โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พระสยามเทวาธิราช" สร้างโดยราชสำนัก แต่มีครั้งหนึ่งที่สร้างโดยประชาชน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 06 ส.ค. 2567 เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2567 เวลา 23.42 น.
พระสยามเทวาธิราชประดิษฐานในพระวิมานพระสยามเทวาธิราช ภายในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ พระบรมมหาราชวัง (ภาพจากหนังสือพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์กับประชาชน จัดพิมพ์โดยสำนักราชเลขาธิการ พ.ศ. 2525)

“พระสยามเทวาธิราช” คนไทยรู้จักในฐานะ เทพยดาคู่บ้านคู่เมือง องค์หนึ่งของไทย เป็นผลมาจากงานฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เมื่อ พ.ศ. 2525

ครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระสยามเทวาธิราชมาประกอบพระราชพิธีบวงสรวง และพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระสยามเทวาธิราช หลังพระราชพิธีเสร็จแล้วอีกระยะหนึ่ง นั่นเป็นครั้งแรกที่ประชาชนมีโอกาสเข้าถวายสักการะพระสยามเทวาธิราชโดยตรง

เรื่องของ เทพยดาคู่บ้านคู่เมือง ของไทยยังมีอีกหลายมิติที่น่าสนใจ ซึ่ง วิศรุต บวงสรวง ได้ค้นคว้าและเรียบเรียงไว้ในบทความ พระสยามเทวาธิราชทรงปราบกบฏบวรเดช : การช่วงชิงเทพสัญลักษณ์ใน เหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2476’ ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเมษายน 2563

พระสยามเทวาธิราชสร้างขึ้นตามพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อประเทศชาติสามารถรอดพ้นจากสถานการณ์ที่ต้องสูญเสียอิสรภาพหลายครั้งมาได้ ด้วยมีเทวดารักษาคุ้มครอง จึงควรทำรูปเทวดาองค์นั้นขึ้นสักการบูชา

รูปแบบของเทวดาที่จัดสร้างขึ้นก็คือ เป็นเทวดาทรงเครื่องอย่างพระมหากษัตริย์ พระหัตถ์ขวาถือพระแสงขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายยกขึ้นจีบเหนือพระอุระ ประดิษฐานอยู่ในพระวิมานไม้จันทน์ กำหนดให้มีการทำพิธีบวงสรวงทุกปี ในวันปีใหม่ไทย ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี

นั่นคือข้อมูลทั่วไปที่หลายคนอาจพอรู้อยู่แล้ว แต่วิศรุตได้ค้นคว้าลึกลงไปกว่านั้น โดยกล่าวว่า มีการสร้างพระสยามเทวาธิราชอีกหลายครั้ง ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน ดังนี้

สมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างเทวรูปขึ้นอีกองค์หนึ่ง สำหรับประดิษฐานอยู่ที่ห้องบรรทมของพระองค์ในพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เทวรูปดังกล่าวมีรูปเหมือนพระสยามเทวาธิราช เว้นเพียง “พระพักตร์ของเทวรูป” ที่โปรดเกล้าฯ ให้แปลงเป็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

นอกจากนี้ ในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 100 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง “เหรียญดุษฎีมาลา” สำหรับพระราชทานแก่บรรดาผู้มีความชอบ ก็มีการอัญเชิญรูปพระสยามเทวาธิราชมาไว้ในเหรียญด้วย

วิศรุตอธิบายลักษณะของ เหรียญดุษฎีมาลา ว่า เป็นแบบกลมรีไข่ ด้านหน้าตรงกลางเหรียญประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผินพระพักตร์ทางซ้ายของเหรียญ มีอักษรตามขอบเบื้องบนว่า “จุฬาลังกรณว์หัส์สปรมราชาธิราชิโน” ขอบเบื้องล่างเป็นช่อชัยพฤกษ์ไขว้กัน

ด้านหลังเหรียญเป็นรูปพระสยามเทวาธิราชทรงพระขรรค์ ยืนพิงโล่ตราแผ่นดิน พระหัตถ์ขวาทรงพวงมาลัย ทรงทำท่าจะสวมตรงชื่อผู้ที่ได้รับพระราชทาน โดยในโล่ล้อมรอบด้วยชัยพฤกษ์นั้นเว้นพื้นที่ไว้สำหรับจารึกนามผู้ได้รับพระราชทาน เหรียญดุษฎีมาลา

