โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

จงจิตร์ นีรนาทเมธีกุล อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดแผน 2.3 พัน ล. รับวิกฤตแล้งปี'62

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 20 มี.ค. 2562 เวลา 02.35 น.

สัมภาษณ์

“น้ำ” นับเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญในการอุปโภคบริโภค ในการดำรงชีวิตประจำวัน นอกจากน้ำผิวดินแล้ว ยังมีน้ำบาดาลหรือน้ำใต้ดินที่ปัจจุบันมีบทบาทในการพัฒนาประเทศค่อนข้างมาก รวมถึงมีการใช้น้ำเพิ่มขึ้นมาก ทำให้การดำเนินการต้องมีการวางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสได้สัมภาษณ์ “จงจิตร์ นีรนาทเมธีกุล” อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ถึงภาพรวมยุทธศาสตร์ และแผนการดำเนินงานของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลปี 2562 นี้

ภาคกลางแชมป์ใช้น้ำมากสุด

“จงจิตร์ นีรนาทเมธีกุล” อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า ปัจจุบันสภาวการณ์ใช้น้ำบาดาลในประเทศอยู่ที่ 14,741 ล้าน ลบ.ม./ปี โดยพบว่าภาคกลางมีการใช้น้ำมากที่สุด 6,487 ล้าน ลบ.ม./ปี รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4,680 ล้าน ลบ.ม./ปี ภาคเหนือ 1,836 ล้าน ลบ.ม./ปี ภาคใต้ 977 ล้าน ลบ.ม./ปี ภาคตะวันตก 425 ล้าน ลบ.ม./ปี และภาคตะวันออก 336 ล้าน ลบ.ม./ปี ตามลำดับ จากปริมาณน้ำบาดาลที่สามารถนำมาใช้ได้ 45,385 ล้าน ลบ.ม./ปี

ซึ่งสามารถจำแนกเป็นการใช้ในภาคเกษตรกรรม 86.43% ภาคอุปโภค-บริโภค 8.3% และภาคอุตสาหกรรม 5.27% ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงส่งผลต่อปริมาณน้ำผิวดินในแต่ละปี ทำให้ประชาชนไม่สามารถวางแผนการใช้น้ำและการผลิตได้ ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำบาดาลเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ปี 2562 กรมมุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลในเชิงพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ใช้ประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืน ภายในปี 2580 โดยดำเนินการ 4 กลยุทธ์ คือ 1.มุ่งเน้นสำรวจหาน้ำต้นทุน และดูศักยภาพของน้ำ ให้มีความแน่ชัดและตอบสนองความต้องการใช้น้ำ 2.เสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการน้ำ 3.เสริมสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่มีการใช้น้ำบาดาล และ 4.ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ในการบริหารจัดการน้ำ

ปี’62 ทุ่ม 2.3 พันล้าน

“จงจิตร์” กล่าวว่า ปี 2562 กรมได้รับจัดสรรงบประมาณ 2,396.38 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.โครงการสำคัญและต้องเร่งดำเนินการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค และภาคเกษตร 1,894 แห่ง งบประมาณ 1,503 ล้านบาท ปัจจุบันเจาะบ่อน้ำบาดาลแล้ว 991 แห่ง โดยจะเร่งให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม ได้แก่ 1) โครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนน้ำดื่มสะอาดให้โรงเรียนทั่วประเทศขนาดใหญ่ (มีนักเรียนมากกว่า 300 คน) 146 แห่ง งบฯ 206.59 ล้านบาท ขณะนี้ดำเนินการแล้ว 95% 2) โครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนน้ำดื่มสะอาดให้โรงเรียนทั่วประเทศขนาดเล็ก (มีนักเรียนประมาณ 200 คน) 285 แห่ง งบฯ 280.15 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจาะบ่อบาดาล 3) โครงการพัฒนาระบบกระจายน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยเครื่องสูบน้ำไฟฟ้าแบบจุ่มน้ำ 454 แห่ง งบฯ 151.54 ล้านบาท ดำเนินการแล้ว 75%

