โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมธุรกิจให้เช่าสับปะรดเคยฮิตในยุโรป "สับปะรด" เป็นของหรู-แสดงฐานะในอดีตได้อย่างไร

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 18 มี.ค. 2565 เวลา 15.23 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2565 เวลา 15.23 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - สับปะรดในตลาด

ในสังคมแห่งทุนนิยม ความมั่งคั่งร่ำรวยของผู้มีอันจะกินมักแสดงออกผ่านวัตถุสิ่งของต่างๆ รอบตัว ตัวอย่างที่คุ้นตากันดี เช่น เครื่องประดับ ของใช้แบรนด์เนม รถสปอร์ต ฯลฯ สิ่งของเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงของใช้งานตามหน้าที่ในตัวมันเอง แต่ยังมีหน้าที่แฝงอีกแง่คือการแสดงสถานะทางการเงินของผู้ใช้งานไปด้วย

แน่นอนว่าแต่ละบริบทย่อมแตกต่างกันไป หากย้อนไปเมื่อครั้งอดีต ผลไม้ที่ดูธรรมดาสามัญในโลกปัจจุบันอย่าง “สับปะรด” กลับถูกนับว่าเป็นของมีมูลค่า เป็นเครื่องมือแสดงสถานะ และเป็นสัญลักษณ์ของผู้มีฐานะในอดีตเมื่อหลายศตวรรษก่อนหน้านี้

ยุโรปในอดีตนั้น สับปะรดถูกนำมาใช้เป็นเครื่องประดับที่จำเป็นต้องมีในการพบปะทางสังคมของเหล่าขุนนางผู้มั่งคั่ง เนื่องจากสับปะรดสมัยนั้นเป็นผลไม้ที่มีราคาสูงกว่าหลายพันปอนด์ต่อหนึ่งลูก บ่อยครั้งที่สับปะรดมักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือแสดงสถานะมากกว่าจะนำมารับประทาน อีกทั้งสับปะรดเพียงลูกเดียวอาจถูกนำไปใช้ในงานต่างๆ มากกว่าหนึ่งงาน จนกว่ามันจะเน่าเสียไป

และเมื่อการซื้อ-ขายสับปะรดขยายวงกว้างมากขึ้น ในระดับของชาวบ้านทั่วๆ ไป หากวันใดมีงานเลี้ยงพิเศษ อาจเรียกได้ว่า เป็นปกติที่จะพบเห็นการเช่าสับปะรดมาสักหนึ่งลูกเพื่อแสดงถึงสถานะการเงินของตน

กระทั่งในช่วทศวรรษ 1770 คำว่า “สับปะรด (pineapple)” ถูกนำมาใช้ในวลี “A pineapple of the finest flavour” ซึ่งเป็นวลีที่ใช้กับอะไรก็ตามที่เป็นที่สุดของที่สุด ตัวอย่างหนึ่งคือละครเวทีเรื่อง The Rivals ของ Sheridan ในปี ค.ศ. 1775 เมื่อตัวละคร Mrs. Malaprop ร้องอุทานว่า “He is the very pineapple of politeness!” ซึ่งมีความหมายว่า “เขานั้นสุภาพเป็นที่สุด”

หรือในละครทีวีเรื่อง Sanditon ซึ่งพัฒนาบทมาจากนวนิยายซึ่งยังไม่เสร็จสมบูรณ์ของ Jane Austen ได้ฉายภาพให้เห็นสับปะรดในมื้ออาหารกลางวันสุดหรูท่ามกลางสถานที่อันโอ่อ่า แต่เมื่อผ่าออกมาพบว่าข้างในนั้นเต็มไปด้วยตัวหนอน โดยฉากนี้มีเจนตาสื่อความหมายเชิงสัญลักษณ์ต่อสถานะทางการเงินอันรุ่มรวย

