โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โรงงานติดเชื้อโควิดสะเทือนส่งออก ย้ายไลน์ผลิต-เลื่อนส่งมอบสินค้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 มิ.ย. 2564 เวลา 01.37 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2564 เวลา 00.14 น.

โรงงานอุตสาหกรรมอ่วมพิษโควิด ตรวจเชิงรุกแรงงานไทย-ต่างด้าวยอดติดเชื้อยังพุ่ง “แคลคอมพ์-ศรีตรัง โกลฟส์-ซีพีเอฟ” แจ็กพอตระนาว ต้องปรับแผนโยกไลน์การผลิต แจ้งลูกค้า ตปท.ขอเลื่อนส่งสินค้าตามออร์เดอร์ หวั่นคลัสเตอร์โรงงานขยายวงไม่หยุด สะเทือนยอดส่งออก สอท.รุกป้อง 5 อุตสาหกรรมเสี่ยง เอสซีจีปฏิบัติการแยกคนงาน 2 วง “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.แรงงาน ฉีดวัคซีนให้ผู้ประกันตนลอตแรก 1 ล้านโดส 7 มิ.ย.นี้

โควิด-19 ระลอก 3 ที่กำลังแพร่ระบาดจนกลายเป็นคลัสเตอร์ใหม่ในโรงงานอุตสาหกรรมส่งผลกระทบภาคการผลิตในวงกว้าง จากการตรวจสอบคัดกรองโรคเชิงรุกในโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่หลายจังหวัด พบแรงงานไทย แรงงานต่างด้าวติดเชื้อจำนวนมาก โดยเฉพาะคลัสเตอร์โรงงานแคลคอมพ์ จ.เพชรบุรี

ล่าสุดผ่านไปกว่า 1 สัปดาห์ ปรากฏว่ายอดผู้ติดเชื้อยังพุ่งไม่หยุด ขณะเดียวกันยังพบโควิดคลัสเตอร์ใหม่ในโรงงานอีกหลายจังหวัด อาทิ โรงงานผลิตถุงมือยางศรีตรังโกลฟส์ ใน จ.ตรัง โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ ของ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) โรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ คลัสเตอร์เซเลอเรส ของ บจ.เซเลอเรส (ประเทศไทย) จ.ชลบุรี เป็นต้น

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดความตื่นตระหนกและวิตกกังวลกับผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรม และภาคการส่งออกอย่างยิ่ง เนื่องจากการผลิตสินค้าอาจสะดุดจากที่ต้องประกาศปิดโรงงาน หยุดสายการผลิต ทำให้ไม่สามารถผลิตได้ทันตามออร์เดอร์ที่ลูกค้าในต่างประเทศสั่งซื้อ ขณะที่บางโรงงานที่พบผู้ติดเชื้อปรับแผนด้วยการโยกการผลิตสินค้าที่ได้รับผลกระทบไปผลิตในโรงงานแห่งอื่นของบริษัทแทน

กระทบส่งออกหมื่นล้าน

นายชัยวุฒิ สวัสดิรักษ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น กระทบภาพรวมทางเศรษฐกิจ จ.ตรัง อย่างมาก ที่โควิดแพร่ระบาดในคลัสเตอร์โรงงานถุงมือยางถือว่าถูกตีเมืองแตกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตถุงมือยางของกลุ่มไทยกอง หรือศรีตรังโกลฟ์ และคาดว่าจะลามไปโรงงานอุตสาหกรรมอื่น ๆ อีกหลายแห่ง เพราะมีการสัมผัสต่อ ๆ กัน

สำหรับแรงงานในโรงงานอุตสาหกรรม จ.ตรัง ส่วนใหญ่เป็นคนไทย มีการใช้แรงงานต่างด้าวประมาณ 3,000 คน ขณะนี้มีการควบคุมการแพร่ระบาดใกล้ชิดแล้ว

การแพร่ระบาดของโควิดครั้งนี้กระทบเศรษฐกิจมาก ที่เห็นชัดสุดคือโรงงานศรีตรังฯ มีกำลังการผลิตถุงมือยาง 25 ล้านชิ้น/วัน มูลค่า 350 ล้านบาท เดือนละ 1 พันล้านบาท หรือปีละกว่า 1 หมื่นล้านบาท ช่วงปิดโรงงานรายได้ส่วนนี้หายไปเลย โดยเฉพาะส่งออกปีนี้อย่างน้อยกระทบแน่นับหมื่นล้าน ส่วนภาพรวมอยู่ระหว่างการประเมิน

