สช.จัดใหญ่ ‘วันการศึกษาเอกชน’ ใน 5 ภูมิภาค หวังเพิ่มจำนวนนักเรียน เปิดโอกาสให้ร.ร.แสดงศักยภาพ
สช.จัดใหญ่ ‘วันการศึกษาเอกชน’ ใน 5 ภูมิภาค หวังเพิ่มจำนวนนักเรียน เปิดโอกาสให้ร.ร.แสดงศักยภาพ
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานแถลงข่าววันการศึกษาเอกชน ประจำปี 2563 ว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เป็นหน่วยงานที่ช่วยขับเคลื่อนกระบวนการการศึกษาของประเทศ นอกเหนือจากการจัดการศึกษาของภาครัฐ เพื่อให้การจัดงานเป็นรูปธรรม จึงจัดประชุมสัมมนาและเพื่อประชาสัมพันธ์ให้การทำงานมีคุณภาพมากขึ้น รัฐบาลเล็งเห็นความสำคัญของการจัดการศึกษาเอกชน จากการที่ได้ประกาศใช้พ.ร.บ.โรงเรียนราษฏร์ เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2461 และนับตั้งแต่นั้นมา สช.ถือเอาวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็นวันที่มีความสำคัญของโรงเรียนเอกชน โดยเรียกวันนี้ว่า “วันการศึกษาเอกชน” ดังนั้นเพื่อการเป็นการรำลึกถึงวันสำคัญดังกล่าว สช.จึงถือเอาวันนี้กำหนดให้มีการจัดงานวันการศึกษาเอกชน ซึ่งงานในปีนี้ จัดภายใต้แนวคิด “การศึกษาเอกชน ทางเลือกสู่อนาคต Private Education, Choice of the Future” จัดงานขึ้นใน 5 ภูมิภาค ระหว่างวันที่ 7-16 กุมภาพันธ์ ดังนี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ 7-8 กุมภาพันธ์ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.) อุดรธานี จ.อุดรธานี ภาคเหนือ วันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ ที่โรงเรียนเซนต์โยเซฟเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ ภาคใต้ วันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ จัดที่ ที่ทำการอบจ.จังหวัดกระบี่ ภาคกลาง วันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ จัดที่โรงเรียนอัสสัมชัญสมุทรปราการและโรงเรียนเซนต์โยเซฟทิพวัล จ.สุมทรปราการ และภาคตะวันออก วันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ จัดที่ มรภ.ราชนครินทร์ จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริหาร ครู โรงเรียนเอกชนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาการ และนวัตกรรมทางการศึกษา ให้นักเรียนได้แสดงความสามารถ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันด้วย
นางกนกวรรณ กล่าวต่อว่า ความพิเศษในงานครั้งนี้คือการร่วมมือร่วมใจระหว่างสมาคมโรงเรียนเอกชน 20 สมาคมทั่วประเทศ และกระจายจัดงานไปตามภูมิภาคต่างๆ ซึ่งจะแสดงศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาการเรียนการสอน เป็นการแสดงให้คนทั่วไปได้เห็นว่าการศึกษาเอกชน เปิดสอนอะไรบ้าง จะได้เห็นว่าโรงเรียนเอกชนได้พัฒนาพร้อมเป็นทางเลือกสู่อนาคตอีกรูปแบบหนึ่งในการจัดการศึกษาที่ทันสมัยและล้ำสมัย เชื่อว่าจะเพิ่มจำนวนนักเรียนมากขึ้น
“การศึกษาเอกชนจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาไทย โดยพัฒนาคุณภาพการศึกษาและคนไทยให้เป็นคนเก่งและคนดีของประเทศ ในอดีตที่ผ่านมาการศึกษาเอกชนคือการศึกษาที่นำร่องประเทศ เพราะโรงเรียนแก่งแรกในประเทศไทยคือโรงเรียนเอกชน ดังนั้น จะเห็นว่าการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนนำหน้ามาโดยตลอด ทั้งการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ การสร้างนวัตกรรม การเรียนรู้ใหม่ๆ ที่เกิดการคิดค้นตลอดเวลา ดังนั้นอย่ามองว่าเอกชนจัดการศึกษาเพื่อธุรกิจ แต่โรงเรียนเอกชนทั้งหมดเป็นการจัดการศึกษาเพื่อสังคม ซึ่งทำหน้าที่ในการช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาล เชื่อว่าในงานนี้ทั่วประเทศจะมีคนร่วมงานไม่ต่ำกว่า 40,000 คน จะทำให้เงินสะพัดไปทั่วประเทศ เพราะคนจะเดินทางไปดูงานในจังหวัดต่างๆ จำนวนมาก และโรงเรียนเอกชนในระบบและนอกระบบจะได้แสดงศักยภาพของตนอย่างเต็มที่แน่นอน” นางกนกวรรณกล่าว เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่