อีกปีกำลังจะผ่านไป เราเรียนรู้อะไรกับตัวเองบ้าง - เพจบันทึกนึกขึ้นได้
เรียกว่าเป็นธรรมเนียมกันแล้ว ที่พอเข้าช่วงเดือนสุดท้ายของปี
ใครหลายๆ คน ก็มักจะมานั่งย้อนดูว่า 11 เดือนที่ผ่านมา เราได้ทำอะไรไปบ้าง อะไรบ้างที่วางแผนไปแล้วได้ทำ อะไรบ้างที่วางไว้ตั้งหลายปี แต่ก็ยังไม่ได้เริ่มทำสักที
ผมก็เป็นคนนึงที่ชอบสรุปชีวิตตัวเองทุก ๆ ปี
จะว่าไปแล้ว มันไม่ต้องรอสิ้นปี แล้วเรามานั่งสรุปตัวเองก็ได้นะ
เพราะบางเรื่อง มันก็ช้าเกินไปที่จะมารู้ตัวกันเอาตอนที่มันจะหมดปี
บางทีเราก็ต้องประเมินตัวเอง สรุปตัวเอง ทุก ๆ เดือน
ทุก ๆ ไตรมาส ว่าชีวิตกำลังเดินไปตามที่ตัวเองต้องการมั้ย
ฟังแล้วดูซีเรียส ๆ ใช่มั้ยครับว่า จะเอาอะไรกับนักหนา
ทำไมมานั่งคิด นั่งสรุปอะไรพวกนี้ด้วย
ส่วนตัวผมมองว่า มันเป็นเรื่องจำเป็นนะ
เพราะมันจะได้ทำให้เรารู้ตัวอยู่ตลอดเวลาว่า
ตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่กำลังทำตามความฝันตัวเองอยู่ใช่มั้ย
หรือกำลังเหนื่อยอยู่บนความฝันของคนอื่น
กำลังเหน็ดเหนื่อยกับอะไรที่จริง ๆ แล้ว
ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับความก้าวหน้าของชีวิตตัวเองเลย
การได้ลองนั่งเงียบ ๆ
จดหรือเขียนสิ่งที่ตัวเอง พบเจอ แล้วก็สิ่งที่ได้เรียนรู้กับมัน
อาจทำให้เราได้มีสติ ฉุกคิด แล้วก็ตั้งหลักได้ใหม่ ในกรณีที่ทิศทางมันผิดที่ผิดทางจริง ๆ
สำหรับบทนี้ก่อนสิ้นปี ผมเลยอยากมานั่งคิด นั่งเล่าให้คุณอ่านกันว่า
ปีนี้ผมทำ ผมผ่านอะไรมาบ้าง แล้วมัน Relate กับคุณบ้างมั้ย
หรือเราได้เรียนรู้ในเรื่องที่คล้ายๆ กันรึเปล่า ยิ่งถ้าคุณมีมุมมองที่ไม่เหมือนผม
แล้วแวะเข้ามาเล่าให้ฟังกันต่อ ก็จะดีมากเลย
1.
สิ่งแรกที่ผมนึกได้เมื่อลองมานั่งคิดว่า ปีที่กำลังจะผ่านไป ผมเรียนรู้อะไรกับตัวเองบ้าง
นั่นก็คือ ผมคิดไม่ออกเลย
อ้าววว..
