โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะ 5 เรื่องเด่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และการเลื่อนส่งเงินสะสมในช่วงวิกฤติ

Dharmniti

อัพเดต 13 พ.ค. 2563 เวลา 16.58 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2563 เวลา 16.32 น.

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fun (PVD) สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกและนายจ้าง ที่นอกจากจะช่วยให้สมาชิกมีวินัยในการออมอย่างต่อเนื่อง และมีเงินเก็บสำหรับวัยเกษียณแล้ว ยังมีสิทธิได้รับเงินสมทบจากนายจ้าง และผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการกองทุนอีกด้วย ขณะเดียวกันก็ยังเป็นตัวช่วยฝั่งนายจ้างหรือเจ้าขององค์กรให้พนักงานที่มีความสามารถอยากเข้ามาร่วมงานเพราะให้ความรู้สึกมั่นคงและอยากอยู่ทำงานต่อไปนานๆ

5 เรื่องเด่นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ในสถานการร์วิกฤติโควิด-19 นอกจากการรัดเข็มขัดควบคุมรายจ่ายทุกทางแล้ว การรักษาเงินออมให้คงอยู่สำหรับมนุษย์เงินเดือนถือเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น
1. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืออะไร?
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fun (PVD) เป็นกองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้นด้วยความสมัครใจทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อเป็นแนวทางให้ลูกจ้างมีเงินออมไว้ใช้จ่ายเมื่อออกจากงาน เกษียณอายุ ทุพพลภาพ หรือลูกจ้างเสียชีวิตแล้วเป็นหลักประกันให้แก่ครอบครัว
เงินของสมาชิกที่อยู่ในกองทุนฯ นั้น แบ่งเป็น 4 ส่วน คือ
• เงินสะสม เป็นเงินที่สมาชิกนำส่งเข้ากองทุน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้สะสมได้ตั้งแต่ 2 - 15% ของเงินเดือน
• เงินสมทบ เป็นเงินที่นายจ้างนำส่งให้สมาชิก ซึ่งกฎหมายกำหนดให้สมทบในอัตราที่ไม่ต่ำกว่าเงินสะสมของลูกจ้าง
• ผลประโยชน์ของเงินสะสม
• ผลประโยชน์ของเงินสมทบ
โดยผลประโยชน์ของเงินสะสม และผลประโยชน์ของเงินสมทบนั้น เกิดจากเงินสะสมและเงินสมทบที่นำไปบริหารจัดการโดยบริษัทจัดการ หรือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่นำเงินไปลงทุนในตราสารทางการเงินประเภทต่างๆ เพื่อสร้างดอกผลให้กับกองทุน แล้วนำดอกผลที่เกิดขึ้นมาเฉลี่ยคืนให้กับสมาชิกตามสัดส่วนของเงินที่แต่ละคนมีอยู่ในกองทุน
2. ประโยชน์ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
2.1 ประโยชน์ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สำหรับสมาชิก
• สร้างวินัยการออมอย่างสม่ำเสมอ
• เหมือนได้เงินเพิ่มพิเศษจากเงินสบทบที่นายจ้างจ่ายให้
• มีมืออาชีพช่วยบริหารเงินออมให้ได้ผลประโยชน์เพิ่มเติม
• สามารถนำเงินสะสมที่นำส่งในแต่ละปีไปใช้หักภาษีซึ่งลดหย่อนสูงสุดปีละ 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง
• รายได้จากการลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เช่น ดอกเบี้ย เงินกำไร หรือเงินผลประโยชน์จะได้รับการยกเว้นภาษี
• เงินก้อนที่ได้รับจากกองทุนจะได้รับการยกเว้นภาษี กรณีที่อายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต
2.2 ประโยชน์ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สำหรับนายจ้าง
• ลดภาระภาษี เพราะเงินสมทบที่จ่ายเข้ากองทุนถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้างพนักงานแต่ละราย
• เป็นสวัสดิการที่ดึงดูดให้พนักงานคุณภาพเข้ามาร่วมงาน ได้เปรียบบริษัทที่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
• ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานดีขึ้น เพราะเมื่อมีเงินสำรองยามเกษียณจะทำให้พนักงานผูกพันธ์กับองค์กร และอยากอยู่ร่วมงานนานๆ
• เงินสมทบกองทุนถือเป็นเงินออมประเภทหนึ่งซึ่งมีส่วนช่วยในการพัฒนาประเทศ ทำให้พนักงานเข้าสู่วัยเกษียณอย่างมีคุณภาพ สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้โดยไม่เป็นภาระสังคม
3. เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รับคืนเมื่อไร?
สมาชิกจะได้รับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพคืนเมื่อสิ้นสมาชิกภาพ คือ ออกจากงาน เกษียณอายุ โอนย้ายกองทุน และเสียชีวิต
โดยจะได้รับส่วนของเงินสะสมเต็มจำนวน พร้อมผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากเงินสะสม ส่วนเงินสมทบและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากเงินสมทบ จะได้รับตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาการทำงานและการเป็นสมาชิกกองทุน

