โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2018 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 04 ม.ค. 2561 เวลา 01.00 น.

ปัจจุบันนับว่า “อุตสาหกรรมท่องเที่ยว” กลายเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของหลายประเทศทั่วโลก เพราะไม่เพียงแต่สามารถเพิ่มช่องทางรายได้ให้กับประเทศ ยังสร้างอานิสงส์ต่อธุรกิจต่อเนื่องในหลายภาคส่วน พร้อมกับการจ้างงานและกระจายรายได้ไปสู่ประชาชน

นักวิเคราะห์เชื่อว่าปี 2018 ยังเป็นปีที่ “อุตสาหกรรมท่องเที่ยว” เป็นอุตสาหกรรมหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ขณะที่การแข่งขันของแต่ละประเทศเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวก็จะทวีความรุนแรง

สื่อหลายสำนักระบุว่า การแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมักจะเต็มไปด้วยความคาดหวังที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาของผู้บริโภค ทั้งมาตรฐานความพึงพอใจ และปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค

โดยข้อมูลจากสมาคมการตลาดอเมริกันระบุว่า จากการสำรวจนักท่องเที่ยว 10,000 คนทั่วโลกผ่านเว็บไซต์ พบว่าในปี 2018 กลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังมุ่งเป้าหมายการเดินทางไปที่ประเทศในภูมิภาคเอเชียและยุโรป เช่นเคยเหมือนกับปี 2017 อาทิ ฮ่องกง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เป็นต้น

ขณะที่สัดส่วนนักท่องเที่ยวที่จะมาจากกลุ่มประเทศมุสลิม และอินเดียจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น จากปีที่ผ่านมาจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนเป็นหลัก

องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) เปิดเผยว่า จำนวนนักท่องเที่ยวทั่วโลก ณ ปี 2016 อยู่ที่ 1,235 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 1,189 ล้านคน

เทรนด์ที่น่าสนใจคือ ปี 2018 จะเป็นปีการท่องเที่ยวของกลุ่ม Millennial หรือกลุ่มคนที่มีอายุตั้งแต่ 18-34 ปี ทั้งยังนิยมการท่องเที่ยวแบบ “ทริประยะสั้น” 3-5 วัน และโฟกัสการท่องเที่ยวแบบหลายประเทศใน 1 ทริป และกลุ่มนี้นิยมที่พักประเภท “โรงแรมหรูขนาดเล็กและโฮสเทล” (Luxury Inns and Hostel) โดยอ้างอิงจากผลสำรวจจากการค้นหาที่พักในหลายเว็บไซต์ระบุว่า นักท่องเที่ยวให้ความสนใจกับโรงแรมขนาดเล็ก หรือ โฮสเทล มากกว่าจองที่พักในโรงแรมใหญ่ แม้ว่าสิ่งอำนวยความสะดวกจะไม่ครบครันเมื่อเทียบกับโรงแรมขนาดใหญ่ แต่กลุ่มนักท่องเที่ยวมองว่า ที่พักขนาดเล็กลงมีความเป็นส่วนตัวมากกว่า อีกทั้งบางแห่งยังมีโลเกชั่นที่ดีกว่าโรงแรมใหญ่ ทั้งยังสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ได้ง่าย และที่พักที่สามารถทำอาหารทานเองจะได้รับความนิยมจากกลุ่มนี้

นอกจากนี้ Trekksoft ผู้ให้บริการบุ๊กกิ้งออนไลน์ ระบุว่า ในปี 2017 นักเดินทาง 79% ใช้สมาร์ทโฟนในการค้นหาสถานที่ท่องเที่ยว โรงแรมที่พัก พร้อมทั้งปิดดีลด้วยการจองออนไลน์แบบเบ็ดเสร็จ จากเมื่อปี 2016 ที่สัดส่วนอยู่ที่เพียง 31% เท่านั้น

สอดคล้องกับข้อมูลจาก phocuswright บริษัทวิจัยด้านการตลาดท่องเที่ยว ที่ประเมินว่า ยอดการท่องเที่ยวที่มีการจองออนไลน์จะเพิ่มขึ้นสูงถึง 21,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2020 จาก 9,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2015 ขณะที่หลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย ให้ความสนใจกับการทำตลาดท่องเที่ยวออนไลน์มากขึ้น เช่น “เวียดนาม” ที่เปิดเว็บไซต์บริการให้จองที่พักและร้านอาหาร ทั้งยังมีสิทธิพิเศษสำหรับคนท้องถิ่นที่ใช้เว็บไซต์เวียดนามในการจองห้องพักในราคาที่ถูกกว่าเว็บไซต์ต่างชาติ 5-10% เป็นต้น

อีกหนึ่งเทรนด์ท่องเที่ยว ก็คือ “การผจญภัยแบบหญิงเดี่ยว” โดย “นิโคล คาว” นักวิจัยจาก Trekksoft อ้างข้อมูลจาก TripAdvisor ระบุว่าในปี 2015 ราว 74% ของนักเดินทางทั่วโลก เป็นนักเดินทาง “หญิงเดี่ยว” ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% ต่อปี เนื่องจากผู้หญิงมีจำนวนมากขึ้น และที่น่าประหลาดใจก็คือ กิจกรรมที่กลุ่มนักท่องเที่ยวหญิงเดี่ยวให้ความสนใจมากขึ้นเป็นกิจกรรมผจญภัยและโลดโผน เช่น การปีนเขาและปั่นจักรยาน นำมาสู่เทรนด์การท่องเที่ยวแบบ “เชิงนิเวศ” ที่มีแนวโน้มว่าปี 2018 นักเดินทางสมัยใหม่จะให้ความสำคัญกับทริปธรรมชาติและรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น

นอกจากนี้งานวิจัยของ Trekksoft ยังระบุว่า ในปี 2018 กระแสการท่องเที่ยวของ “LGBT” หรือ “กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ” ถือเป็นตลาดกลุ่มใหม่ที่เหล่าธุรกิจท่องเที่ยวไม่ควรละเลย เพราะหลายประเทศทั่วโลกมีการเปิดกว้างทั้งยังออกกฎหมายอนุญาตให้มีการสมรสได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นการจัดแคมเปญสำหรับคู่รักเพศเดียวกันเพื่อเดินทางมาฮันนีมูนโดยเฉพาะ หรือกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มคนเหล่านี้มีตัวตนมากขึ้น จะกลายเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อีกทั้งยังมีคุณค่าทางจิตใจอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...