โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อีเว้นท์ป็อป” ดิ้นฝ่าโควิด พลิกเกมลุยธุรกิจใหม่รับนิวนอร์มอล

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 เม.ย. 2564 เวลา 16.56 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2564 เวลา 01.55 น.
ภัทรพร โพธิ์สุวรรณ์

เมื่อรายได้หลักเกินครึ่งมาจากการบริหารจัดการอีเวนต์และกิจกรรมต่าง ๆ หายไปชั่วพริบตา จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การจัดงานอีเวนต์โดนยกเลิกลงทั้งหมด สตาร์ตอัพด้านแพลตฟอร์มบริหารจัดการอีเวนต์ในชื่อ “อีเว้นท์ป็อป” ที่โดยปกติจะมีงานกว่า 2,000-3,000 งานต่อปี ย่อมได้รับผลกระทบโดยตรง

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสพูดคุยกับ “ภัทรพร โพธิ์สุวรรณ์” ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีเว้นท์ป็อป โฮลดิ้ง จำกัด แพลตฟอร์มบริหารจัดการอีเวนต์ ในชื่อ “อีเว้นท์ป็อป” (Eventpop) ทั้งในบทบาทของผู้นำบริษัทสตาร์ตอัพที่ต้องปรับตัวเพื่อหาทางรอดอย่างหนักในปีที่ผ่านมา และในฐานะนายกสมาคมการค้าสตาร์ตอัพไทย หรือ Thai Startup Trade Association

Q : โควิดรอบแรกโดนเต็ม ๆ

ช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค.ของทุกปีจะถือเป็นช่วงพีกของธุรกิจอีเวนต์ โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์จะมีงานไม่ต่ำกว่า 30-40 งาน ก่อนโควิด-19 เราดูแลอีเวนต์เฉลี่ย 200-300 งานต่อเดือน ช่วงเดือน ม.ค. 2563 เปิดขายบัตรอีเวนต์ต่าง ๆ ไปแล้วเป็นจำนวนมาก จำได้ว่าโควิดเริ่มระบาดหนักขึ้นเดือน ก.พ. ข้ามเข้าสู่ต้นเดือน มี.ค. ปรากฏว่าผู้จัดอีเวนต์ต่าง ๆ ประกาศยกเลิกการจัดงานทั้งหมด นั่นหมายถึงแผนงานที่วางไว้หยุดลงทั้งหมด เราก็ตัดสินใจเปลี่ยนทันที โดยเริ่มหาโซลูชั่นใหม่ ๆ สำหรับธุรกิจ

Q : ทดลองโซลูชั่นใหม่ ๆ ในช่วงโควิด

ต้องยอมรับว่าช่วงเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว เราเริ่มลำบาก ในแง่สภาพคล่องทางการเงินลดลง ทำให้ต้องดิ้นหารายได้ใหม่ ๆ เข้ามา โดยพุ่งเป้าไปที่การพัฒนาโซลูชั่นและบริการใหม่ ๆ ช่วงโควิดรอบแรกเราได้ทดลองหลายอย่าง ทั้งมีการจัดออนไลน์อีเวนต์ เวอร์ชวลอีเวนต์ ทำเรื่องอีคอมเมิร์ซ และการจองอาหารล่วงหน้า หรือแม้กระทั่งการขายบัตรกำนัล (voucher) ได้ลองทำหลายอย่าง

แต่ถึงตอนนี้ สิ่งที่รอดมาและยังทำอยู่ คือขายบัตรกำนัล เวอร์ชวลอีเวนต์ และเวอร์ชวลรัน (virtual run) ทำระบบขึ้นมาเกี่ยวกับการวิ่ง โดยนักวิ่งสามารถวิ่งในเวลาใดก็ได้ในเส้นทางที่กำหนดเอง

หลายบริการเกิดขึ้นจากช่วงโควิดรอบแรก เมื่อได้โปรดักต์มาแล้วก็ต้องกลับไปดูว่า core หลักของตลาดคืออะไร และอะไรคือจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข เราได้ทดลอง ปรับแก้อยู่หลายเดือน จนโปรดักต์แข็งแรงและพร้อมให้บริการลูกค้าได้ จึงออกมาเป็นบริการ

Q : ฐานลูกค้าเปลี่ยนไป

ช่วงก่อนโควิด ฐานลูกค้าหลักคือ นักท่องเที่ยว ผู้จัดงานอีเวนต์ แต่พอโควิดระบาด ฐานลูกค้าก็เปลี่ยนไปทันที ตอนนี้ฐานลูกค้าหลักคือ กลุ่มองค์กร หน่วยงานภาครัฐ ที่เข้ามาใช้บริการเวอร์ชวลอีเวนต์ ไลฟ์สตรีมมิ่ง ซึ่งจุดเด่นของบริการคือ เน้นการใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องโหลดแอปพลิเคชั่นเพิ่ม หรือรอลงทะเบียน ทำให้บริการของเราได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

