โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องกองทุนเทคตัวจี๊ด TMBAM Eastspring

ทันหุ้น

อัพเดต 19 ม.ค. 2564 เวลา 02.00 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. 2564 เวลา 02.00 น.

Thannachart Fund Eastspring และTMBAM Eastspring มั่นใจว่ากองทุน T-ES-GINNO และ TMB-ES-GINNO ยังคงมีแนวโน้มเติบโตดีและคาดว่าจะเป็นธีมหลักในการลงทุนปีนี้ หลังจากหุ้นของบริษัทผลิตรถยนต์ระดับโลก Tesla และบริษัทเจ้าของนวัตกรรมตัดต่อยีนพันธุกรรมอย่าง Crispr สามารถทาผลตอบแทนได้ดี ส่งผลให้ทั้ง 2 กองทุนประสบความสาเร็จทั้งในด้านยอดขายและผลตอบแทนที่ให้กับผู้ลงทุน

นายอดิศร เสริมชัยวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จากัด (Thannachart Fund Eastspring) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทหารไทย จากัด (TMBAM Eastspring) กล่าวว่า ในปี 2563 ที่ผ่านมา กองทุนหุ้นเทคโนโลยีทาผลตอบแทนได้ร้อนแรง 

กองเทคตัวจี๊ด

โดย บลจ.ธนชาต และ บลจ.ทหารไทย ได้มีการเปิดขายกองทุนนวัตกรรมล้าอนาคตอย่าง T-ES-GINNO และ TMB-ES-GINNO เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 และในสองเดือนสุดท้ายของปี ทั้งสองกองทุนก็ทาผลงานมาได้มากกว่า 40% ปัจจุบันขนาดกองทุนของทั้ง T-ES-GINNO และ TMB-ES-GINNO รวมกันประมาณ 9,800 ล้านบาทแล้ว และเชื่อว่ากองทุนนี้ยังจะได้รับความนิยมและเป็นธีมการลงทุนหลักสำหรับปี 2564 อีกด้วย (แหล่งที่มา Morningstar, 13 มกราคม 64)

“จริงๆแล้ว ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในปัจจจุบันมีความหลากหลายมาก มีทั้งเทคโนโลยีทั่วไปที่มีมานานแล้ว เทคโนโลยีที่กำลังได้รับควำมนิยมในปัจจุบัน แต่เทคโนโลยีที่เราให้ควำมสนใจมาก คือ เทคโนโลยีแห่งอนาคต เนื่องจากนวัตกรรมนี้จะทำให้การใช้ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งผลที่เกิดขึ้นทำให้บริษัทที่ประสบความสำเร็จสามารถสร้างรายได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมองว่าทาง ARK Invest ซึ่งมี Catherine Wood เป็น CEO และที่ปรึกษาด้านการลงทุนนั้น มีความเชี่ยวชำญในธุรกิจนวัตกรรมมาก เน้นลงทุนในนวัตกรรมที่ล้ำสมัยที่จะก้าวเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกและสามารถสร้างเป็นธุรกิจได้ เพราะเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไม่ใช่องค์ประกอบที่สำคัญเพียงส่วนเดียว แต่ต้องมีโมเดลธุรกิจ ความรู้ ทักษะ และการสนับสนุนจากส่วนอื่นๆ ร่วมด้วย”

สำหรับกองทุน T-ES-GINNO และTMB-ES-GINNO มีนโยบายลงทุนในกองทุน Nikko AM ARK Disruptive Innovation Fund เป็นกองทุนที่แม้จะออกโดย Nikko แต่ส่งต่อการบริหารกองทุนให้ ARK Invest ซึ่งมีความเชี่ยวชาญการบริหารหุ้นนวัตกรรม

ตัวกองทุนหลักอย่าง Nikko AM ARK Disruptive Innovation Fund ปัจจุบันมีขนาดกองทุนอยู่ที่ 7.2 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ สามารถทาผลงานตลอดปี 2020 ได้ถึง 147.65 % และตั้งแต่จัดกองทุนมาเมื่อวันที่ 31 มกราคม 62 จนถึงวันที่ 13 มกราคม 64 กองทุนนี้ทาผลตอบแทนไปแล้ว 57.31% ต่อปี (แหล่งที่มา Morningstar, 13 มกราคม 64)

สาเหตุที่ผลตอบแทนกองทุนนี้ค่อนข้างสูง เนื่องกองทุนจะเน้นลงทุนในหุ้นนวัตกรรมล้ำอนาคต และถือคติว่าจะเป็นเจ้าแรกๆที่เข้าไปลงทุนในบริษัทนั้นๆ ซึ่งปัจจุบันทาง ARK เน้นลงทุน 5 ธีมหลักด้วยกัน

1) Energy Storage ระบบกักเก็บพลังงานถือเป็นหัวใจสาคัญของระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต ทำให้สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ได้ และสามารถทำให้เป็นธุรกิจได้เพราะราคาต้นทุนที่ต่ำกว่าในอดีตแต่กลับมีประสิทธิภาพที่สูงกว่าเดิมมาก โดยเทคโนโลยีในกลุ่มนี้ ธุรกิจได้ที่ประโยชน์มากๆ คือ รถยนต์ไฟฟ้าที่แต่เดิมแบตตารี่เป็นปัญหาที่ทำให้หลายคนยังไม่อยากใช้ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีนี้พัฒนาไปมากแล้ว