ศรีตรังโกลฟ์โยกไปสงขลา

โรงงานศรีตรังฯมีคนงานรวม 1,600 คน เป็นต่างด้าว 200 กว่าคน ขณะนี้ปิดโรงงานชั่วคราว และกักตัวคนงานทั้งหมดภายในโรงงาน และที่โรงแรมวัฒนาพาร์ค อ.เมือง จ.ตรัง จะตรวจหาเชื้อ 100% รวม 2 ครั้ง หากผลตรวจไม่พบเชื้อครบ 14 วันจะให้กลับบ้านได้

“สำหรับการแก้ปัญหาในส่วนของโรงงานศรีตรังฯ ที่มีแรงงานติดโควิด-19 ทั้งโรงงานใน จ.ตรัง ที่มีกำลังการผลิต 25 ล้านชิ้น/วัน และโรงงานใน จ.สุราษฎร์ธานี กำลังการผลิต 18 ล้านชิ้น/วัน ให้โรงงานของบริษัทใน จ.สงขลา เพิ่มกำลังการผลิตทดแทน แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากมีออร์เดอร์สั่งซื้อถุงมือยางจำนวนมากยาวไปถึงสิ้นปี” นายชัยวุฒิกล่าว

ราคาน้ำยางร่วงหนัก 8 บาท/กก.

นายชัยวุฒิกล่าวว่า อีกส่วนที่ได้รับผลกระทบทันที คือ ราคาน้ำยางพาราสด วานนี้ (30 พ.ค.) วันเดียวราคาร่วงลง 8 บาท/กก. และทยอยปรับลดลงอีกวันละ 2-3 บาท/กก. วันที่ 31 พ.ค. ราคาน้ำยางสดอยู่ที่ 51-53 บาท/กก. หากโรงงานยังเปิดกิจการไม่ได้ ราคาน้ำยางสดจะดิ่งลงกว่านี้

ด้านนางสาวจริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ รักษาการผู้จัดการสายงานการผลิตสาขาตรัง บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทให้ความร่วมมือกับจังหวัดทุกวิถีทางในการยับยั้งการแพร่ระบาดและรับผิดชอบในการดูแลคนงานทั้งหมด พร้อมทั้งประสานกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตรังอย่างใกล้ชิด

เลื่อนส่งถุงมือยาง ตปท.

ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวจากกลุ่มโรงงานศรีตรังว่า หลังโรงงาน บมจ.ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) สาขาตรัง และสาขาสุราษฎร์ธานี ประกาศหยุดการผลิตชั่วคราวตั้งแต่ 28-30 พ.ค. 2564 เพื่อตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก

เบื้องต้นทางบริษัทซึ่งได้รับคำสั่งซื้อล่วงหน้าถุงมือยางธรรมชาติไปถึงไตรมาส 3/64 และถุงมือยางสังเคราะห์ (ไนไตรล์) ไปถึงกลางปี 2565 ได้ปรับแผนการผลิต โดยการจัดสรรยอดคำสั่งซื้อที่อยู่ระหว่างเตรียมส่งมอบไปผลิตที่โรงงานหาดใหญ่ จ.สงขลาแทน และยอดคำสั่งซื้อบางส่วนจะมีการแจ้งลูกค้าเพื่อ “เลื่อนการส่งมอบสินค้าในลำดับถัดไป” ส่วนของถุงมือยางสำหรับใช้ในประเทศยืนยันว่ามีเพียงพอต่อความต้องการใช้แน่นอน

