โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เกษตรกรเพชรบูรณ์ ปลูกพริกเน้นคุณภาพ ขายในและส่งออกต่างประเทศ

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 08 มิ.ย. 2565 เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2565 เวลา 21.20 น.

คุณธีรวัฒน์ รังสิกรรพุม เจ้าของสายมีฟาร์ม อยู่ที่ตำบลวังชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเกษตรที่ปลูกพริกส่งออกยุโรปและญี่ปุ่น อาจเรียกว่าเป็นรายใหญ่ของไทยก็ว่าได้ โดยส่งออกพริกประมาณอาทิตย์ละ 2-3 ตัน หรือปีละ 100 ตันเลยทีเดียว

ในเรื่องของสายพันธุ์พริกที่ปลูกจะเป็นสายพันธุ์เรดฮอท และชุปเปอร์เรดฮอท เป็นของบริษัทเพื่อนเกษตรกร จำกัด ทางบริษัทได้มีการพัฒนาพริกให้เป็นพันธุ์ลูกกผสม เพื่อให้ผลผลิตดกได้ประมาณผลผลิตต่อไร่สูง และที่สำคัญอายุการเก็บเกี่ยวสั้น

“เรดฮอทเป็นพริกที่มีการพัฒนาสายพันธุ์มาไม่ต่ำกว่า 4 ปี ลักษณะพิเศษคือเป็นพริกที่มีผลสม่ำเสมอ ส่วนชุปเปอร์เรดฮอทเป็นพริกที่พัฒนามาได้ 1 ปีกว่าๆ ซึ่งตอนนี้กำลังทำตลาดอยู่ที่จังหัดขอนแก่น เป็นพริกที่พัฒนาสายพันธุ์เพื่อพัฒนาผลให้ใหญ่ขึ้น และมีสีที่เข้มขึ้น” คุณพิทักษ์ชน กล่าวให้ฟังถึงลักษณะของสายพันธุ์พริก

มีประสบการณ์การปลูกพริก

มากกว่า 7 ปี

คุณธีรวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า เขาเป็นเกษตรกรที่ปลูกพริกอยู่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 30 ไร่ และได้มีการทำเป็นเครือข่ายกับเพื่อนเกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ รวมแล้วอีกประมาณกว่า 200 ไร่ จึงทำให้พริกที่ปลูกสามารถส่งขายหมุนเวียนได้ตลอดทั้งปี ซึ่งเขาเองได้เลือกปลูกพริก 2 พันธุ์นี้ คือ เรดฮอท และชุปเปอร์เรดฮอท เป็นพริกที่ผ่านมาตรฐานในการส่งออก เพราะมีความเผ็ดมีกลิ่นที่หอม และมีผลที่ตรงสม่ำเสมอตลอดการเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งการส่งออกไปยังต่างประเทศนั้น จะต้องควบคุมในเรื่องความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้มีสารตกค้างไปถึงผู้บริโภค

“ข้อดีของพริกสายพันธุ์เรดฮอท ผลจะมีความสม่ำเสมอ ไล่จากล่างขึ้นบน และที่สำคัญการเก็บพริกก็เก็บได้ง่าย ส่วนสายพันธุ์ชุปเปอร์เรดฮอทจากประสบการที่ผมได้ปลูกมา ถือว่ามีการต่อยอดที่ดีกว่า ในเรื่องของสีที่แดงสวย ผลผลิตต่อไร่สูง อย่างเก็บทำพริกแดงสามารถทำผลผลิตได้ 2.5-3 ตันต่อไร่” คุณธีรวัฒน์ กล่าว

เน้นปลูกดูตามฤดูกาล

ในขั้นตอนของการปลูกพริก ขั้นตอนแรกจะนำเมล็ดพริกมาเพาะลงในกระบะเพาะขนาด 200 หลุม วัสดุที่ใช้เพาะจะเป็นพีทมอส โดยหยอดเมล็ดพริกลงไปในกระบะเพาะ ต้นละ 1 หลุม ซึ่งการเพาะกล้าจะใช้เวลาประมาณ 30-40 วัน พริกจะมีขนาดประมาณ 1 คืบ จึงเตรียมย้ายไปปลูกลงในแปลกที่เตรียมไว้

ซึ่งพริกสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี โดยเลือกพื้นที่ให้เหมาะสม อย่างเช่นพื้นที่ที่หมดฝนแล้ว ควรเลือกพื้นที่ราบเรียบ ส่วนช่วงที่เป็นฤดูฝนควรเลือกพื้นที่ลาดเอียง

“การเตรียมแปลงในครั้งแรก เราจะไถตากดินก่อน ทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน เราก็จะไถพรวนยกร่องให้มีความสูงประมาณ 20 เซนติเมตร ให้สันร่องห่างกันประมาณ 1.50 เมตร ปลูกพริกให้ห่างกัน 40 – 45 เซนติเมตร จะทำให้สามารถปลูกพริกได้ประมาณ 3,500-4,000 ต้นต่อไร่” คุณธีรวัฒน์ อธิบายวิธีการปลูก