4. จัดการเงินสำรองเลี้ยงชีพเมื่อลาออกทำอย่างไร?
ในภาวะวิกฤติอาจทำให้สมาชิกต้องลาออกจากงาน และยังไม่รู้ว่าจะจัดการเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไร ลองเปรียบเทียบจาก 2 แนวทางหลักคือ
4.1 ขอรับเงินกองทุนทั้งก้อน โดยเป็นการลาออกจากระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สำหรับการขอรับเงินคืนทั้งหมดและลาออกจากระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้น สมาชิกจะต้องตรวจสอบเงินทั้ง 4 ส่วน คือ ความถูกต้องของเงินสะสม เงื่อนไขการยกเว้นภาษีของผลประโยชน์เงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์เงินสมทบ ซึ่งโดยปกติเงิน 3 ส่วนหลังจะได้รับการยกเว้นภาษีทั้งจำนวนเมื่อสมาชิกออกจากงานโดยมีอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่น้อยกว่า 5 ปี
แนวทางนี้จะทำให้การออมเงินเผื่อวัยเกษียณนั้นมีโอกาสสะดุดไม่ต่อเนื่อง หากเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ไม่ค่อยมีเงินเก็บ จะยิ่งเสี่ยงต่อการเกษียณอย่างลำบาก
4.2 ยังไม่ขอรับเงินคืน โดยคงไว้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สมาชิกสามารถออมเงินได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ขาดช่วงแม้เปลี่ยนงาน โดยสามารถคงเงินไว้ที่กองทุนเดิมได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับกองทุน และเงินที่คงไว้นั้นจะได้รับเงินผลประโยชน์จากการลงทุนต่อไปเรื่อยๆ แต่จะไม่ได้เงินสมทบจากนายจ้างเดิมนับจากวันที่พ้นสภาพการเป็นพนักงาน ทั้งนี้การคงเงินไว้นั้นเพื่ออำนวยประโยชน์ 2 กรณี คือ
• สำหรับรอโอนย้ายไปกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของนายจ้างใหม่
• สำหรับการโอนย้ายไปยังกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ซึ่งจะต้องเป็น RMF for PVD ในกรณีที่ที่ทำงานใหม่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
โดยการโอนย้ายเงินกองทุนทั้ง 2 ทางนี้จะไม่เสียภาษีหรือค่าธรรมเนียมใดๆ และทำให้การลงทุนที่มีอยู่ได้ทำงานต่อย่างอเนื่อง ตามแผนการออมระยะยาวที่วางไว้ พร้อมสู่วัยเกษียณอย่างสบาย
5. การเลื่อนส่งเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในสถานการณ์ COVID-19
จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจสำหรับนายจ้างและลูกจ้าง จึงมีประกาศกระทรวงการคลัง ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2563 เรื่อง กำหนดประเภทธุรกิจ ระยะเวลา และเงื่อนไขให้ลูกจ้างหรือนายจ้างหยุดหรือเลื่อนการส่งเงินสะสม หรือเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพในท้องที่ที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ สาธารณภัย หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ
โดยประกาศฉบับนี้เกิดขึ้นเพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกจ้างและนายจ้าง ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อันส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้
ข้อ 1 ให้ลูกจ้างหรือนายจ้างที่ได้รับผลกระทบด้านฐานะการเงินจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สามารถหยุดหรือเลื่อนการส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้เป็นการชั่วคราว
