โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ถ่อมตนต้องนอบน้อมไหม? แสดงออกอย่างไรถึงเคารพตัวเองและผู้อื่น

The MATTER

เผยแพร่ 10 พ.ย. 2560 เวลา 11.26 น. • Pulse

'You don’t want modesty, you want humility. Humility comes from inside out. It says someone was here before me and I’m here because I’ve been paid for. I have something to do and I will do that because I’m paying for someone else who has yet to come.'

- Maya Angelou

เราอยู่ในสังคมที่ต้องการให้ผู้คนสงบเสงี่ยม เราชอบให้คนอยู่กันเงียบๆ ทำอะไรก็ทำไปเงียบๆ อย่าโผงผาง เราถึงมีคำว่าดี/เก่งได้แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย ตรงนี้เลยเป็นเหมือนความยอกย้อน คือถ้าเรามองว่า 'ความสงบเสงี่ยม' (modesty) ความเจียมตัว อ่อนน้อม คือการที่เรามีดีอะไร มีความสำเร็จ ก็อย่าได้นำออกมาเปิดเผยให้คนอื่นเห็น ให้เจียมตัว ทำตัวเล็กๆ ก้มหัวยอมรับไป

ดังนั้นในความสงบเสงี่ยมแทนที่จะมีความหมายเชิงบวก คือการรู้จักยอมรับความเล็กจิ๋วของตัวเองและเรียนรู้ต่อไป กลับส่อนัยถึงการเป็นสังคมแห่งความอิจฉาริษยา การมองไม่เห็นและไม่สามารถยอมรับความเก่ง ความสามารถ หรือความพิเศษของคนอื่นได้ ซึ่งการไม่สามารถยอมรับความพิเศษของคนอื่นได้นั้น ก็มาจากการที่บุคคลนั้นมองไม่เห็นความพิเศษของตัวเองได้

Maya Angelou คุณแม่นักคิดนักเขียนผิวสีจึงประกาศว่า เธอไม่ชอบความสงบเสงี่ยมเจียมตัว (modesty) เธอบอกว่าในความเจียมตัวนอบน้อม มีความยอกย้อนในตัวเอง เธอเห็นว่าภายในความเจียมตัวมีความยโสโอหังแอบแฝงอยู่ ความโอหังที่แท้จริงคือการที่คนๆ หนึ่งไม่รู้จักยอมรับว่าตัวเองเป็นคนพิเศษ และผลของการที่ไม่ยอมรับความพิเศษของตัวเองนั้นก็เลยพาลไปปฏิเสธความพิเศษของคนอื่นด้วย C. S. Lewis นักเขียนปรมาจารย์อีกคนก็เห็นเป็นในทางเดียวกันว่า ความสงบเสงี่ยม(และคาดหวังความสงบเสงี่ยมจากคนอื่น) ถือเป็นความโอหัง (pride) รูปแบบหนึ่ง และแกยังบอกว่าในความถ่อมตัวอาจไม่จำเป็นต้องมีความสงบเสงี่ยมเจียมตัวเลยก็ได้

ฟังคุณแม่มายากล่าวแล้วก็สะท้อนใจ ว่าจริงๆ แล้วเราทุกคนต่างก็มีความพิเศษ มีความสามารถในตัวเอง และแน่นอนว่าบางคนก็ทำ ฝึกฝนสิ่งต่างๆ จนกลายเป็นที่เก่ง ที่มีดี แต่กลับกลายเป็นว่าไอ้เจ้า ‘คุณธรรม’ หรือข้อกำหนดของสังคมดันมาบอกว่า มึงมันไม่ได้มีอะไรหรอก มีดีแล้วก็อย่าแสดงออกมา กลับกลายเป็นว่าการบังคับให้ไม่ยอมรับความเจ๋งของตัวเองนำไปสู่การคาดหวังให้คนอื่น ‘ห้ามเจ๋ง’ ไปซะด้วย ฟังๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นแนวคิดของคนกระจอกๆ ที่ทำให้ทั้งสังคมกลายเป็นสังคมกระจอกๆ ไปซะเฉย ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องเต็มไปด้วยความจองหองแต่อย่างใด สิ่งสำคัญคือความเคารพยอมรับ ที่เราจะต้องเคารพทั้งตนเองและเคารพทั้งผู้อื่นในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง

mayaangelou.com

เคารพ/นบนอบ

ในโลกตะวันตกมีการถกเถียงกันระหว่างคำและคุณธรรมของข้อคือคำว่า modesty กับคำว่า humility ถ้าแปลอย่างคร่าวๆ ก็อาจจะพอแปล modesty ว่าเป็นความนอบน้อม และแปล humility ว่าความถ่อมตน ในการถกเถียงก็บอกว่าเนี่ยเราไม่ชอบคำว่า modesty เพราะการนอบน้อมอาจจะไม่ได้หมายถึงการถ่อมตนที่มาจากภายในก็ได้ เจ้า modesty เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและการแสดง หลักๆ แล้วคือการที่ปฏิเสธคุณสมบัติ ความสำเร็จของตัวเอง ในขณะที่ความถ่อมตัวคือความรู้สึกจากภายใน เป็นการรู้จักที่จะยอมรับและเคารพตัวตน สติปัญญา และความสามารถของตนเองและของคนอื่นด้วย