มันเหมือนมีคนหยิบไมค์มาจ่อปากคุณแล้วถาม คุณ ๆ ปีนี้มึงเรียนรู้อะไรบ้าง
เราก็อาจจะช็อคไมค์ไปแปปนึง แล้วรู้สึกขึ้นมาว่า
เออวะ นึกไม่ออกเลย
พอหลังจากนั้นแปปนึง มันก็มีอีกความคิดแว้บมาต่อว่า
หรือจริง ๆ แล้ว เราแทบไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยมากกว่า
ถึงแม้ว่าจะเป็นปีที่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในชีวิต รอบ ๆ ตัว
เล็กน้อย ยิ่งใหญ่ไปจนถึงระดับโลก
ผมก็ยังรู้สึกว่า มันเป็นอีกปีที่ผมยังทำผิดกับเรื่องเดิม ๆ แบบที่เคยได้เรียนรู้กับมันไปแล้ว
ผมยังเป็นคนขี้โมโหเหมือนเดิม แถมปีนี้ เป็นปีที่ผมอารมณ์ร้อนกว่าปีก่อน ๆ อีกด้วย
หงุดหงิดง่าย ขึ้นงาน รู้สึกไปเองว่า เราคาดหวังไปว่า คนนั้นคนนี้ คนใกล้ตัว คนที่เราทำงานด้วย
จะต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ตรรกะง่าย ๆ แค่นี้ทำไมถึงคิดไม่ได้ อะไรพวกนี้
พอไม่ใช่แล้ว เราก็หงุดหงิด เราก็โมโห แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นโวยวายอะไรหรอกนะครับ
แต่รู้สึกได้เลยว่า มันไม่ดีกับตัวเองจริง ๆ
คำพูดที่ว่า สุดท้ายเราก็เปลี่ยนคนอื่นไม่ได้
ปีนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นสำหรับผมอยู่
อีกอย่างที่ผมได้เรียนรู้ก็คือ
บางทีมันก็ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่ต้องไปเปลี่ยนแปลงใครด้วย
คนที่ควรเปลี่ยนจริง ๆ มันคือตัวเองเราเอง
ที่คาดหวัง ที่ตั้งธง ที่คิดไปเองว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้
เอาไม้บรรทัดตัวเองไปวาดเอาไว้ แล้วพอใครที่ไม่ได้ค่าตามนั้น ก็ปัดตกว่า มันไม่ดี
ทั้ง ๆ ที่มันไม่ใช่เลย
พอคิดได้แบบนั้นแล้ว มันก็เย็นลงกว่าเดิม
เราเองก็ต้องนับเลขให้เยอะขึ้น จากที่เคยนับหนึ่งแล้วร้อยเลย
ก็ต้องค่อย ๆ นับ เพิ่มจำนวนให้มากขึ้น
เพื่อให้เราได้มีสติในการที่จะรู้ว่า คำพูดต่อไปที่ควรจะพูด
คือสิ่งที่เป็นอารมณ์ หรือเป็นเหตุเป็นผลมากกว่ากัน
2.
ยิ่งโตขึ้น คนรอบตัวยิ่งสำคัญ
จะใช้คำว่ายิ่งโตขึ้น ก็ไม่ถูก
ต้องใช้ว่า คนใกล้ตัว สำคัญกับเราในทุก ๆ วัน
มันจะมีช่วงเวลาที่เรามีเพื่อนมากมาย มีคนรุมล้อม
แต่พอถึงช่วงเวลาหนึ่ง มันจะมีแค่เรา กับใครข้าง ๆ กับคนใกล้ตัว
ใกล้ตัวในที่นี้ ผมใช้คำว่า ใกล้ใจ น่าจะถูกกว่า
สุดท้ายแล้ว ชีวิตเราที่เดินหน้าไปทุกวัน ไม่ได้ต้องการอะไรเลย
เราต้องการคนที่เข้าใจ ที่อยู่ข้าง ๆ คนสนับสนุนเรา
ซึ่งคนเหล่านี้แหละ ที่หลายครั้งเราเองที่ไม่ถนอมน้ำใจ
เราเอาแต่ใจ แล้วเราก็เป็นตัวเองจนไปล้ำเส้นการเป็นตัวเขาในบางโอกาส
ตัวเลขในโลกออนไลน์ที่บอกกับเราว่า
ตอนนี้เรามีเพื่อนกี่คน
เรามีคนติดตาม เรามีคนเข้ามาเห็นกี่คนแล้ว
ไม่ได้สำคัญเท่ากับ คนที่พอเรารู้สึกดีใจหรือเสียใจบางอย่าง
แล้วเราพร้อมที่จะโทรศัพท์ไปหาเค้า ไลน์ไปหา
ผมว่ามันเป็นสถานการณ์ที่กระอักกระอ่วนดีนะ
ที่ชีวิตในโลกออนไลน์เราช่างมีคนสนใจและพูดคุยด้วยเยอะแยะ
แต่โลกแห่งความจริง แค่คนที่จะถามเราว่า วันนี้เป็นยังไงบ้าง ยังแทบหาไม่ได้เลย
ปีนี้เป็นปีที่ผมบอกกับตัวเองว่า ผมต้องให้ความสำคัญกับคนใกล้ตัว ใกล้ใจให้มากกว่าเดิม
ให้เวลากับเขาให้มากขึ้น เพราะเราแทบไม่รู้เลยว่า
วันสุดท้ายของกันและกันมันจะมาถึงกันเมื่อไหร่
ทำดีด้วยกันไว้ก่อน น่าจะดีที่สุด
จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจ หรือรู้สึกผิดในภายหลัง
3.