ในเรื่องของการรดน้ำในฟาร์มของคุณธีรวัฒน์ จะใช้ระบบการให้น้ำ 2 ระบบ คือ ระบบน้ำหยดกับระบบสปริงเกอร์ ซึ่งระบบสปริงเกอร์จะมีข้อดีคือช่วยในเรื่องของการล้างใบ ทำให้อุณหภูมิของใบเย็นลง เป็นการปรับอุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนมีความใกล้เคียงกัน ทำให้ลดในเรื่องของอาการเม็ดด่างลงไปได้

เมื่อลงปลูกพริกในแปลงได้อายุประมาณ 10 วัน จะเริ่มใส่ปุ๋ยสูตร 27-5-5 เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของใบ โดยใส่ปุ๋ยทุกๆ 10 วัน เมื่อพริกมีอายุประมาณ 45 วัน จะเปลี่ยนปุ๋ยเป็นสูตรเสมอ 15-15-15 ในอัตราส่วน 25 กิโลกรัม ต่อไร่

“การให้ปุ๋ยเราต้องสังเกตุดูสภาพต้น ว่ายอดของพริกที่เราปลูกเจริญเติบโตดีไหม อยู่ที่ความพอใจของคนปลูก สมมุติว่าเราพอแล้วในเรื่องของยอด ต้องการการเพิ่มน้ำหนัก พอพริกข้าสู่อายุ 60-75 วัน ก็จะปรับปุ๋ยเป็นสูตร 13-13-21 ซึ่งพริกปลูกจนสามารถเก็บผลผลิตได้ ก็ใช้เวลาประมาณ 90 วัน” คุณธีวัฒน์ บอกถึงวิธีการใส่ปุ๋ย

เมื่อพริกได้อายุออกผลผลิตจนสามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว จะให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 2-3 เดือน ซึ่ง 1 ต้น จะให้ผลผลิตเกิน 1 กิโลกรัมขึ้น

แมลงศัตรูพืชที่ต้องระวังสำหรับการปลูกพริก จะเป็นพวกเพลี้ยไฟ ไร หมอนเจาะผล ทำการป้องกันด้วยการฉีดพ่นยาที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคเป็นสำคัญ

ตลาดส่วนใหญ่

เน้นส่งออกยุโรป

พริกที่ปลูกภายในฟาร์มทั้งหมดและรวมถึงสมาชิกที่มีอยู่ในกลุ่ม จะส่งออกไปยังยุโรปรวมกว่า 20 ประเทศ ส่วนพริกบางส่วนก็จะนำมาขายภายในประเทศ เน้นขายให้กับห้างสรรพสินค้าภายใต้มาตรฐาน GAP (จีเอพี) ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ส่งขายไปยังยุโรป

“ราคาพริกยังถือว่าดีอยู่ ยิ่งเป็นช่วงที่เจออากาศดีๆ อย่างเช่นราคาพริกแดงจะอยู่ที่ราคา 90-100 บาท ต่อกิโลกรัม 1 ไร่ เก็บ 1 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ก็จะได้ประมาณ 200-300 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งตั้งแต่อยู่ในวงการนี้มาผมก็จะปลูกแต่พริกอย่างเดียว ยังไม่เคยทำเกษตรด้านอื่น เราก็มีขายทั้งแบบเป็นพริกสด และมีการแปรรูปทำเป็นพริกแห้งเพื่อส่งให้กับลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ” คุณธีรวัฒน์ กล่าว

คุณธีรวัฒน์ บอว่า การเป็นเกษตรกรปลูกพริกก็ถือว่าทำรายได้ไม่แพ้กับการเกษตรด้านอื่น เกษตรกรสามารถทำผลผลิตออกมาขายได้อย่างสบาย เพียงปลูกแบบทุกต้องตามขั้นตอน และที่สำคัญเรื่องของเมล็ดพันธุ์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

“สำหรับคนที่อยากจะปลูกพริก เพื่อเป็นอาชีพ ต้องบอกก่อนเลยว่าต้องเลือกฤดูกาลที่เหมาะสม ซึ่งการปลูกพริกอาจเรียกว่าเป็นการเกษตรแบบต้นทุนต่ำก็ได้ถ้าปลูกถูกฤดู แต่ถ้าผิดฤดูกาลไม่เหมาะสมมันก็จะทำให้ต้นทุนเราสูงได้ เรื่องพื้นที่ปลูก จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ส่วนเรื่องของสายพันธุ์ตัวนี้ก็สำคัญ ต่อให้เราปลูกดูแลดีขนาดไหน แต่ถ้าสายพันธุ์พริกที่เราปลูกยังไม่มีคุณภาพ ผลผลิตที่เราตั้งเป้าไว้ มันก็จะได้ไม่ดี ดังนั้นเรื่องนี้จึงสำคัญ” คุณธีรวัฒน์ กล่าวแนะนำ

ติดต่อสอบถามข้อมลเพิ่มเติมได้ที่ คุณธีวัฒน์ รังสิกรรพุม หรือคุณโน๊ต ที่หมายเลยโทรศัพท์ 093-193-9292 , 089-524-7998

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก วันพฤหัสที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...