Q : ทิศทางธุรกิจในปีนี้

ปีนี้จะทำ 2 ส่วนหลักคือการขยายบริการใหม่ ๆ ทั้งเวอร์ชวลอีเวนต์ เวอร์ชวลรัน รวมถึงการนำ fieldwave หรือเทคโนโลยีในการติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ชมในพื้นที่จัดงานแบบเรียลไทม์ (realtime) ที่ปีก่อนได้ร่วมกับแกรมมี่ นำไปใช้ในงานเทศกาลดนตรีบิ๊กเมาน์เท่น มิวสิกเฟสติวัล 2020 ต่อยอดไปใช้กับการจัดอีเวนต์ออฟไลน์ของผู้จัดรายอื่น ๆ คาดว่าในครึ่งปีหลังนี้อาจได้เห็นสัญญาณที่ดีของธุรกิจอีเวนต์

fieldwave สอดรับกับวิถีนิวนอร์มอล เพราะสามารถติดตามเส้นทางของผู้ชมในงานว่าเคลื่อนย้ายไปจุดใดมาบ้าง เพื่อให้ผู้จัดงานสามารถบริหารจัดการความหนาแน่นของพื้นที่การจัดงานได้

อีกส่วนคือการทำงานร่วมกับโอมิเซะ ระบบรับชำระเงินออนไลน์ พัฒนาอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์มเป็นระบบหลังบ้าน ช่วยพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ขายของ ขณะนี้ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ แต่เตรียมจะเปิดตัวกลางปีนี้

Q : เป้าหมายรายได้

สำหรับปีนี้คาดว่าจะขาดทุนน้อย แต่รายได้ก็น้อยลงตามไปด้วย เพราะการจัดอีเวนต์ยังไม่ฟื้นกลับมา ต้องยอมรับว่าโควิดทำให้รายได้ของบริษัทหายไป 70% แม้จะมีรายได้จากธุรกิจใหม่ แต่ก็ยังไม่สามารถกู้ให้รายได้กลับมาได้เต็มที่ ถ้าสถานการณ์ต่าง ๆ คลี่คลายมากขึ้น อีเวนต์ก็กลับมาจัดได้ รายได้ของบริษัทก็จะฟื้นกลับมาเร็วเช่นกัน

การกลับมาในครั้งนี้ก็จะทำให้อีเว้นท์ป็อปมีความแข็งแรง และมั่นคงมากขึ้น เพราะมีฐานลูกค้ากว้างขึ้น และช่องทางการหารายได้ก็เพิ่มขึ้น

ปีนี้เป็นปีที่อีเว้นท์ป็อปมีการเติบโต และมีโอกาสใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามา ส่วนในปี 2565 มองว่าจะเป็นปีที่เราจะสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างเต็มที่ จากรายได้ใหม่ ๆ ที่วางไว้

Q : บทบาทในฐานะนายกสมาคมการค้าสตาร์ตอัพไทย

ล่าสุดได้เปลี่ยนชื่อสมาคมใหม่ จากสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ (Thailand Tech Startup Association) มาเป็นสมาคมการค้าสตาร์ตอัพไทย รวมถึงรีแบรนดิ้ง และเปลี่ยนโลโก้ใหม่เป็นรูป “ปลากัด” เพื่อแสดงถึงความเป็น “นักสู้” ของสตาร์ตอัพไทย ทำให้ภาพลักษณ์ของสมาคมทันสมัยขึ้น เข้าถึงได้ง่าย พร้อมเพิ่มบทบาทในด้านการช่วยเหลือและสนับสนุนสตาร์ตอัพไทยมากขึ้น จากเดิมที่ทำหน้าที่เป็นเพียงกระบอกเสียงให้สมาชิกเท่านั้น

เป้าหมายปีนี้คือ การ set up สมาคม พร้อมหาผู้สนับสนุนเข้ามา โดยปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า เราสามารถทำเรื่องเหล่านี้ได้ดี

อย่างไรก็ตาม การผลักดันให้สตาร์ตอัพไทยเติบโต ไม่ได้มีแค่มิติของการสร้างสตาร์ตอัพรายใหม่ ๆ เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายมิติประกอบกัน ทั้งการหาแหล่งเงินทุน การสนับสนุนที่ต่อเนื่องจากภาครัฐ เพื่อให้สตาร์ตอัพไทยเป็นต้นไม้ที่แข็งแรง ไม่ใช่ต้นกล้าที่เมื่อโดนแดด โดนฝนแล้วก็ตายไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...