จะเห็นได้ว่า ในมโนทัศน์ของผู้คนโดยทั่วไปในยุคนั้นค่อนข้างเป็นที่ยอมรับกันว่า สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีความเกี่ยวโยงกับสถานะความร่ำรวย นอกจากนี้ยังเห็นได้จากการตกแต่งอาคารสถานที่ที่มีมูลค่าทั่วทั้งสหราชอาณาจักร ซึ่งมีการแกะสลักตกแต่งเป็นรูปทรง หรือลวดลายสับปะรดอยู่ในงานตกแต่งอาคารสถานที่

บทความของบีธาน เบลล์ (Bethan Bell) ใน BBC อธิบายว่า คุณค่าและความหมายของสับปะรด ก่อร่างขึ้นมาในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 16 ถึง 17 เมื่ออาหารแปลกใหม่จำนวนมากถูกนำกลับมายังยุโรปหลังจากการสำรวจโลกใหม่และทวีปเอเชีย ซึ่งรวมไปถึงสับปะรดที่ต่อมาได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งศักดิ์ศรีและความหรูหรา ตามที่ดร.ลอเรน โอฮาแกน (Dr. Lauren O’Hagan) จากมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ (Cardiff University) ได้กล่าวว่า “สับปะรดไม่เคยเป็นที่รู้จักมาก่อนในโลกเก่า ดังนั้นจึงไม่มีสิ่งใดสะท้อนความหมายทางวัฒนธรรมในตัวผลไม้นี้ ด้วยเหตุนี้มันจึงให้ผู้คนสามารถสร้างความหมายใหม่ๆ ขึ้นมาได้”

การรับรู้ความหมายของสับปะรดในยุโรปต่างจากผลไม้อย่าง “แอปเปิล” ซึ่งเกี่ยวโยงกับความหมายแง่ผลไม้ต้องห้ามในสวนเอเดน หรือเมล็ดทับทิมที่เก็บเพอร์เซโฟนี เทพกรีกโบราณเอาไว้ในนรกนานครึ่งปี ตามตำนานในดินแดนตะวันตก

ดร. ลอเรน ยังกล่าวเสริมว่า เนื่องด้วย “รูปลักษณ์ที่แปลกใหม่” ของสับปะรด ยิ่งเมื่อมีรูปทรงพิเศษจากส่วนยอดมงกุฎ(ส่วนหัวของสับปะรด) อันเป็นสัญลักษณ์ของความศักดิ์สิทธิ์แห่งกษัตริย์ จึงทำให้สับปะรดมีคุณลักษณะพิเศษในทางความเชื่อไปด้วย

นอกจากนี้ชื่อเล่นของสับปะรดในภาษาอังกฤษ คือ “King Pine” ยังทำให้มันเป็นที่สนใจของพระมหากษัตริย์ เช่นในภาพวาดของ Hendrick Danckerts ซึ่งเป็นภาพที่ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ ได้รับสับปะรดจาก John Rose คนสวนในพระราชวัง โดยภาพนี้มักถูกอ้างว่าเป็นสับปะรดยุคแรกๆ ที่ปลูกขึ้นในอังกฤษที่ Dorney Court ใน Berkshire แต่ภายหลังจึงเริ่มเชื่อกันว่าถ้ามีจริง มันมีแนวโน้มถูกนำเข้ามามากกว่าจะปลูกขึ้นในอังกฤษตั้งแต่แรก

ในยุคจอร์เจียน ถึงแม้อังกฤษเริ่มปลูกสับปะรดมากขึ้น แต่คุณค่าและความหมายของมันก็ยังไม่ได้ลดลง การปลูกสับปะรดยังคงเป็นกิจการที่ดำเนินการโดยขุนนางระดับสูง

Johanna Lausen-Higgins จาก The Royal Botanical Garden ให้ข้อมูลไว้ว่า ความพยายามปลูกสับปะรดในระยะแรกเริ่มขึ้นในสวนส้ม ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันอากาศที่เย็นจัด แต่มันก็ไม่ได้ให้ความร้อนหรือแสงแดดเพียงพอสำหรับสับปะรดซึ่งเป็นผลไม้ในเขตเมืองร้อน