ตั้งแต่งวดนำส่งเงินปัจจุบัน จนถึงงวดนำส่งเงินของเดือนธันวาคม 2563 โดยฝ่ายลูกจ้าง และนายจ้างที่ไม่ได้นำส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบในช่วงนี้ให้ถือว่าสถานภาพยังคงอยู่ และนับต่อเนื่องไปได้
ในกรณีนายจ้างหยุดหรือเลื่อนการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามวรรคหนึ่ง หากลูกจ้างรายใดประสงค์จะส่งเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็สามารถดำเนินการได้ โดยนายจ้างจะส่งเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้แก่ลูกจ้างรายนั้นหรือไม่ก็ได้
ข้อ 2 การหยุดหรือเลื่อนการนำส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นการชั่วคราว จะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่สมาชิก โดยคะแนนเสียงที่ใช้เป็นมติที่ประชุมนั้นจะต้องเป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับกองทุน หรือต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมประชุม
หากไม่ได้กำหนดในข้อบังคับกองทุนและในกรณีที่ไม่สามารถจัดประชุมใหญ่สมาชิกได้ ให้กรรมการในคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ความเห็นชอบด้วยมติเอกฉันท์ให้หยุดหรือเลื่อนส่งเงินสะสม หรือเงินสมทบเป็นการชั่วคราว
สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ประกอบด้วยนายจ้างหลายราย (Pooled Fund) ให้ใช้มติที่ประชุมของสมาชิกของนายจ้างรายนั้นๆ หรือมติคณะกรรมการกองทุนนายจ้างรายนั้นๆ เป็นเกณฑ์
ข้อ 3 ให้นายจ้างหรือคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพแจ้งการขอหยุดหรือเลื่อนการส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่อนายทะเบียนพร้อมเอกสาร ดังนี้
(1) หนังสือรับรองจากนายจ้างซึ่งรับรองว่ามีปัญหาในการดาเนินกิจการอันเนื่องมาจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และมีปัญหาฐานะการเงินจริงโดยมีกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนายจ้างรายนั้น ๆ เป็นผู้ลงลายมือชื่อ และ หน้า 13 เล่ม 137 ตอนพิเศษ 107 ง ราชกิจจานุเบกษา 5 พฤษภาคม 2563
(2) รายงานการประชุมใหญ่สมาชิก หรือรายงานการประชุมคณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายงานว่า นายจ้างมีปัญหาในการดำเนินกิจการอันเนื่องมาจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) และมีปัญหาฐานะการเงินจริง และมีมติที่ระบุรายละเอียดว่ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะให้มีการหยุดหรือเลื่อนส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเป็นการชั่วคราวถึงเมื่อใด (ไม่เกินงวดนำส่งเงินของเดือนธันวาคม 2563)
ข้อ 4 เมื่อลูกจ้างและนายจ้างจะส่งเงินสะสมและเงินสมทบตามข้อ 1 เข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพต่อไป ให้แจ้งนายทะเบียนทราบ
ข้อ 5 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
*** ที่มาประกาศกระทรวงการคลัง http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/107/T_0013.PDF
ไม่ว่าการลาออกที่เกิดขึ้นนั้นจะเป็นเพราะความสมัครใจ หรือเพราะผลกระทบจากสถานการณ์ช่วงวิกฤติ แต่ในทุกวิกฤตินั้นมีโอกาสสำหรับผู้ที่เตรียมตัวและพร้อมรับมือ เพื่อรักษาผลประโยชน์พึงได้อย่างดีที่สุด
ข้อมูลอ้างอิง
www.thaipvd.com
www.sec.or.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...