โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จัก "ที่พัก 3 ประเภท" ใน "บ้านบางแค"

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 19 มิ.ย. 2563 เวลา 17.22 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 17.22 น.

หากพูดถึง “บ้านพักคนชรา” ที่ชาวไทยรู้จักกันมากที่สุด คงหนีไม่พ้น “บ้านบางแค” หรือ “ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค” เนื่องจากเป็นสถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุแห่งแรกที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทย

“บ้านบางแค” ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2496 ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี เดิมใช้ชื่อว่า “สถานสงเคราะห์คนชราบางแค” เพื่อสงเคราะห์ผู้สูงอายุตามนโยบายสวัสดิการสังคมของรัฐ

หลายคนมีภาพจำเกี่ยวกับ “บ้านบางแค” ว่าเป็นบ้านพักสำหรับผู้สูงอายุที่ถูกลูกหลานทอดทิ้ง และไม่มีใครเหลียวแล

แต่ในปัจจุบัน ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยสถิติจากกรมกิจการผู้สูงอายุ พบว่าประเทศไทยมีจำนวนประชากรรวมทั้งสิ้นกว่า 66 ล้านคน แบ่งเป็นจำนวนประชากรผู้สูงอายุกว่า 11 ล้านคน หรือ 16.73 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมด (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562)

เนื่องจากหนุ่มสาวครองตนเป็นโสดไม่มีลูกหลาน และหันมาดูแลตัวเองจนมีอายุยืนยาวมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้ บ้านพักคนชราหรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ รวมไปถึง “บ้านบางแค” จึงมีการปรับตัวเพื่อรองรับผู้สูงอายุจำนวนมากกลุ่มนี้

และ “บ้านบางแค” ก็ได้กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่คนนับพันรอต่อคิวเข้ามาอยู่อาศัย

FEED เพจไลฟ์สไตล์ในเครือมติชนจึงได้ไปพูดคุยกับ “วลัยรักษ์ อังคะมาตย์” พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานสวัสดิการผู้สูงอายุประจำบ้านบางแค

ในวันที่ “บ้านบางแค” เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

คุณวลัยรักษ์เล่าว่า ปัจจุบัน “บ้านบางแค” มีที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุแบ่งเป็น 3 ประเภท

ประเภทที่หนึ่งคือ “ประเภทสามัญ” สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป สัญชาติไทย ไม่มีที่อยู่อาศัย ไม่มีผู้ดูแล ฐานะยากจน หรือว่าสัมพันธภาพในครอบครัวไม่ดี ซึ่งผู้สูงอายุกลุ่มนี้จะต้องผ่านการประเมินจากเจ้าหน้าที่บ้านบางแค

ถ้าประเมินผ่านก็จะสามารถเข้ามาพักอาศัยได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

ปัจจุบัน “บ้านบางแค” สามารถรองรับผู้สูงอายุกลุ่มนี้ได้ในจำนวนเพียง 250 รายเท่านั้น

ประเภทที่สอง เป็นที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุแบบ “หอพัก” มีจำนวนทั้งสิ้น 40 ห้อง

โดยผู้สูงอายุที่เข้าอาศัยจะต้องเสียค่าห้องเดือนละ 1,500 บาท หากอยู่เป็นคู่ก็ต้องเสียค่าห้องเพิ่มเป็นเดือนละ 2,000 บาท พร้อมเสียค่าน้ำค่าไฟตามจำนวนยูนิตที่ใช้

ณ ตอนนี้ มีผู้ประสงค์จอง “หอพัก” ใน “บ้านบางแค” ไว้กว่า 2,000 คิว

ประเภทที่สามคือ “ประเภทพิเศษ” เป็นที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุในรูปแบบบังกะโล หรือบ้านเดี่ยวชั้นเดียว มีจำนวน 11 หลัง

ผู้สูงอายุที่ต้องการเข้าพักจะต้องจองคิวล่วงหน้า จ่ายค่าแรกเข้าประมาณ 300,000 บาท และจ่ายค่าห้องรายเดือน เดือนละ 1,500 บาท โดยเสียค่าน้ำ-ค่าไฟแยกต่างหาก

ขณะนี้ที่อยู่อาศัยในรูปแบบบังกะโลล้วนเต็มทุกหลัง และมีผู้สูงอายุอื่นๆ ยื่นความประสงค์จะเข้าอยู่อีกกว่า 100 คิว

“เรามีอาหารให้ฟรี 3 มื้อ โดยเจ้าหน้าที่จะทำอาหารใส่ปิ่นโตไปส่งให้ที่หน้าห้องพัก เพื่อความสะดวกสบายของผู้สูงอายุ

“แต่ในขณะนี้ที่อยู่อาศัยประเภทหอพักและประเภทบังกะโลมีผู้สูงอายุอยู่เต็มทั้งหมด ส่วนใครที่สนใจอยากจะเข้ามาอยู่จะต้องจองคิวนานมาก

“โดยผู้สูงอายุบางคนเล่าให้ฟังว่า ใช้เวลาจองคิวถึง 15 ปี กว่าจะได้เข้ามาอยู่ที่นี่ และหากผู้สูงอายุเสียชีวิต ที่อยู่อาศัยทุกประเภทก็ไม่สามารถส่งต่อเป็นมรดกตกทอดให้ลูกหลานหรือครอบครัวได้”