รง.มหาชัยขอวัคซีนด่วน

นายอมรพันธุ์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธาน กรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.ซี แวลู และ บมจ.ยูนิคอร์ด ผู้ผลิตส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่ ซึ่งมีโรงงานผลิตในมหาชัย และได้รับผลกระทบโควิดระลอก 2 เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีแรงงานรวม 15,000 คน เป็นแรงงานต่างด้าว 90% คนไทย 10% หลังเกิดการระบาดที่ จ.สมุทรสาคร มีแรงงานได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 600-700 คน ส่วนที่ยังไม่ได้ฉีด คาดว่าไม่เกินเดือน ส.ค.นี้ แรงงานไทยบางส่วนจะได้รับการฉีดวัคซีน และขอให้แรงงานต่างด้าวสามารถเข้าถึงวัคซีนโดยเร็วด้วย

ส.อ.ท.รุกฉีด 5 อุตฯเสี่ยง

ส่วนความเคลื่อนไหวขององค์กรตัวแทนภาคอุตสาหกรรม นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า หลัง ส.อ.ท.เซ็น MOU ซื้อวัคซีนกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้รับการจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์ม 300,000 โดส ภายในเดือน มิ.ย.นี้

ส่วนแผนการกระจายวัคซีนจะหารือกับสมาชิก 6,000 บริษัทสัปดาห์นี้ เป็นแรงงานกว่า 1.4 ล้านคน ที่เคยแสดงความจำนงต้องการฉีดวัคซีน โดยผู้ประกอบการจะมีค่าใช้จ่าย 1,000 บาท/โดส จะฉีดได้เร็วที่สุด ก.ค.-ส.ค.นี้

เกณฑ์การกระจายวัคซีนจะพิจารณาจาก 1) โซนพื้นที่เขตสี เลือกโรงงานที่อยู่ในจังหวัดสีแดงเข้ม (5+1 รวมเพชรบุรี) ก่อน 2) เลือกจากประเภทโรงงาน โดยเฉพาะโรงงานที่มีความอ่อนไหวต่อผู้บริโภค ได้แก่ โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร, โรงงานอาหารเสริม, โรงงานอุปกรณ์ทางการแพทย์ (ผลิตชุด PE หน้ากากอนามัย), โรงงานผลิตยา/สมุนไพร, โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

อัพเกรดมาตรฐาน IPHA สู้โควิด

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล รองประธาน ส.อ.ท. งานมาตรฐานเพื่ออุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะทำงานวัคซีนทางเลือก กล่าวว่า วันที่ 4 มิ.ย.นี้ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. พร้อมคณะทำงาน จะประชุมร่วมกับ พล.อ.ต.นพ.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ด้านสนับสนุนและพัฒนาโครงการใหม่ จะทราบรายละเอียดการนำเข้าและราคาที่แท้จริงของวัคซีน ส่วนการจัดสรรวัคซีนเบื้องต้นน่าจะเป็นไปตามลำดับและปริมาณการจอง หรือ First come First Serve

ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า 3 ภาคี ได้แก่ กรมควบคุมโรค สถาบันอาหาร และสถาบันรับรองมาตรฐาน ISO ส.อ.ท.จะหารือถึงแนวทางการอัพเกรดมาตรฐานด้านสุขอนามัย หรือ IPHA ซึ่งเป็นมาตรฐานรับรองสถานประกอบการที่มีการดูแลบุคลากร กระบวนการผลิตและสถานที่ ได้มาตรฐานด้านสุขอนามัยปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ ท่ามกลางการระบาดของโควิด

เอสซีจีตั้งการ์ดคุมโควิดเข้า รง.

นายยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ การบริหารกลาง เอสซีจี เปิดเผยว่า บริษัท ให้ความสำคัญเรื่องการดูแลความปลอดภัยของพนักงาน และครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง มีการกำหนดเป็นมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างเข้มงวด

โดยพนักงานที่ปฏิบัติงานในสายการผลิตและการซ่อมบำรุง และงานอื่นๆ ที่ไม่สามารถทำงานที่บ้านได้ จะปฏิบัติตามมาตรการ “ไข่แดง ไข่ขาว” คือ แยกผู้ที่ทำงานในสายการผลิตออกจากกลุ่มพนักงานทั่วไป มีการจัดที่พัก อาหาร รถรับส่ง เพื่อไม่สัมผัสกันระหว่างเปลี่ยนกะ ตลอดจนวางแผนกำลังพล เพื่อให้มีพนักงานสำรอง สามารถทำงานทดแทนกันได้ พร้อมส่งมอบสินค้าและบริการให้ลูกค้ามั่นใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนพนักงานทั่วไป ยังคงปฏิบัติงานที่บ้าน และใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีติดต่อกับคู่ธุรกิจ และให้บริการแก่ลูกค้า ตลอดจนขอให้พนักงานรายงานสุขภาพประจำวัน (Check in) ด้วยแอพพลิเคชัน Employee Connect ทุกวันไม่เว้นวันหยุด

