โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พิษโควิด 19 รอบสองเศรษฐกิจล่วงเจ้าของผับหมดหนทางเซ้งกิจการ หันมาขายทุเรียนหาเงินเลี้ยงลูกน้อง

77kaoded

เผยแพร่ 27 เม.ย. 2564 เวลา 09.07 น. • 77 ข่าวเด็ด

https://youtu.be/RzdlfHGqqF0

พิษโควิด 19 รอบสองเศรษฐกิจดิ่งเหว เจ้าของผับโซดา ตลาดนัดเรือบิน ย่านบางพลี หมดหนทางปล่อยเซ้งพื้นที่ผับ ผันตัวเองมาเป็นพ่อค้า เปลี่ยนพื้นที่ข้างผับโซดา เป็นตลาดขายทุเรียนหมอนทองที่รับมาจากจังหวัดจันทบุรี ขายในราคาถูก หาเงินเลี้ยงลูกน้องและค่าเช่าที่

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารร่วมไปถึงผับต่าง ๆ ต้องพากันปิดตัวตามนโยบายป้องการแพร่ระบาดของรัฐบาล ต่างพากันได้รับผลกระทบอย่างหนักพนักงานต่างพากันตกงานกันเป็นจำนวนมาก และเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง ผู้ประกอบการบางร้านยังคงตั้งความหวังว่าว่ารัฐบาลจะหาวิธีการหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้โดยเร็วจะได้กลับมาเปิดกิจการได้อีกครั้ง จึงได้หันมาหากิจกรรมอย่างอื่นมาทำเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนหาเงินเลี้ยงลูกน้องและพนักงานในร้านให้ประคองตัวอยู่ได้  โดยเฉพาะร้านโซดา ซึ่งเปิดกิจการประเภทผับ ตั้งอยู่กลางตลาดนัดเรือบิน ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ที่ได้รับผลกระทบเป็นที่แรก ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด 19 ทั้งรอบแรกและรอบที่สอง ที่ต้องปิดดำเนินการ ซึ่งครั้งแรกที่ว่าสาหัสแล้ว แต่พอมาครั้งที่สองสาหัสยิ่งกว่า จึงต้องหันไปรับทะเรียนหมอนทองจากจังหวัดจันทบุรีมาขาย ส่วนในโซนที่เปิดเป็นผับต้องติดป้ายเซ้งกิจการ เนื่องจากประคองเอาไว้ไม่ไหว

นายสุเทพ  รุ่งเรื่อง อายุ 49 ปี หุ้นส่วนใหญ่ ได้เปิดเผยว่า  หลังจากที่มีการแพร่ระบาดของโควิด 19 ทางผับเราต้องปิดตัวลงทำให้ขาดรายได้และเงินที่จะต้องมาจ่ายให้พนักงานในร้านและจ่ายค่าเช่าที่ซึ่งตกแล้วเดือนละกว่า 1 แสนบาท ตนจึงได้หาทางออกโดยการไปรับทุเรียนมาจากสวนของเพื่อนที่อยู่ในจังหวัดจันทบุรี ประกอบช่วงนี้เป็นช่วงที่สถานการณ์โควิดกำลังระบาดอย่างรุนแรง ทำให้ธุรกิจใหญ่ของตนต้องปิดตัวลง จึงได้หันไปรับทุเรียนมาขายเพื่อหารายได้เลี้ยงลูกน้องและจ่ายค่าเช่าที่ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว จังหวะเป็นช่วงเข้าหน้าทุเรียนพอดี และที่ตนรับทุเรียนมายก็ไม่ได้เอากำไลอะไรมากมายเอามาบวกแค่ดลละ 5 บาทอาศัยว่าเราขายได้จำนวนมากเราก็พออยู่ได้ ไม่ได้กะว่าจะขายเอารวยเลย ก็คืออยากให้คนกินได้กินในราคาที่ถูกหน่อยท่ามกลางเศรษฐกิจแบบนี้ จะได้กินของถูก ๆ กัน ซึ่งทุเรียนของเราก็จะมีอยู่ทุกขนาดมีทั้งคัดไซค์  และไซค์รวม ราคาเริ่มตางแต่ 100 บาทไปจนถึง 140 บาท ต่อกิโลกรัม แต่ราคาที่เขาขายกันอยู่ในท้องตลาดไม่ใช้ราคานี้ ที่เขาขายกันอยู่ในท้องตลาดขั้นต่ำก็มีกิโลละ 160 ไปจนถึง 250 บาทต่อกิโลกรัม  แต่ที่เราขายเราเอากำไลแค่กิโลกรัม 5-10 บาทเท่านั้นเราไม่ได้เอาเยอะเอาแค่พอเลี้ยงลูกน้องได้ ซึ่งตนก็ทำมาตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิดงวดแรก พอหมดโควิดรอบแรกก็เปิดร้านปกติ แต่พอมารอบสองมันหนักกว่าเราก็ต้องปิดกิจการอีก ก็เลยต้องหาอย่างอื่นมาหารายได้เสริมเพื่อเลี้ยงลูกน้องและค่าเช่า แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่อีกอย่างหนึ่งคือหน้าทุเรียนจัน จะมีแค่ 4 เดือน และถ้าหมดหน้าทุเรียนแล้วสถานการณ์โควิดยังระบาดอยู่หรือเปล่า ถ้ามันยังอยู่เราก็ต้องคิดหาผลไม้อย่างอื่นมาเพราะว่าทุเรียน 4 เดือนเขาก็จะฤดูเขาแล้ว ก็อาจจะหาผลไม้ตามฤดู ก็อาจจะมีเงาะมังคุดหรือรองกองมาขายแทน และเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ทุเรียนพึ่งมาส่งให้ 5 ตัน จากที่โควิดระบาดช่วงแรกเราลงครั้งละ 10 ตัน เราก็จะขายประมาณ 2-3 วันก็หมด เพราะเราขายถูก มีทั้งมารับไปขายมีทั้งคนมาซื้อกินเอง และของเรายังมีปลอกเนื้อขายด้วย แต่ถ้าชาวบ้านมาซื้อเอาไปกินเองเราก็จะคิดค่าบริการปลอกแค่ 20 บาท ส่วนที่เราปลอกแล้วเหลือแต่เนื้อล้วน ๆ เราขายกิโลกรัมละ 550 บาท แต่ในท้องตลาดเขาขายกันอยู่ที่กิโลกรัมละ  700-800 บาท วันหนึ่งก็จะมีคนมาสั่งเนื้อทุเรียนที่เราแกะไว้วันละไม่ต่ำกว่า 100 กิโลกรัม และตนยืนยันว่าทุเรียนหมอนทางที่เรารับมาขายมาจากจังหวัดจันทบุรีร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช้ทุเรียนจากที่อื่นมายอมแมวขาย และถ้าซื้อทุเรียนจากเราไปลูกไม่สุกหรือเป็นทุเรียนอ่อนสามารถนำกลับมาเคลมที่ร้านได้ ส่วนรายได้จากการขายทุเรียน ก็พอได้ค่าข้าวค่าลูกน้องจะได้ไม่ตกงานและค่าเช่าที่ บางครั้งก็ขาดบ้างเราก็ต้องเติมเอา แต่ก็ยังดีกว่าขาดทั้งหมด โดยเราจะเปิดขายตั้งแต่ 08.00 น.ไปจนถึง 20.00 น.ทุกวัน หรือเข้ามาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเพจ เจ๊นก ทุเรียนจันทบุรี หรือโทรสอบถามได้ที่หมายเลข  096-3954626

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...