ใต้แท่นทรงยืนของพระสยามเทวาธิราช มีข้อความ “1244” บอกปีจุลศักราชที่สร้าง และมีอักษรตามขอบว่า “สยามิน์ทปรมราชตุฏธิป์ปเวทนํอิทํ” ที่ริมขอบเหรียญจารึกอักษรว่า“สัพ์เพสํ สํฆภูตานํ สามัค์คีวุฏ์ฒิสาธิกา” ด้านบนเหรียญมีพระขรรค์ชัยศรีกับธารพระกรเทวรูปไขว้กัน มีห่วงยึดกับเหรียญและติดกับแผ่นโลหะจารึกว่า “ทรงยินดี” ผู้ได้รับพระราชทานเหรียญนี้ ไม่มีประกาศนียบัตร เพราะจารึกชื่อผู้ได้รับลงไปในเหรียญแล้ว”

นอกจากนี้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างเหรียญราชอิสริยาภรณ์ขึ้น เพื่อเป็นบำเหน็จความดีความชอบแก่ผู้ไปราชการสงครามปราบฮ่อเมื่อ พ.ศ. 2427 (จ.ศ. 1246) หรือที่เรียกกันทั่วไปภายหลังว่า “เหรียญปราบฮ่อ” ก็มีการอัญเชิญรูปพระสยามเทวาธิราชมาไว้ในเหรียญเช่นกัน

วิศรุตอธิบายลักษณะของเหรียญปราบฮ่อไว้ว่า เป็นเหรียญเงินรูปกลม ด้านหน้าเป็นพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หันพระพักตร์ไปทางซ้าย มีพวงมาลัยรองรับ เบื้องบนเป็นแถวอักษรตามแนวขอบเหรียญเป็นข้อความ “จุฬาลงกรณ์ บรมราชาธิราช”

ด้านหลังเป็นรูปพระสยามเทวาธิราชทรงคอช้างถือพระแสงของ้าว มีควาญนั่งอยู่ท้ายช้างคนหนึ่ง รองรับด้วยกลุ่มแพรแถบ เบื้องบนของรูปนั้นมีอักษรตามแนวขอบเหรียญเป็นข้อความมีจุลศักราชที่ทำสงครามกับฮ่อครั้งต่างๆ

แม้การสร้างพระสยามเทวาธิราชที่กล่าวมานั้นเป็นของราชสำนักทั้งสิ้น แต่มีอยู่อย่างน้อยครั้งหนึ่งที่เป็นการสร้างโดย “ประชาชน” โดยเกิดขึ้นภายหลังรัฐบาลปราบปรามกบฏบวรเดช พ.ศ. 2476 ได้สร้างเหรียญที่ระลึกเพื่อตอบแทนความดีแก่ผู้ช่วยเหลือรัฐบาลปราบกบฏ เรียกว่า “เหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญ”

วิศรุตระบุว่า เหรียญพิทักษ์รัฐธรรมนูญมีลักษณะเป็นเหรียญทองแดงรมดำ รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ด้านหน้าเหรียญเป็นภาพพานรัฐธรรมนูญ ล้อมรอบด้วยพวงมาลาชัยพฤกษ์ และมีรัศมีเปล่งรอบ

ด้านหลังของเหรียญเป็นภาพพระสยามเทวาธิราชทรงพระขรรค์ในท่าประหารปรปักษ์ มีอักษรด้านล่างว่า “ปราบกบฏ พ.ศ. 2476” ตัวเหรียญมีห่วงห้อยด้านหน้าจารึกว่า “พิทักษ์รัฐธรรมนูญ” ด้านหลังจารึกว่า “สละชีพเพื่อชาติ”

พระสยามเทวาธิราช จึงปรากฏหลายครั้ง ทั้งที่สร้างโดยราชสำนักและที่สร้างโดยประชาชน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 8 เมษายน 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระสยามเทวาธิราช” สร้างโดยราชสำนัก แต่มีครั้งหนึ่งที่สร้างโดยประชาชน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...