“เกลียด” อะไรได้อย่างนั้น จริงเหรอ?
“เกลียดอะไรระวังจะได้อย่างนั้น” หลายคนคงเคยได้ยินคำ ๆ นี้ที่เป็นเหมือนคำสาป และที่น่าแปลกคือคนเรามักจะได้อะไรอย่างที่เคยลั่นวาจาเอาไว้ว่าเกลียด…คนบางคนเคยพูดเอาไว้ว่าจะไม่มีวันทำแบบนี้แต่ก็กลับทำ คนบางคนเคยพูดว่าไม่ชอบคนแบบนี้แต่ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นแฟนกันซะงั้น…ปรากฏการณ์พวกนี้เกิดจากอะไรกันแน่?
*ไม่ได้เกลียดจริง *
ในบางกรณี ความเกลียดนั้นเป็นความเกลียดแบบ “องุ่นเปรี้ยว” ความเกลียดประเภทนี้เป็นกลไกป้องกันตัวแบบหนึ่ง…คือในใจลึก ๆ แล้วอาจจะรู้ว่าไม่มีทางได้สิ่งนั้นมา เลยตั้งแง่เอาไว้ว่าสิ่งนั้นไม่ดี สิ่งนั้นไม่ได้เหมาะสมกับตัวเขา…แต่ในเมื่อมีโอกาสได้รับในสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาจริง ๆ ก็กลับยินดีรับอย่างหน้าชื่นตาบาน…เพราะความจริงแล้วไม่ได้รู้สึกเกลียดจริง ๆ นั่นเอง
*เอาใจจดจ่อเกินไป *
กฎแห่งแรงดึงดูดก็เป็นอีกเรื่องสำคัญที่น่าศึกษา เพราะเชื่อกันว่าถ้าเราเอาใจจดจ่อกับอะไรมาก ๆ เราก็จะมุ่งหน้าไปทางสิ่งนั้น หรือได้รับสิ่งนั้นมา…ซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้กับกรณีการเอาใจจดจ่อในแง่บวก (เช่นการมุ่งสู่ความสำเร็จ)…แต่การเอาใจจดจ่อในสิ่งที่เกลียดก็อาจจะส่งผลให้มีการดึงดูดสิ่งเหล่านั้นเข้ามาในชีวิตด้วย จึงมีคำพูดว่า “อย่าเกลียดใคร” เพราะเราอาจจะต้องวกกลับมาพบเจอหรือพึ่งพาคนเหล่านั้น…ทางทีดีให้ใช้วิธีปล่อยวางไปเสียดีกว่า
เปลี่ยนทัศนคติ */ มุมมอง ต่อสิ่งนั้น *
มนุษย์เราเติบโตด้วยประสบการณ์ เมื่อเราเติบโต ใช้ชีวิต เราก็จะมีมุมมองและทัศนคติที่เปลี่ยนไป ความเชื่อที่ครั้งหนึ่งเคยเชื่อว่าจริงแท้ก็อาจจะไม่จริงเสมอไป สิ่งบางสิ่งที่เราเคยตั้งแง่รังเกียจ แต่เมื่อเติบโต เรียนรู้ ก็พบว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ได้แย่อย่างที่คิด ก็อาจเกิดการเปลี่ยนมุมมองทัศนคติได้ เช่น ไม่เคยคิดจะเลือกพรรคการเมืองนี้ เพราะเกลียดคนโกง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป พบว่าข้อกล่าวหาเหล่านั้นไม่เป็นความจริง ก็อาจจะเกิดความชอบขึ้นมาได้ เป็นต้น