คุณวลัยลักษณ์บรรยาย

ผู้สูงอายุซึ่งเข้าพักที่ “บ้านบางแค” จะได้รับบริการด้าน “ที่จำเป็น” ในบั้นปลายชีวิต ได้แก่

บริการด้านการรักษาพยาบาล โดยมีเจ้าหน้าที่พยาบาลอยู่เวรดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อตรวจร่างกาย ปฐมพยาบาล ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพอนามัย การออกกำลังกาย และการฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุ

บริการด้านอาชีวบำบัด โดยจัดผู้เชี่ยวชาญมาฝึกสอนงานประดิษฐ์ต่างๆ ให้กับผู้สูงอายุ เช่น งานเครื่องหอม งานของชำร่วย เพื่อจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายสร้างรายได้ยามว่าง

บริการด้านสังคมสงเคราะห์ โดยจัดเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษารวมทั้งดำเนินการด้านกฎหมาย เช่น การจัดทำพินัยกรรม รวมถึงบริการด้านจิตวิทยา เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจผู้สูงอายุ

นอกจากนี้ ยังมีบริการด้านศาสนา โดย “บ้านบางแค” จะนิมนต์พระสงฆ์มาแสดงธรรมเทศนาทุกวันพระ วันสำคัญทางศาสนา และจัดพิธีฌาปนกิจให้กับผู้เข้าพักเมื่อถึงแก่กรรม

“เมื่อผู้สูงอายุเสียชีวิต เราจะสอบถามญาติว่าต้องการนำศพไปทำพิธีกรรมทางศาสนาหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่กว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ญาติและครอบครัวจะไม่รับศพกลับไป ให้เป็นหน้าที่ของบ้านบางแคดำเนินการให้

“ทางบ้านบางแคก็จะนิมนต์พระสงฆ์จากวัดใกล้ๆ มาสวดศพตามพิธีกรรมทางศาสนา ก่อนเคลื่อนย้ายศพไปเก็บไว้ที่วัดนิมมานรดี โดยจะทำการฌาปนกิจพร้อมกันในเดือนมีนาคมของแต่ละปี และนำอัฐิส่วนหนึ่งไปลอยอังคาร

“อีกส่วนหนึ่งเก็บรวมไว้ภายในเจดีย์ของบ้านบางแค ซึ่งเราจะทำบุญให้ทุกปี”

ผู้ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้ากลุ่มงานสวัสดิการผู้สูงอายุประจำบ้านบางแคบอกเล่า

คุณวลัยรักษ์ชี้แจงต่อว่า หลายคนมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “บ้านบางแค” ว่าผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ที่นี่คือคนแก่ที่ถูกทอดทิ้ง และเมื่อเข้ามาอยู่ก็ไม่สามารถออกไปข้างนอกได้

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งมีเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่สมัครใจมารอต่อคิว เพื่อเข้ามาอยู่อาศัยใน “บ้านบางแค”

ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุที่นี่ทุกคนสามารถเดินทางออกไปข้างนอกได้ แต่มีระเบียบการเข้า-ออกว่าจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง และต้องกลับเข้าบ้านไม่เกิน 18.00 น.

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้สูงอายุประเภทสามัญซึ่งถูกทอดทิ้งจากครอบครัว ทาง “บ้านบางแค” ก็ได้จัดเตรียมมาตรการดูแลพวกเขาเอาไว้อย่างรอบคอบ

“หลายครั้งทางเราได้รับแจ้งว่ามีผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง บางคนถูกทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล บางคนมีรถแท็กซี่ขับมาทิ้งไว้

“เมื่อบ้านบางแครับตัวผู้สูงอายุเหล่านี้มาก็จะมีภาวะซึมเศร้า ตรอมใจ และเกิดความขัดแย้งในใจ ว่าทำไมสมัยอยู่บ้าน สมัยที่ตัวเองมีศักยภาพ มีสภาพร่างกายแข็งแรง มีงาน มีรายได้ เขาสามารถที่จะเลี้ยงดูลูก-หลานได้ แต่เมื่อตัวเองแก่ตัวลง รายได้ไม่มี ทำไมลูก-หลานไม่เลี้ยงดูเราบ้าง”

วิธีเยียวยาผู้สูงอายุกลุ่มนี้คือ การเข้าไปพูดคุยปรับสภาพจิตใจ แล้วเก็บรวบรวมข้อมูลนำไปวิเคราะห์หาแนวทางแก้ไขปัญหา ผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับเพื่อนๆ ภายใน “บ้านบางแค” เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องรู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยว

คุณวลัยรักษ์กล่าวทิ้งท้ายในฐานะเจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้สูงอายุและพบเห็นผู้สูงอายุถูกทอดทิ้งอย่างต่อเนื่องว่า ขอวิงวอนไปถึงผู้คนในสังคมและลูก-หลานภายในครอบครัวให้ใส่ใจความสัมพันธ์ภายในบ้าน มีความกตัญญูไม่ทอดทิ้งผู้สูงอายุให้พวกเขาโดดเดี่ยว

เนื่องจากครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต และไม่มีใครดูแลห่วงใยเราได้เท่ากับคนในครอบครัว

พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...