โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อยากเรียนต้องได้เรียน! กยศ. เพิ่มเกณฑ์รายได้ครอบครัวเพิ่มการเข้าถึงการศึกษา

JS100

อัพเดต 29 เม.ย. 2563 เวลา 10.09 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2563 เวลา 08.50 น. • JS100:จส.100
อยากเรียนต้องได้เรียน! กยศ. เพิ่มเกณฑ์รายได้ครอบครัวเพิ่มการเข้าถึงการศึกษา

          กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ยืนยันว่าในปีการศึกษา 2563 มีวงเงินให้กู้ยืมเพียงพอแก่นักเรียน นักศึกษาทุกคนพร้อมเพิ่มเกณฑ์รายได้ครอบครัวของผู้กู้ยืมที่ขาดแคลนทุนทรัพย์จากเดิมไม่เกิน 200,000 บาท/ปี เป็นไม่เกิน 360,000 บาท/ปี และเพิ่มค่าครองชีพให้อีกรายละ 600 บาท/เดือน ทุกระดับการศึกษา อีกทั้งส่งเสริมให้ศึกษาในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลักซึ่งมีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ

          นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพของประชาชนจำนวนมาก กองทุนขอยืนยันว่า ผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไม่ต้องเป็นกังวลว่าจะไม่มีเงินส่งให้ลูกหลานได้เรียน เนื่องจากกองทุนมีเงินเพียงพอให้ทุกคนได้กู้ยืมเรียนอย่างแน่นอน โดยในปีการศึกษา 2563 กองทุนได้ปรับเกณฑ์คุณสมบัติเฉพาะเกี่ยวกับรายได้ครอบครัวของผู้กู้ยืมที่ขาดแคลนทุนทรัพย์จากเดิมรายได้ไม่เกิน 200,000 บาท/ปี เป็นไม่เกิน 360,000 บาท/ปี อีกทั้งได้ปรับเพิ่มค่าครองชีพรายเดือนให้ผู้กู้ยืมทุกระดับการศึกษาอีกรายละ 600 บาท/เดือน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จากเดิม 1,200 บาท เป็น 1,800 บาท/เดือน ส่วนระดับ ปวช./ปวส./ปริญญาตรี จากเดิม 2,400 บาท เป็น 3,000 บาท/เดือน

          สำหรับนักเรียน นักศึกษาที่กำลังมองหาโอกาสทางการศึกษาเพื่อต่อยอดสู่สาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลัก โดยเฉพาะสาขาวิชาที่อยู่ในโครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายและ 3 โครงสร้างพื้นฐาน โดยให้สิทธิพิเศษกับผู้กู้ยืมที่เรียนระหว่างปีการศึกษา 2562 - 2566 เมื่อสำเร็จการศึกษาในสาขาวิชาที่กำหนดจะคิดดอกเบี้ยอัตราไม่เกินร้อยละ 0.5 ต่อปี

          ผู้กู้ยืมระดับปริญญาตรี จะได้ส่วนลดเงินต้นร้อยละ 30

          ผู้กู้ยืมระดับอาชีวศึกษา จะได้ส่วนลดเงินต้นร้อยละ 50 เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ EEC รวมถึงเป็นการป้อนกำลังคนในสายอาชีวะ/สายวิชาชีพที่ยังขาดแคลนสู่ตลาดแรงงานทั่วประเทศ

          สำหรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วย

1) อุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต

2) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ

3) อุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

4) การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ

5) อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร

6) อุตสาหกรรมหุ่นยนต์

7) อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์

8) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ

9) อุตสาหกรรมดิจิทัล

10) อุตสาหกรรมแพทย์ครบวงจร

          ส่วน 3 โครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่

1) อุตสาหกรรมระบบราง

2) อุตสาหกรรมพาณิชย์นาวี

3) อุตสาหกรรมโลจิสติกส์

          ทั้งนี้ กองทุนได้เตรียมงบประมาณให้กู้ยืมจำนวนประมาณ 34,000 ล้านบาท สำหรับนักเรียน นักศึกษาที่คาดว่าจะกู้ยืมในปีนี้จำนวน 590,000 ราย ซึ่งเงินที่ใช้ในการให้กู้ยืมเป็นเงินที่ได้รับชำระคืนจากผู้กู้ยืมรุ่นพี่ โดยไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดินตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา และขณะนี้ กองทุนได้เปิดระบบ e-Studentloan เพื่อให้นักเรียน นักศึกษายื่นแบบคำขอกู้ยืมล่วงหน้าแล้ว ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.studentloan.or.th หรือสอบถามได้ที่ Line@กยศ. หรือโทร. 0 2016 4888

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...