4) โครงการพัฒนาระบบกระจายน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยเครื่องสูบน้ำแบบเทอร์ไบน์ 143 แห่ง งบฯ 47.94 ล้านบาท ดำเนินการแล้ว 64% 5) โครงการพัฒนาระบบกระจายน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 298 แห่ง งบฯ 562.56 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจาะบ่อบาดาล โดยวิธีนี้เป็นที่นิยมของเกษตรกร 6) โครงการเพิ่มน้ำต้นทุนให้กับระบบประปาหมู่บ้าน 548 แห่ง งบฯ 131.52 ล้านบาท ดำเนินการแล้ว 76% ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาเรื่องน้ำเค็มด้วย และมีการขอรับการสนับสนุนค่อนข้างมาก

และ 7) โครงการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่แล้งซ้ำซากและมีปัญหาคุณภาพน้ำเค็ม 80 แห่ง งบฯ 123.62 ล้านบาท ถือเป็นโครงการเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญ และต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2562 เพื่อช่วยให้ประชาชนมีน้ำอุปโภค-บริโภค

อีกทั้งยังมี 2.โครงการสำคัญที่ต้องดำเนินการขับเคลื่อนตามภารกิจและ พ.ร.บ.น้ำบาดาล งบฯ 86.86 ล้านบาท ได้แก่ 1) โครงการกำกับควบคุมประกอบกิจการน้ำบาดาล 900 บ่อ งบฯ 4.5 ล้านบาท

ขณะนี้ดำเนินการแล้ว 42% 2) โครงการวางเครือข่ายสังเกตการณ์ 19 สถานี งบฯ 27.36 ล้านบาท ขณะนี้คืบหน้า 19% และ 3) โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในโครงการพระราชดำริ 50 แห่ง งบฯ 55 ล้านบาท คืบหน้า 13%

ขณะที่การเตรียมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งในปี 2562 นี้ กรมได้ตั้งหน่วยนาคราช (หน่วยซ่อมบำรุงรักษา) ทั้งหมด 37 ชุด ในการเตรียมพร้อมปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โดยเข้าไปตรวจสอบและให้คำแนะนำเกี่ยวกับระบบประปาน้ำบาดาลของท้องถิ่น รวมถึงยังเตรียมจุดจ่ายน้ำถาวร 83 แห่งทั่วประเทศ รถปรับปรุงคุณภาพน้ำเคลื่อนที่ 18 ชุด รถเจาะบ่อน้ำบาดาล 85 ชุด เพื่อให้พร้อมปฏิบัติงานในการให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ลุยศึกษาอีอีซีปี’63

“จงจิตร์” กล่าวอีกว่า กรมยังเล็งเห็นความสำคัญการบริหารจัดการน้ำบาดาล เพื่อรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อให้รู้ถึงข้อมูลปริมาณและคุณภาพน้ำบาดาลที่มีความเหมาะสม ได้แก่ ปีงบฯ 2563 โครงการประเมินศักยภาพน้ำบาดาลในพื้นที่อีอีซี บริเวณพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและอุปกรณ์ดิจิทัล บางส่วนของ อ.นิคมพัฒนา และ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ปี 2564 โครงการสำรวจและพัฒนากลุ่มบ่อน้ำบาดาลสำหรับภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ลุ่มน้ำระยอง และปี 2564-2566 โครงการศึกษาสำรวจและจัดทำแผนที่น้ำบาดาล มาตราส่วน 1 : 4,000 ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 12 พื้นที่ และพื้นที่เขตเมืองหลัก 16 พื้นที่

“ภายใน 1-2 ปี จะมุ่งเน้นโครงการในพื้นที่อีอีซีก่อน หากได้รับงบประมาณในปี 2563 จะนำมาศึกษา วิจัย สำรวจ เพื่อให้รู้ว่ามีแหล่งน้ำแน่ชัด บริเวณใดมีน้ำที่สามารถนำมาพัฒนาหรือใช้ประโยชน์ได้เท่าใด เพื่อให้นักลงทุนกล้าลงทุนและพัฒนาต่อไปได้ กรอบระยะเวลาในการศึกษาประมาณ 1.5-2 ปีต่อจังหวัด อาจจะเริ่มศึกษาในปี 2563 โดยจะใช้พื้นที่ไม่ใหญ่มากนัก และหากมีงบประมาณมากอาจจะศึกษาหลายพื้นที่พร้อมกัน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจศึกษาเอง และอีกส่วนหนึ่งอาจจ้างศึกษา เพื่อให้ทันตามกำหนดเวลา และทิศทางอีก 5 ปีข้างหน้าในการบริหารจัดการน้ำบาดาลจะต้องเป็นลักษณะเชิงพื้นที่”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...