โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่น ตั้งค่ายทหารที่ "สวนลุมพินี"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 06 ธ.ค. 2565 เวลา 03.40 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2563 เวลา 00.10 น.
กองทัพญี่ปุ่นซึ่งเข้ามาใช้สวนลุมพินีเป็นค่ายทหาร บันทึกเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2485 (ภาพจาก ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์ )

ในคราวสงครามมหาเอเชียบูรพา ประเทศไทยจำต้องเข้าไปมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสงครามในครั้งนี้ โดยเช้าของวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 กองทัพญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกในพื้นที่ของประเทศไทยหลายแห่ง ตลอดภาคใต้ บางปู จังหวัดสมุทรปราการ และมีการเคลื่อนทัพทางบกเข้ามาด้านอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว

ทั้งนี้กองทัพญี่ปุ่นแสดงเจตจำนงที่จะไม่เข้ายึดครองประเทศไทย แต่จะขอใช้เป็นทางผ่านไปสู่พม่าและมลายู เพื่อโจมตีกองทัพอังกฤษที่ยึดครองอยู่ในพื้นที่เหล่านั้น ซึ่งรัฐบาลไทยประเมินศักยภาพของกองทัพว่ายังไม่สามารถที่จะต้านทานกองทัพญี่ปุ่นได้ อีกทั้งจะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ราษฎรเมื่อต้องเข้าสู่ภาวะสงครามโดยไม่มีความพร้อม จึงได้ยินยอมให้ความร่วมมือเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น

ครั้นกองทัพญี่ปุ่นเคลื่อนทัพเข้าสู่ประเทศไทย ทหารญี่ปุ่นได้เข้ายึดสถานที่ราชการหลายแห่งเพื่อใช้เป็นที่พักอาศัย โดยเฉพาะพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนช่างกลปทุมวัน โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และสวนลุมพินี ทั้งนี้เพื่อให้ใกล้กับศูนย์บัญชาการกองทัพญี่ปุ่นประจำประเทศไทยที่ถนนสาทร

ต่อมาในวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2486 จึงได้จัดตั้งกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นประจำประเทศไทย โดยมี นายพล นากามูระ อาเกะโตะ เป็นผู้บัญชาการกองทัพ ต่อมาเมื่อสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นได้ประกาศพ่ายแพ้สงครามเมื่อ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2488 แล้วนั้น กองทัพญี่ปุ่นจึงถูกปลดอาวุธโดยขบวนการเสรีไทย และถอนกำลังทัพกลับสู่มาตุภูมิ

ในภาพชุดนี้คือกองทัพญี่ปุ่นซึ่งเข้ามาใช้สวนลุมพินีเป็นค่ายทหาร บันทึกเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2485 อธิบายภาพโดย ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 พฤษภาคม 2562

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...