โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทฤษฏี Fermi Paradox | การมาของมนุษย์ต่างดาว อาจเป็นหายนะของเผ่าพันธุ์มนุษย์!

BT Beartai

อัพเดต 05 พ.ค. 2563 เวลา 02.53 น. • เผยแพร่ 04 พ.ค. 2563 เวลา 14.07 น.
ทฤษฏี Fermi Paradox | การมาของมนุษย์ต่างดาว อาจเป็นหายนะของเผ่าพันธุ์มนุษย์!

เมื่อไม่กี่วันก่อนกองทัพสหรัฐออกมายืนยันถึงคลิป UFO ที่เคยถูกบันทึกภาพได้ในอดีตเป็นของจริงประมาณ 3 คลิป แถมรัฐมนตรีของญี่ปุ่นเองก็ยังจัดตั้งกองกำลังรับมือ UFO อีกต่างหาก (ปี 2020 นี้มีเรื่องให้พีคทุกเดือนจริง ๆ เลย) ทีนี้อยากจะพูดถึงว่า การที่เรามาเจอสัญญาณชีวิตต่างดาวเอาซะตอนนี้เนี่ย มันดีหรือไม่ดี ? ซึ่งถ้าพูดเรื่องนี้กับทฤษฏี “Fermi Paradox” แล้ว มันไม่ใช่เรื่องดีเอาซะเลย เพราะมันอาจจะเป็นหายนะของมนุษย์ชาติเลยทีเดียว!

UFO Alien US Navy Pentagon

UFO Alien US Navy Pentagon

ทีนี้ ก่อนจะมาพูดถึงว่าFermi Paradox นี้คืออะไร รู้หรือไม่ว่าจักรวาลที่เรารู้จัก ที่เราศึกษามีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่มากถึง 9 หมื่นล้านปีแสง มีกาแลกซี่ทั้งหมด 1 แสนล้านกาแลกซี่ และแต่กาแลกซี่มีดาวทั้งหมดประมาณ 1 แสนล้านดวง ถึง 1 ล้านล้านดวง แต่ที่ผ่านมา เรากลับไม่พบสิ่งมีชีวิตต่างดาวเลย?

ขอบคุณรูปภาพจากช่อง Kurzgesagt – In a Nutshell

กาแลกซี่ที่เราอยู่คือ “Milky Way” หรือที่เราเรียกกันว่า “ทางช้างเผือก”  ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ และนักดาราศาสตร์มีการค้นพบระบบดาวที่น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่บ่อยครั้ง แต่ การจะเดินทางไปยังที่เหล่านั้นมันไม่ง่ายเลยสักนิดเดียว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ณ ปัจจุบัน ซึ่งแต่ละกาแลกซี่นั้นดำรงกันอยู่แบบ “Local Group” คือการอยู่กันเป็นกลุ่มก้อนในพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งการจะเดินทางจากกาแลกซี่หนึ่งไปยังอีกกาแลกซี่หนึ่งได้นั้น จะต้องผ่านช่องว่างระหว่าง Local Group ที่เป็นจุดบอดของจักรวาล เป็นที่มืดมิดในอวกาศไม่มีดาวฤกษ์ ไม่มีแสง แถมยังต้องใช้เวลาเป็นล้านล้านปีในการเดินทาง (ด้วยยานอวกาศที่เร็วที่สุด ณ ปัจจุบัน) เพราะแบบนั้นความจะเป็นไปได้สำหรับเราที่น่าจะใกล้ความจริงมากที่สุดคือการมองหาสิ่งมีชีวิตต่างดาวในกาแลกซี่ Milky Way ของเราเองนี่แหละ

ขอบคุณรูปภาพจากช่อง Kurzgesagt – In a Nutshell

กาแลกซี่ Milky Way นั้นมีดาวเคราะห์ประมาณ 400 ล้านดวง มีดาวฤกษ์ประมาณ 20 ล้านดวง ซึ่งแต่ละระบบของดาวฤกษ์เราพบเจอดาวที่อยู่ใน “Habitable Zone” หรือโซนที่ดาวเคราะห์โลกอยู่นั่นเอง โดยมันคือช่วงระยะจากดาวดวงนั้นถึงดาวฤกษ์ที่พอเหมาะพอดีต่อการเกิดสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์ ซึ่งมีแค่ 0.1% จากทั้งหมด หรือประมาณ 1 ล้านดวงดาวเท่านั้นในMilky Way ที่น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอยู่

