โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัยการฟ้องเเล้ว บรรยินกับพวกรวม 6 คน อุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา 9 ข้อหาหนัก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 พ.ค. 2563 เวลา 03.09 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2563 เวลา 02.44 น.

อัยการฟ้องเเล้ว บรรยินกับพวกรวม 6 คนอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา 9 ข้อหาหนัก ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯสั่งไม่ฟ้อง 1ราย

เมื่อวันที่ 18 พ.ค.นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 และรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเปิดเผยว่าตามที่นายเจษฎา อรุณชัยภิรมย์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตได้รับสำนวนการสอบสวนจากพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราบเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมานั้นเป็นคดีที่น.ส.พนิดา สกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลอาญากรุงเทพใต้เป็นผู้กล่าวหา โดยมีผู้ต้องหามีทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ผู้ต้องหานายมานัส ทับทิมที่ นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์นายชาติชาย เมณฑ์กูล นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข ดาบตำรวจธงชัย หรือสจ. อ๊อด วจีสัจจะชายไทยไม่ทราบชื่อเป็นผู้ต้องหาที่ 1-7 ในคดีที่นายวีรชัย สกุนตะประเสริฐพี่ชายของน.ส.พนิดา ผู้พิพากษาดังกล่าวถูกอุ้มฆ่าโดยมูลเหตุสืบเนื่องจากการทำหน้าที่ผู้พิพากษาของนางสาวพนิดาซึ่งมีพ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์เป็นจำเลยในคดีอาญาคดีหนึ่ง

ซึ่งเมื่ออัยการได้รับสำนวนแล้วนายเจษฎา อรุณชัยภิรมย์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตได้มอบหมายให้สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 3 ซึ่งมีนายพรพิชัย ไชยมาตร อัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 3 เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินคดีเนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญซึ่งกลุ่มคนร้ายผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมอุกอาจประชาชนและสื่อมวลชนต่างให้ความสนใจติดตามความคืบหน้าคดีมาอย่างต่อเนื่อง

นายพรพิชัย ไชยมาตร อัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 3 จึงมีคำสั่งของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 3 ที่ 5/2563 แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อร่วมกันพิจารณาคดีนี้ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2547 ซึ่งคณะทำงานประกอบด้วยนายบุญยังจุมพลอัยการผู้เชี่ยวชาญนายไพบูลย์วนพงศ์ทิพากรอัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นคณะทำงาน พ.ต.อ.ธงชัย กีรติธรรมากร อัยการประจำกองเป็นคณะทำงานและเลขานุการและนายพรพิชัย ไชยมาตรอัยการพิเศษฝ่ายฯ เป็นหัวหน้าคณะทำงานซึ่งคณะทำงานได้ร่วมกันพิจารณาสำนวนการสอบสวนโดยละเอียดรอบคอบแล้วได้เสนอความเห็นไปยัง นางสิริญาอินทามระ รองอธิบดีอัยการคดีปราบปรามการทุจริตและนายเจษฎา อรุณชัยภิรมย์ อธิบดีอัยการคดีปราบปรามการทุจริตซึ่งเห็นพ้องตามที่คณะทำงานเสนอโดยสั่งฟ้องพ.ต.ท. บรรยินตั้งภากรณ์ผู้ต้องหาที่ 1 นายมานัสทับทิมที่ 2 นายณรงค์ศักดิ์ป้อมจันทร์ที่ 3 นายชาติชายเม ณ ฑ์กุลที่ 4 นายประชาวิทย์ศรีทองสุขที่ 5 และดาบตำรวจธงชัยหรือสจ. อ๊อดวจีสัจจะที่ 6

ในข้อหา 1. ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ 2. ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้ใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่เป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไปถึงแก่ความตาย 3. ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

4. ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สามคนขึ้นไป 5. เป็นซ่องโจรโดยสมคบกันเพื่อกระทำผิดที่มีระวางโทษประหารชีวิต 6. ร่วมกันพยายามข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป 7. ร่วมกันซ่อนเร้นทำลายศพเพื่อปิดบังการตายและสาเหตุการตาย 8. ร่วมกันกระทำการใด ๆ แก่ศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นเพื่ออำพรางคดี 9. ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานและเฉพาะพ.ต.ท. บรรยินผู้ต้องหาที่ 1 ถูกฟ้องเพิ่มเติมในข้อหาสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงานเพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิและแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิเพื่อกระทำผิดอาญาอีกด้วยนอกจากนี้พนักงานอัยการยังขอให้นับโทษพ.ต.ท. บรรยินผู้ต้องหาที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกของศาลอาญากรุงเทพใต้ในคดีหมายเลขคดีแดงที่ 636/2563 ที่ศาลลงโทษจำคุกพ.ต.ท. บรรยินในคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นเสี่ยชูวงศ์และนับโทษต่อจากโทษในคดีหมายเลขคดีดำที่ 4915/2559 ของศาลอาญาพระโขนงซึ่งพนักงานอัยการฟ้องพ. ต. ท. บรรยินข้อหาฆ่าเสี่ยชูวงศ์โดยขณะนี้คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอีกด้วยสำหรับชายไทยไม่ทราบชื่อผู้ต้องหาที่ 7 พนักงานสอบสวนเสนอเห็นควรสั่งไม่ฟ้องเพราะไม่มีพยานใด ๆ ว่าผู้ต้องหาที่ 7 ไปร่วมกระทำผิดกับผู้ต้องหาที่ 1-6 เมื่อพนักงานอัยการซึ่งเป็นคณะทำงานรองอธิบดีอัยการและอธิบดีอัยการพิจารณาแล้วเห็นด้วยกับความเห็นของพนักงานสอบสวนโดยสั่งไม่ฟ้องชายไทยไม่ทราบชื่อผู้ต้องหาที่ 7 ตามเสนอและ ผบ.ตร. เห็นชอบตามคำสั่งพนักงานอัยการดังกล่าว

นายประยุทธกล่าวเพิ่มเติมว่าพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องพ.ต.ท. บรรยินกับพวกทั้ง 6 คนต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแล้วในวันนี้ซึ่งคดีนี้พนักงานอัยการไม่ต้องส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหกเพราะผู้ต้องหาถูกควบคุมอยู่ในอำนาจศาลแล้วขั้นตอนต่อไปตามกฎหมายศาลจะเบิกตัวจำเลยมาสอบคำให้การว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธซึ่งคดีนี้ไม่ว่าจำเลยจะให้การอย่างไรพนักงานอัยการก็ต้องสืบพยานเพราะเป็นคดีมีโทษประหารชีวิตสำหรับคดีนี้แม้เป็นคดีฆาตกรรม แต่ทางคดีมีข้อหาข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบต่อหน้าที่รวมอยู่ด้วยคดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตามพรบ. จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 3 พนักงานอัยการจึงมีอำนาจฟ้องรวมทุกข้อหาในคดีนี้ต่อศาลดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...