ปีนี้ เป็นปีที่ผมได้ออกเดินทางน้อยมาก
ถ้าไม่นับการขับรถไปทำงานว่าเป็นการเดินทาง
ผมออกเดินทางหรือออกไปเที่ยวต่างจังหวัด แค่ 1 จังหวัดถ้วน
ซึ่งแต่ก่อนจะชอบคิดว่า การได้ออกเดินทาง คือการได้ออกไปเรียนรู้ ได้ไปค้นพบตัวเอง
แต่การที่ปีนี้แทบไม่ได้ไปไหน ก็ไม่ได้หมายความว่า ผมไม่ได้เรียนรู้อะไรกับตัวเองเลย
การจะเอาข้ออ้างของการออกไปข้างนอกเพื่อที่จะบอกว่า เราจะได้เปลี่ยนแปลง เลยใช้ไม่ได้กับปีนี้
เป็นปีที่ไม่ได้ไปไหน แต่เป็นปีที่ได้ทำความเข้าใจตัวเองมากกว่าปีก่อน ๆ
ผ่านงานที่เข้ามาให้ทำ ผ่านการกระเสือกกระสนไปหาไอ้นั่นไอ้นี่มาเรียน
ผ่านการได้รู้จัก แล้วก็ได้เดินผ่านชีวิตของใครสักคน
ไม่ต้องไปไหนไกลเลย แค่มีชีวิตอยู่วนเวียนแบบทุกวันนี้
มองให้ดี ๆ มันมีเรื่องราวให้เราได้แก้ไข ปรับปรุงตัวเองอยู่ตลอดเวลา
อยู่ที่ว่า เราจะมองว่ามันเป็นจุดที่เราควรจะเปลี่ยน แล้วยอมรับความจริงข้อนั้นได้รึเปล่า
4.
ไม่ว่าเราจะอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองมั้ย
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เราได้พบเจออยู่ข้างหน้า
จะบังคับให้เราเปลี่ยนเอง
มันน่าจะเป็นทักษะของการเป็นคนของเรานะครับ
ที่ไม่ว่าจะพร้อมมั้ย เราก็จะค่อย ๆ ปรับตัวไปตามสถานการณ์เอง
จะด้วยความอยู่รอด หรือจะด้วยความอ่อนแอเกินกว่าจะต้านความเปลี่ยแปลงนั้น
สุดท้ายเราก็จะบ่น ๆ แล้วก็ค่อย ๆ ทำสิ่งนั้นไปเอง
ไม่ก็เปลี่ยนสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองยืนอยู่ตรงนั้น
ไปยืนที่อื่น ซึ่งสุดท้ายมันก็คือการเปลี่ยนแปลงอีกอยู่ดี
5.