ขอบคุณรูปภาพจากช่อง Kurzgesagt – In a Nutshell

ซึ่งนับจากการระเบิดครั้งใหญ่หรือ Big Bang แล้วนั้น Milky Way ของเรามีอายุประมาณ 13 ล้านล้านปี โดย ณ ตอนแรก ปัจจัยโดยรวมนั้นไม่ค่อยเอื้อต่อการให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตมากนัก เพราะเกิดการระเบิดยังมีอยู่มากมายทั่วจักรวาลหลังจากการระเบิดครั้งใหญ่ และประมาณ 1 ล้านล้านปีต่อมา จึงเริ่มเกิดดาวที่อยู่ใน Habitable Zone ดวงแรกเกิดขึ้น ซึ่งโลกมีอายุเพียงแค่ 4 ล้านล้านปี เท่านั้น นั่นแปลว่ามีสิ่งมีชีวิตที่น่าจะเกิดก่อนเรา และมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างมากที่มาก่อนเราถึงประมาณ 9 ล้านล้านปี เลยทีเดียว ซึ่งเราสามารถแบ่งความเจริญทางอารยธรรม (Type of Civilizations) ได้ 3 แบบดังนี้ ตามสเกลของ Kardashev (Kardashev Scale)

ขอบคุณรูปภาพจากช่อง Kurzgesagt – In a Nutshell

  • แบบแรก (Type 1) เผ่าพันธ์ุที่สามารถใช้งานทุกอย่างที่เป็นพลังงานบนดาวดวงนั้นได้ เช่น แร่ธาตุ น้ำ พลังงานธรรมชาติ ภูเขาไฟ ซึ่งเป็นแบบที่เผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นอยู่ และกำลังพัฒนาอยู่ในช่วงที่ 73% จนจะสิ้นสุด และก้าวผ่านแบบแรกไปได้ โดยอาจจะใช้เวลาอีกประมาณ 100-200 ปีด้วยกัน

ขอบคุณรูปภาพจากช่อง Kurzgesagt – In a Nutshell

  • แบบที่สอง (Type 2) เผ่าพันธุ์ที่สามารถควบคุมการใช้พลังงานทั้งหมดของดาวฤกษ์ของตัวเองได้ เป็นการใช้ประโยชน์จาก “Dyson Sphere” (ชื่อที่ใช้เรียกกันในนวนิยายวิทยาศาสตร์) เพื่อครอบทับกับดาวฤกษ์ ใช้ควบคุม และดูดพลังงานจากดาวฤกษ์ดวงนั้น

ขอบคุณรูปภาพจากช่อง Kurzgesagt – In a Nutshell

  • แบบที่สาม (Type 3) เผ่าพันธุ์ที่อาศัย และควบคุมอยู่ทั่วไปในกาแลกซี่ อยู่กันเป็นอาณานิคม พูดง่าย ๆ ว่าครองกาแลกซี่นั้น ๆ ไปแล้ว และยังใช้ประโยชน์ได้จากทุกอย่างในกาแลกซี่นั้น ๆ ซึ่งหากเราใช้เวลาประมาณ 2 ล้านปี เราจะสามารถกลายเป็น Type 3 ได้ และมีอาณานิคมกระจายอยู่ทั่วกาแลกซี่

ซึ่งหากเราต้องใช้เวลาขนาดนั้นเพื่อครอบคลุมอาณานิคมทั่้วกาแลกซี่ แล้วสิ่งมีชีวิตต่างดาวอื่น ๆ ที่อยู่มาก่อนเรามาเกือบ 10 ล้านล้านปี หละ ? เผ่าพันธุ์เหล่านั้นน่าจะครองกาแลกซี่ไปนานแล้ว แล้วพวกเขาอยู่ไหนกัน?

ขอบคุณรูปภาพจากช่อง Kurzgesagt – In a Nutshell

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ทฤษฏี Fermi Paradox ต่อไปนี้จะเป็นทฤษฏีที่อธิบายเหตุผลว่าทำไมเราถึงไม่เคยเจอสิ่งมีชีวิตต่างดาวมาก่อนเลย โดยทฤษฏี Fermi Paradox นั้นถูกตั้งตามชื่อของนักฟิสิกส์ชาวอิตาลี่คนหนึ่งชื่อ “Enrico Fermi” ผู้เชี่ยวชาญด้านการตั้งทฤษฏีต่าง ๆ รวมถึงการทดลอง และมีผลงานทางด้านวิทยาศาสตร์มากมายในอดีต

