โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สคฝ.เล็งขยายคุ้มครองเงินคนใช้อีมันนี่ เผยขั้นตอนได้เงินฝากคืนหากแบงก์ล้ม

Businesstoday

เผยแพร่ 07 ส.ค. 2564 เวลา 10.30 น. • Businesstoday

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองเงินฝาก(สคฝ.) เปิดเผยว่า สคฝ.หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เตรียมขยายคุ้มครองเงินฝากเพิ่มเติม โดยศึกษาคุ้มครองเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-มันนี่ แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ 1.เงินที่ผู้ให้บริการอี-มันนี่ฝากไว้กับสถาบันการเงิน และสถาบันการเงินต้องปิดกิจการ เกิดปัญหาจะทำอย่างไร และหากผู้ให้บริการอี-มันนี่ถูกปิดกิจการเอง ผู้มีเงินฝากจะได้รับเงินคืนอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาเพื่อรองรับอนาคตด้วย แต่ตอนนี้ธุรกิจอี-มันนี่ มีกฎเกณฑ์ความเข้มแข็ง เพราะไม่สามารถนำเงินทุกบาททุกสตางค์ของประชาชนไปใช้หรือให้กู้ใดๆได้

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์

นอกจากนี้ สคฝ.ย้ำการเปลี่ยนแปลงวงเงินคุ้มครองเงินฝากจาก 5 ล้านบาทมาเป็น 1 ล้านบาท จะเริ่มตั้งแต่ 11 ส.ค.2564 เป็นต้นไป โดยยืนยันคุ้มครองผู้ฝากเงินกับสถาบันการเงินทั้ง 35 แห่งที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธปท.และสถาบันการเงินมีความแข็งแกร่ง เงินกองทุนและเงินสำรองสูง

ด้านความคุ้มครองจะคุ้มครองบัญชีเงินฝาก 5 ประเภท ได้แก่ 1.เงินฝากกระแสรายวัน 2.เงินฝากออมทรัพย์ 3.เงินฝากประจำ 4.บัตรเงินฝาก และ 5.ใบรับฝากเงิน โดยบัญชีเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครองต้องเป็นสกุลเงินบาทเท่านั้น ไม่รวมสกุลต่างประเทศ เช่น เงินฝากสกุลดอลลาร์ เยน เป็นต้น และไม่รวมสินทรัพย์อื่นที่เป็นการลงทุน เช่น พันธบัตร คริปโตเคอเรนซี่ บัตรเติมเงิน อี-มันนี่ จะยังไม่ได้รับความคุ้มครอง

ทั้งนี้หากสถาบันการเงินถูกเพิกถอนใบอนุญาต ผู้ฝากจะได้รับเงินฝากคืนภายใน 30 วัน ดังนั้น หากใครมีเงินฝากต่อสถาบันการเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวน แต่หากใครมีเกิน 1 ล้านบาท เช่น มีเงินฝาก 2 ล้านบาทกับสถาบันการเงินเดียวกันจะได้รับเงินคืน 1 ล้านบาทภายใน 30 วัน ส่วนอีก 1 ล้านบาท สคฝ.จะนำทรัพย์สินของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตมาจำหน่าย และคืนผู้ฝากเงินทุกราย ซึ่งจะได้รับเงินฝากส่วนที่เหลือคืนเช่นเดียวกัน

นายทรงพล กล่าวว่า ปัจจุบันบัญชีเงินฝากมีไม่เกิน 1 ล้านบาทที่ได้รับคุ้มครองเต็มจำนวนมีมากกว่า 98% ส่วนอีกเกือบ 2% ที่บัญชีเงินฝากเกิน 1 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มนี้เชื่อว่าจะมีการบริหารเงินที่ดี สามารถนำเงินไปลงทุนอย่างอื่นเพื่อได้รับผลตอบแทนสูงกว่า หรือกระจายเงินฝากไปยังบัญชีสถาบันการเงินอื่นๆ เพราะความคุ้มครองไม่ได้นำเงินฝากของทุกแห่งมารวมกัน เช่น มีเงินฝาก 1 ล้านบาทกับสถาบันการเงินหนึ่ง และยังมีอีก 1 ล้านบาทกับอีกสถาบันการเงิน สามารถได้รับความคุ้มครองแบบเต็มจำนวน เพราะไม่ได้นำเงินฝากจาก 2 สถาบันการเงินมารวมกัน

สำหรับลำดับการคืนเงินจะเป็นการชำระด้านภาษีก่อน คือ กรมสรรพากร ต่อมาเป็นแรงงานพนักงาน และเป็นผู้ฝากเงิน ขณะที่ขั้นตอนต่าง ๆ กรณีสถาบันการเงินเกิดปัญหาจริง ปิดกิจการ ผู้ฝากเงินไม่ต้องยื่นคำร้องใดๆ แต่สคฝ.จะมีข้อมูลจากสถาบันการเงิน โดยจ่ายคืนเงินฝากให้ 2 ช่างทาง คือ 1.พร้อมเพย์ ผูกบัญชีหมายเลขบัตรประชาชน และ 2.เช็ค กรณีไม่มีพร้อมเพย์ แต่จะถูกหักกับหนี้ที่ต้องชำระคืนก่อนหากหนี้นั้นถึงเวลาครบกำหนดชำระ แต่หากผู้ฝากเงินที่มีหนี้กับสถาบันการเงินที่มีปัญหายังไม่ถึงเวลาชำระหนี้ สคฝ.จะระบุให้ว่าจะสามารถจ่ายชำระหนี้ได้ที่สถาบันการเงินใดแทน เพื่อให้ประวัติการชำระหนี้มีสถานะปกติ ไม่มีประวัติค้างชำระ

“ระบบคุ้มครองเงินฝากเป็นสิ่งที่ดี ไม่ให้ประชาชนเกิดโกลาหล และให้เกิดความมั่นใจในการเก็บเงิน เชื่อว่าการไม่มีระบบคุ้มครองเงินฝากเป็นไปไม่ได้ แต่อนาคตอาจมีทบทวนวงเงินคุ้มครองเงินฝากได้ ถ้ารายได้ต่อหัวประชากรสูงขึ้น และมีการฝากเงินสูงขึ้น อาจทบทวนคุ้มครองสูงขึ้นได้ แต่ไม่ได้ปรับลดวงเงินในช่วงนี้หรือระยะเวลาอันใกล้นี้อีก ซึ่งปัจจุบันคนไทย 1 คนมีแค่ 1 บัญชีมีมากเกินครึ่ง ต่างจากคนในเมือง 1 คน มีถึง 2-3 บัญชี และฝากออมทรัพย์มากกว่าเงินฝากประจำ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...