2) Artificial Intelligence สำหรับเทคโนโลยนีส่วนนี้จะเป็นการสร้างความฉลาดให้กับคอมพิวเตอร์ในการทำความเข้าใจและแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่ง Ark เองเชื่อว่าในธีมนี้ยังพัฒนาไปได้อีกไกล ยิ่งธุรกิจไหนสามารถสร้างการเรียนรู้ให้ AI ของตัวเองมีความฉลาดเท่าไหร่ กำไรในธุรกิจนั้นๆจะมากขึ้นตามไปด้วย

3) DNA Sequencing สำหรับเทคโนโลยีธีมนี้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการถอดรหัสและแก้ไขพันธุกรรม เพื่อป้องกันและรักษาโรคร้าย และในปีที่ผ่านมาธีมนี้ก็สามารถทำผลตอบแทนได้น่าสนใจมาก

4) Robotics สำหรับเทคโนโลยีธีมนี้ จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับสิ่งต่างๆ อาทิ ทำให้รถยนต์ สามารถเป็นรถไร้คนขับได้

5) Blockchain สาหรับเทคโนโลยีธีมนี้ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้เงินสามารถโอนผ่านกันไม่ยาก ต้นทุนต่ำ และไม่ผ่านตัวกลาง ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับ Bitcoin ด้วย ในปี 2563 Bitcoin มีการปรับตัวขึ้นมากว่า 200% โดยจะเห็นถึงความนิยมของ Bitcoin ที่สูงขึ้นมาก จนมีการคาดการณ์กันว่า Bitcoin จะกลายเป็น safe haven แห่งใหม่ของนักลงทุนเหมือนทอง "ทองคำ"

และสำหรับกองทุนนี้ก็ลงทุนหุ้นที่น่าสนใจ อย่างTesla ซึ่งเป็นผู้นำด้านการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน โดย ARK คาดการณ์ว่ารถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกจะโตปีละ 79% ต่อปีภายในปี 2567 ทำให้ หุ้น Tesla ของอิลอน มาร์ส กลายเป็นหุ้นที่เนื้อหอมสุดๆในเวลานี้ จนหลายคนเริ่มมีคำถามว่าตอนนี้แพงไปหรือยัง

หุ้นที่น่าสนใจอีกหนึ่งตัวที่กองทุนนี้ลงทุนคือ SQUARE เป็นบริษัทที่บริหารโดย Jack Dorsey ผู้บริหารของ Twitter” ผู้นำทางด้านโซเชียลมีเดียของสหรัฐ โดยบริษัทนี้เป็นผู้ให้บริการด้านการชำระเงิน ระบบการขาย การจัดการเงินเดือน รวมถึงการปล่อยกู้ให้กับธุรกิจขนาดเล็ก ทำให้บริษัทสามารถเก็บข้อมูลต่างๆของลูกค้าจนพัฒนาเป็น Cash App แอปพลิเคชันที่มีการเติบโตเร็วสุดในสหรัฐ 

ล่าสุดยอดดาวน์โหลดแซงหน้า Venmo ของ Paypal ไปแล้ว ซึ่งแอปพลิเคชั่นนี้ทำให้การโอนเงินหรือรับเงินระหว่างบุคคลสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว และค่าใช้จ่ายที่ถูกว่าธนาคารพาณิชย์มาก โดยในปี 2563 Square เป็นบริษัทแห่งเดียวที่เป็นบริษัท Fintech แล้วได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อแบบธนาคาร

และหุ้นที่ตัวในพอร์ตที่มีความน่าสนใจคือ อย่างบริษัท Crispr Therapeutics ที่ปัจจุบันกองทุนลงทุนเป็นอันดับที่ 4 บริษัทนี้เป็นบริษัทที่เกี่ยวกับการตัดแต่งยีนของมนุษย์ โดยบริษัทนี้เป็น 1 ใน 3 บริษัทที่ถือ CRISPR IP

(สิทธิบัตร) โดยโฟกัสไปยังการรักษา โลหิตจาง และธาลัสซิเมีย บริษัทให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าแรกเนื่องจากเป็นเจ้าแรกที่ได้ทดลองในมนุษย์ ซึ่งในปี 2563 บริษัทนี้สามารถทำผลตอบแทนทั้งปีได้เกือบ 300%

ดังนั้น กองทุนนี้จึงเหมาะกับผู้ที่สนใจและต้องการเกาะเทรนด์การลงทุนในหุ้นนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ต้องการหาโอกาสรับผลตอบแทนสูงๆ แต่สามารถรับความเสี่ยงมากๆได้ นอกจากนั้น ยังเหมาะกับผู้ที่ลงทุนในกองทุนเทคโนโลยีทั่วๆไปอยู่แล้ว อย่างพวกหุ้นในกลุ่ม "FANG" อย่างFacebook, Amazon, Apple, Netflix และ Google และนำกองทุนนี้ไปเติมเต็มให้พอร์ตลงทุนของคุณให้ครอบคลุมทุกโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ชูผลตอบแทนกว่า40%

กองทุน T-ES-GINNO และ TMB-ES-GINNO ได้มีการจัดตั้งกองทุนเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563โดยผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งกองทุนจนถึงวันที่ 13 มกราคม 2564 นั้น กองทุน T-ES-GINNO ทำผลตอบแทนได้ 47.20% Benchmark (MSCI World Net Total Return USD Index (THB))13.95% ในขณะที่ TMB-ES-GINNO ทาผลตอบแทนได้ 45.94% Benchmark (MSCI World Net Total Return USD Index (THB)) 13.95% (แหล่งที่มา Morningstar, 13 มกราคม 2564)

 

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...