ขอบคุณรูปภาพจากช่อง Kurzgesagt – In a Nutshell

ก่อนอื่นต้องพูดถึง “The Great Filter” หรือกำแพงแห่งการวิวัฒนาการกันก่อน ซึ่งกำแพงที่พูดถึงนี้คือตัวสกัดกั้นการวิวัฒนาการของแต่ละเผ่าพันธ์ุ อาจจะเป็นเหตุการณ์อะไรก็ตาม ที่ทำให้เราไม่สามารถพัฒนาเผ่าพันธุ์ต่อไปได้ หรืออาจจะสูญพันธุ์ไปเลย โดยทฤษฏีนี้ตั้งเหตุการณ์ที่เป็นไปได้เอาไว้ 2 แบบ

ขอบคุณรูปภาพจากช่อง Kurzgesagt – In a Nutshell

  • เหตุการณ์ที่ 1 (Scenarios 1) เราอยู่ข้างหน้ากำแพง ซึ่งก็คือเราเป็นเผ่าพันธุ์ที่สามารถก้าวผ่านกำแพงแห่งการวิวัฒนาการมาได้ มีความก้าวหน้ามากที่สุด และไม่สูญพันธุ์ไปเพราะกำแพง ส่วนเผ่าพันธุ์อื่น ๆ นั้นไม่สามารถก้าวผ่านกำแพงมาได้ จึงสูญพันธ์ไป เราจึงไม่เจอใครเลย และเป็นเผ่าพันธุ์เดียวในกาแลกซี่

ขอบคุณรูปภาพจากช่อง Kurzgesagt – In a Nutshell

  • เหตุการณ์ที่ 2 (Scenarios 2) เราอยู่ข้างหลังกำแพง อันนี้คือสิ่งที่ไม่อยากเกิดขึ้นมากที่สุด เพราะเรากำลังจะเจอกับหายนะเร็ว ๆ นี้ เพราะไม่มีใครทราบว่ากำแพงที่ว่านี้คืออะไร และกำแพงนั้นกำลังจะทำให้เราเจอกับจุดจบของเผ่าพันธุ์ ซึ่งเราจะสามารถสังเกตได้จากการที่เราจะเจอกับสิ่งมีชีวิตต่างดาวที่มีเทคโนโลยีสูงมาก และมี Type ที่สูงกว่าเรา (อาจจะเป็นได้ทั้ง 2 และ 3)

และถ้าหากเราเจอสิ่งมีชีวิตต่างดาว หรือมนุษย์ต่างดาวจริง ๆ แปลว่าเผ่าพันธุ์ของเขาต้องมาจากระบบดาวที่ห่างออกไปมาก ๆ ซึ่งแปลว่าเขามีเทคโนโลยีที่สูงกว่าเรา และเป็น Type ที่สูงกว่าเราเช่นกัน และนั่นแปลว่ามีโอกาสสูงมากที่เราจะยังไม่ได้ก้าวผ่านกำแพงมา และถึงพวกเขาเหล่านั้นจะมาด้วยจุดประสงค์ดี และเป็นมิตร ก็อาจจะไม่ได้แปลว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อเราอยู่ดี เพราะเราอาจจะได้เจอกับ The Great Filter ที่จะทำให้เราสูญพันธุ์ไปในที่สุด

ขอบคุณรูปภาพจากช่อง Kurzgesagt – In a Nutshell

แต่ถึงยังไงเรื่องนี้ก็ยังเป็นแค่ทฤษฏี ทฤษฏีหนึ่งเท่านั้น อย่าเพิ่งได้ตกใจไป และก็ยังไม่มีการยืนยันแต่อย่างใดว่าเราได้พบเจอกับมนุษย์ต่างดาวเข้าแล้ว เพียงแต่คลิปที่กองทัพสหรัฐที่ได้ออกมายืนยันนั้นคือ UFO – Unidentified Flying Object หรือก็คือ อากาศยานบิน ที่ไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไร ซึ่งเอาจริง ๆ ก็น่าสนใจเหมือนกันนะ ขนาดที่ว่ากองทัพสหรัฐยังยืนยันไม่ได้ว่าคืออะไร แถมถ้าเราไปศึกษาดูในบันทึกของคนที่ได้พบเจอกับ UFO เหล่านั้นก็ดูน่ากลัวมาก ๆ อีกต่างหาก (อ่านได้ที่นี่)

ที่มา: Kurzgesagt – In a Nutshell: 1, 2, 3   Wikipedia: Enrico Fermi, Dyson Sphere 

 

 

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

ทฤษฏี Fermi Paradox | การมาของมนุษย์ต่างดาว อาจเป็นหายนะของเผ่าพันธุ์มนุษย์!
ทฤษฏี Fermi Paradox | การมาของมนุษย์ต่างดาว อาจเป็นหายนะของเผ่าพันธุ์มนุษย์!
ทฤษฏี Fermi Paradox | การมาของมนุษย์ต่างดาว อาจเป็นหายนะของเผ่าพันธุ์มนุษย์!
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...