมใช้สนับมือ ชกเข้าที่ตาซ้ายตนอย่างแรงจนตนล้มลง รู้สึกปวดที่ตาซ้ายมาก และมีเลือดไหลออกมาจำนวนมากจนไม่สามารถเปิดตาซ้ายได้ จึงพยายามพยุงตัวขึ้นเพื่อไปขอความช่วยเหลือกับเพื่อนร่วมงาน เป็นจังหวะที่นายเอสขับรถออกไปทันที

ต่อมาเพื่อนร่วมงานนำตัวส่งรพ.ระยองรักษาบาดแผลทันที ผลการตรวจของแพทย์ระบุว่า ดวงตาซ้ายถูกของแข็งกระแทกอย่างแรง จนตาดำแตกจำเป็นต้องนำตาดำที่แตกออกทั้งหมด เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ ทางครอบครัวจึงเซ็นยินยอมให้แพทย์รักษาต่อไป

นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า ผ่านมา 8 เดือน ปัจจุบันตนต้องกลายเป็นคนพิการสูญเสียตาซ้ายไป แผลที่ตาก็ยังมีความเจ็บปวดอยู่บ้างครั้ง มีน้ำตาไหลเป็นประจำ ใช้ชีวิตลำบากมาก แต่ยังโชคดีหลังจากที่บาดแผลดีขึ้นทางที่ทำงานเก่ายังคงให้ทำงานต่อไป จึงยังสามารถมีเงินเลี้ยงดูภรรยาและบุตรที่อายุเพียง 3 ขวบ

“สำหรับการที่เข้าร้องเรียนในวันนี้ อยากขอความเป็นธรรมและสอบถามเรื่องคดีว่าไปถึงไหนแล้ว เพราะที่ผ่านมาไม่ใครติดต่อมาเลย ผมเองต้องเสียค่ารักษาพยาบาลด้วยตัวเอง ผู้ที่กระทำไม่เคยมาเหลียวแล จึงต้องการสอบถามความคืบหน้าเรื่องคดี เพราะผู้ที่ทำร้ายผมยังคงลอยนวลอยู่ในสังคม เสมือนไม่มีความผิด” นายประพันธ์ กล่าว

ด้าน น.ส.รำไพ ราชป่องกัน อายุ 44 ปี น้องสาวผู้เคราะห์ร้าย เปิดเผยว่า ตนเคยไปสอบถามเรื่องคดีกับทางร้อยเวรเจ้าของคดี เพื่อติดตามความคืบหน้า ซึ่งได้รับคำตอบว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย และมีคนมาติดต่อขอไกล่เกลี่ยคดี โดยทางผู้ต้องหาเสนอเงินหลักหมื่นเพื่อขอให้จบเรื่องคดี แต่ทางตนและครอบครัวไม่ยอม เพราะดวงตาข้างหนึ่งของพี่ชายที่ต้องกลายเป็นผู้พิการไป เพราะการกระทำอันโหดเหี้ยม คงต้องการให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และที่มาร้องเรียนก็เพื่อให้มีการดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา เพราะทางผู้ต้องหามีญาติที่มีอิทธิพลในพื้นที่ จึงต้องการขอความเป็นธรรม

ขณะที่ พ.ต.อ.วรวุฒิ ชัยเจริญ ผกก.สภ.กร่ำ อ.แกลง ระยอง กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ร.ต.อ.จินตศักดิ์ สุขแก้ว ร้อยเสร เจ้าของคดีดังกล่าว ได้ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย โดยนายเอส อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาเดินทางมามอบตัว เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและมีการสอบพยานในที่เกิดเหตุ จนมีการส่งฟ้องศาลไปตามเวลาที่กฎหมายกำหนด

ขณะนี้เรื่องอยู่บนชั้นศาล จะนัดสอบพยานอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 จึงขอให้ทางผู้เสียหายสบายใจได้ เพราะทางตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนและมีการดำเนินคดีกับนายเอสในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนอาการสาหัส ส่วนเรื่องค่าเสียหายทางผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องทางแพ่งได้อีกทางหนึ่ง เพื่อเป็นค่าเสียหาย ก็ขอให้มั่นใจเพราะตำรวจดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา มีการดำเนินการทันทีหลังได้รับแจ้งความ ซึ่งตนก็กำชับให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย เพราะเป็นการกระทำที่โหดร้ายและรุนแรงเกินกว่าเหตุ

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...