ระยองชี้ รง.ซมพิษโควิด

นายสงวน แสงวงศ์กิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง เปิดเผยทำนองเดียวกันว่า การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่งเกิดความเสียหายมาก อยากให้ภาครัฐเล็งเห็นถึงความสำคัญและจัดสรรวัคซีนให้ภาคอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้เข้าประเทศ

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมในระยอง ขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ รวมทั้งในนิคมอุตสาหกรรม และนอกนิคมอุตสาหกรรม มีทั้งหมด 3,000 โรงงาน แรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการผลิต และสถานประกอบที่มีแรงงาน 20 คนขึ้นไป มี 250,000 คน

ปัจจุบันพนักงานในโรงงานทั้งหมดยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน และไม่ทราบว่าจะได้รับฉีดวัคซีนหรือไม่ เพราะนโยบายรัฐปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ส่วนจำนวนประชากรของ จ.ระยอง มีกว่า 900,000 คน ตามทะเบียนราษฎร หากคิดเป็น 70% อยู่ที่ 600,000 คน แต่ในความเป็นจริงมีประชากรจำนวนมาก

คิกออฟฉีดวัคซีนพื้นที่ระบาด

ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากที่ได้สั่งการให้แรงงานจังหวัดทั่วประเทศสอบถามผู้ประกอบการ-ลูกจ้างที่ต้องการฉีดวัคซีนโควิด-19 ล่าสุดมีผู้ตอบแบบสอบถาม 7.5 ล้านราย ในจำนวนนี้มีผู้ประกันตนแจ้งขอรับการฉีดวัคซีนกว่า 6.2 ล้านราย เมื่อหักจากผู้ประกันตนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนภายใต้โครงการ “หมอพร้อม” ไปแล้ว มี 3.5 ล้านรายที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ในจำนวนนี้ต้องการรับวัคซีน 2.3 ล้านราย

สำหรับแผนกระจายวัคซีนของกระทรวงแรงงานที่ได้รับโควตาลอตแรก 1 ล้านโดส จะเริ่มกระจายฉีดวันที่ 7 มิ.ย. 64 นี้ เริ่มที่ “วงแรก” คือประชาชนในพื้นที่ กทม. ในหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน ที่มีอยู่ 12 เขต จะตั้งเป็นศูนย์โควิด-19 รวม 45 จุด รองรับได้สูงสุด 50,000 คน/วัน มั่นใจว่าจะฉีดวัคซีนได้ครบภายใน 20 วัน จากนั้นต้องรอวัคซีนนำเข้า “ลอตใหม่” ฉีดให้ “วงที่ 2” คือพื้นที่สีแดงที่มีการระบาดอย่างหนัก และในพื้นที่อุตสาหกรรมการผลิตเพื่อการส่งออก ในพื้นที่อีสเทิร์นซีบอร์ด จ.เพชรบุรี และพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และ “วงที่ 3” ประชาชนทั่วไปในต่างจังหวัด

เปิดรายชื่อโรงงานป่วนพิษโควิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโรงงานส่งออกรายใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดระลอก 3 อาทิ บจ.โอคุมุระ เมทัลส์ (ประเทศไทย) จ.ชลบุรี ผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน บจ.เซเลอเรส (ประเทศไทย) ผู้ผลิตส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้ในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ และคอมพิวเตอร์ ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้

จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีโรงงานแปรรูปสับปะรด 2 แห่ง ได้แก่ โดล ไทยแลนด์, ควอลิตี้ ไพน์แอปเปิ้ล โปรดักส์ จ.เพชรบุรี แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จ.ตรัง และ จ.สุราษฎร์ธานี ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จ.สระบุรี ซีพีเอฟ จ.สงขลา สยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู๊ด เป็นต้น

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...