การสื่อสาร การพูดคุย และการบอกในสิ่งที่ตัวเองกำลังรู้สึก เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด
ผมหมายรวมถึง ทั้งในความสัมพันธ์ ในการทำงาน และการพูดคุยกับตัวเอง
เป็นปีที่ผมเห็นคนทะเลาะกัน เพราะไม่ยอมพูดคุยกัน
จากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ต่างคนต่างมีอีโก้ ถืออะไรบางอย่างอยู่
รอให้ใครสักคนเข้ามาเริ่มต้นบทสนทนาก่อน เราถึงจะบอกอะไรบางอย่าง
หรือบางทีพอเค้ามาถามอะไรบางอย่าง ก็ไม่พูดความจริงออกไป
ถ้าวิเคราะห์ลงไปดี ๆ บางครั้งความสัมพันธ์ที่มันแย่ลง ก็เริ่มต้นมาจากการที่เราไม่พูดความรู้สึกที่แท้จริงออกไปสักที
ปีนี้เลยเป็นปีที่ผม เรียกว่า เปิดเผยความรู้สึกให้กับคนรอบตัวมากขึ้น
พอเริ่มมีเรื่องอะไรที่ทำให้ขัดใจ ผมจะขอคุยด้วยเลย
คือมันก็ต้องมีศิลปะในการคุยกันหน่อย ไม่ใช่ไปชี้หน้าแล้วขอคุย
แต่มันมีวิธีที่มันละมุนละม่อม การรอให้เขาใจเย็น การสังเกตลักษณะต่าง ๆ
ดูภาษากาย ดูสิ่งที่เขาอยากพูด แต่ไม่ได้บอกออกมา
อย่างที่บอกว่า สุดท้ายแล้ว มันอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อย
แต่การปล่อยให้เรื่องเล็กน้อยเล่านั้นเติบโตอยู่ในใจ แบบที่รดน้ำมันทุกวันด้วยการไม่พูดคุย
จนกลายเป็นความเข้าใจผิดที่เติบโตขึ้นมาเป็นการเกลียดชัง
ที่สุดท้ายแล้ว ก็เสียความรู้สึกด้วยกันทั้งคู่
ผมไม่กลัวเสียหน้าเลยที่จะเปิดบทสนทนาก่อน
แต่ผมกลัวจะเสียใครสักคนที่สำคัญไป ถ้าเราไม่พูดเรื่องที่สำคัญกับเราสองคนออกไปสักทีมากกว่า
6.
การพัฒนาตัวเอง เป็นสิ่งที่จำเป็น และสำคัญกับเราในทุกวัน และทุกปีที่กำลังจะผ่านไป
หาทักษะอะไรสักอย่างที่เราถนัด หรือไม่จำเป็นต้องถนัดก็ได้ครับ แต่ค่อยๆ เรียนลงไปให้มันลึกขึ้นเรื่อยๆ
จนกลายเป็น Professional ในสายนั้น
ผมยังทำไม่ได้หรอกนะครับ แต่ก็พยายามหาคอร์สลงเรียนเพิ่ม
พาตัวเองไปยังที่ที่จะทำให้เราได้เข้าใกล้สิ่งที่เราชอบ
สิ่งที่เป็น Passion ของเรามากขึ้น
มันอาจจะไม่ใช่ปีที่ดีนะครับ
แต่ถ้าเราถือโอกาสเอาตอนนี้ไปทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้มันดี
แบบที่ไม่ต้องรอปีถัดๆไป
ทำตัวเองให้พร้อม กับทุกๆ สถานการณ์
เพราะไม่ว่าปีหน้าจะเกิดอะไรขึ้น
เราจะเอาความชอบ เอาสิ่งที่เรามีออกมาเป็นตัวตั้ง
ให้เรามีชีวิตต่อไปกับแต่ละวันได้
ไม่ง่ายครับ แต่ถ้าไม่ได้เริ่มต้นทำอะไรเพื่อตัวเองเลยตั้งแต่ตอนนี้
มันก็จะยากแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
แล้วสำหรับคุณละครับ สิ่งที่ได้เรียนรู้ในปีนี้คืออะไร
คอมเม้นต์บอกกันข้างล่าง
แล้วมาแชร์สิ่งที่เราได้เรียนรู้ไปด้วยกันนะครับ
ขอให้เป็นปีที่ดีกว่าปีนี้นะครับ