นอกจากนี้เว็บไซต์ BBC ยังได้รายงานอีกว่า ในปี ค.ศ. 1764 นิตยสาร The Gentleman ได้ประมาณค่าใช้จ่ายในการสร้างโรงเก็บความร้อนดังกล่าว รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไว้ที่ประมาณ 150 ปอนด์ (ตามการคำนวนอัตราเงินเฟ้อของธนาคารกลางอังกฤษ หากเทียบเป็นในปีค.ศ. 2020 จะมีราคาเท่ากับ 28,000 ปอนด์) แต่ค่าใช้จ่ายข้างต้นนี้ก็ไม่สามารถรับประกันผลตอบแทนใดๆ ได้ เนื่องจากการเพาะปลูกและดูแลสับปะรดในสมัยนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

นอกจากนี้แล้ว สับปะรดยังเป็นผลไม้ที่ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะโตเต็มที่ และสับปะรดที่มีสภาพสมบูรณ์ก็หายาก หากพบสับปะรดที่สภาพสมบูรณ์ ในสมัยนั้นมักมีราคาขายอยู่ที่ 60 ปอนด์ (ประมาณ 11,000 ปอนด์ ในปีค.ศ. 2020) ด้วยมูลค่าที่สูงขนาดนี้ มันจึงไม่ค่อยถูกนำมารับประทานไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ถูกนำมาประดับบนจานอาหารพิเศษในมื้อค่ำ

มูลค่าที่แสนแพงของสับปะรดในยุคนั้นถึงขนาดนำมาซึ่งความเสี่ยงจะถูกขโมยด้วยเช่นกัน ในปี ค.ศ. 1807 การดำเนินคดีของศาลอาญากลางอังกฤษ ปรากฏว่ามีหลายกรณีที่เกี่ยวกับการขโมยสับปะรด และ Dr. Lauren O’Hagan ได้ชี้ให้เห็นถึงกรณีตัวอย่างในคดีของ Mr. Godding ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 7 ปีในจากข้อหาขโมยสับปะรด 7 ลูก

และจากความใฝ่ฝันที่อยากจะครอบครองสับปะรดสักลูกของชนชั้นกลางจึงนำไปสู่ธุรกิจเปิดให้เช่าสับปะรด ซึ่งผุดขึ้นมาทั่วสหราชอาณาจักร รวมถึงบริษัทอื่นๆ ที่เห็นช่องทางจากความนิยมนี้ และตลาดสินค้าที่มีธีมเกี่ยวกับสับปะรดก็กระจายตัวออกไปวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม ความนิยมของสับปะรดไม่ได้คงอยู่อย่างยั่งยืน สถานะความนิยมของสับปะรดก็เสื่อมลงเมื่อเรือกลไฟสามารถนำเข้าสับปะรดจากประเทศใต้ปกครองเข้ามาสู่อังกฤษอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้สับปะรดมีราคาถูกลง และไม่ใช่แค่เพียงชนชั้นกลางเท่านั้น แม้แต่เหล่าผู้ใช้แรงงานยังสามารถเข้าถึงสับปะรดได้เช่นกัน

เป็นธรรมดาของกลไกตลาด เมื่ออุปทานมากขึ้น มูลค่าสินค้าก็จะลดลง เช่นนั้นแล้วสถานะความหรูหรา ความมีเกียรติ หรือสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งจึงเลื่อนไหลออกจากตัว “สับปะรด” ไปโดยปริยาย จากผลไม้ของผู้มีอันจะกินกลับกลายเป็นผลไม้ที่พบได้ทั่วไปตามเมืองต่างๆ ทั่วสหราชอาณาจักรนับตั้งแต่นั้นมา

อ้างอิง :

Bell, Bethan. The rise, fall, and rise of the status pineapple. BBC. Published 2 AUG 2020. Access 26 JUN 2021

McCord, Garrett. The Unique History and Symbol of the Pineapple. The spruce eats. Published 4 JUN 2021. Access 26 JUN 2021

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 28 มิถุนายน 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...