สรุปอย่างลวกๆ modesty หมายถึง สิ่งที่แสดงออกมา ดังนั้นเรามักใช้คำว่า act ซึ่งก็คล้ายๆ กับค่านอบน้อมในภาษาไทยที่นัยเกี่ยวข้องกับการแสดงออกมากกว่าความรู้สึกจริงๆ ที่ออกมาจากข้างใน การแสดงความนอบน้อมหลายครั้งจึงสัมพันธ์กับการถูกบังคับ ส่วนคำว่าการถ่อมตนในทางกลับกันสัมพันธ์กับความรู้ภายในมากกว่า ความรู้สึกยอมรับคนอื่น สิ่งอื่นที่เหนือกว่าตน และที่สำคัญคือยอมรับตัวเองด้วย ความถ่อมตนเกิดจากการที่เรารับรู้ - ไม่ปฏิเสธความพิเศษ ความสามารถ และพรสวรรค์ของตัวเอง ตลอดจนยอมรับนับถือของผู้อื่นด้วย

จุดต่างสำคัญของความสองความ คืออย่างแรก ความนอบน้อมสงบเสงี่ยมมักไปโยงกับการปฏิเสธความสามารถของตัวเอง จนกระทั่งไปปฏิเสธความสามารถของคนอื่น แต่ความถ่อมตนคือการประมาณและยอมรับในตัวตนและศักยภาพของตัวเอง ควบคู่ไปกับการมองเห็นและยอมรับศักยภาพของคนอื่นไปพร้อมๆ กัน

rsbc.org.uk

ถ่อมตนไม่ต้องอ่อนน้อม?

C. S. Lewis บอกว่า ความถ่อมตนที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องมีความอ่อนน้อมเลยก็ได้ ในความรู้สึกถ่อมตน (humbleness) จริงๆ เป็นมิติที่สัมพันธ์กับปรัชญาและทัศนคติที่ลุ่มลึกและยิ่งใหญ่พอสมควร ความถ่อมตนหลักๆ คือการที่เราลดละอัตตาของเราออกไป คือความรู้สึกเข้าใจในความยิ่งใหญ่ของสรรพสิ่งและความเล็กจิ๋วของเรา แต่ความเล็กจิ๋วที่ว่าไม่ใช่ความรู้สึกกระจอกงอกง่อย แต่คือความระแวดระวังว่า เออ เรามันก็แค่มนุษย์คนหนึ่งในทะเลของสรรพสิ่ง ของความรู้ ของผู้คนในจักรวาลอันกว้างไกลนี้ ตัวตน ความคิด ไปจนถึงความบกพร่องผิดพลาดของเรามันก็แค่จุดเล็กๆ บนโลกใบนี้ เราอาจจะผิดก็ได้ และเราจะยอมรับความผิดและเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากคนอื่น จากสรรพสิ่งนี้ได้อย่างไร นั่นแหละคือความถ่อมตน ถ่อมตัวต่อโลก ต่อความรู้ ถ่อมตัวเพื่อเรียนรู้และยอมรับ

ความถ่อมตนจึงเป็นเรื่องของความเสมอภาค ในทางกลับกันความนอบน้อมอาจเป็นอุปสรรคด้วยซ้ำ เช่นในโลกที่ให้ความสำคัญกับความเป็นเด็กและความเป็นผู้ใหญ่ ถ้าเราถือตนว่าเป็นผู้ใหญ่ เรามองว่า เฮ้ย คนอื่นทำไมไม่ ‘แสดงความนอบน้อมต่อเรา’ การเรียกร้องความนอบน้อมอาจนำไปสู่การไม่ยอมรับ เราไม่ยอมรับตัวตน ไม่ยอมรับสถานะของอีกฝ่าย แต่ถ้าเรารับรู้ว่า เรามันก็แค่มนุษย์ตัวเล็กๆ คนหนึ่ง เราก็มีแนวโน้มที่จะปฏิบัติและรับฟังเรียนรู้ต่อผู้อื่นเสมอ ไม่สำคัญว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร หรือจากอะไร

ในมุมมองของลิวอิส ถ้าเราเป็นคนที่ถ่อมตนและเข้าใจโลกจนถึงที่สุด เราจึงไม่ค่อยยึดถึงอัตตาหรืออีโก้ ความนอบน้อมหรือการแสดงออกจึงแทบไม่จำเป็นสำหรับเราเลย เพราะเรากำลังปฏิสัมพันธ์กับคนอีกคนหนึ่ง ซึ่งเราเคารพและยอมรับอย่างเท่าเทียมกันแล้ว ถ้าจะถกเถียงหรือโต้แย้งกัน ก็เป็นการถกเถียงในเรื่องอื่นๆ ไม่ใช่โจมตีกันที่ตัวตนของอัตตาของอีกฝ่าย - เวรี่อุดมคติ

ดังนั้นบางครั้งคนที่ถ่อมตัวอาจดูเป็นคนยโสในสังคมแห่งความนอบน้อม สังคมที่ไม่ยอมรับฟังเสียงและมองเห็นตัวตนของคนอื่น

The Common Vision

จุดสำคัญจากนักคิดนักเขียนทั้งหลาย คือเรา ไม่จำเป็นต้องทำตัวจิ๋วๆ แล้วหายไปจากสังคมนี้โดยเข้าใจว่านี่คือการถ่อมตน แต่การถ่อมตนคือการรู้และยอมรับความสามารถ คุณค่าและความสำเร็จของทั้งตนเองและผู้อื่นอย่างเหมาะสม สามารถแยกแยะระหว่างความภาคภูมิใจ (proud) และความยะโส (pride) ออกจากกันได้ เป็นทัศนคติที่ทำให้เติบโตขึ้นจากการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ปิดปากหรือปฏิเสธซึ่งกันและกัน ความถ่อมตนจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากทัศนคติภายใน ไม่ได้เกิดจากแรงกดดันหรือการบังคับภายนอก

อ้างอิงข้อมูลจาก

theatlantic.com

completewellbeing.com

psychologytoday.com

english.stackexchange.com/

cslewisinstitute.org

Illustration by  Waragorn Keeranan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...