โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จนมุมอีกราย ปล้นเพชร 5 ล้าน ‘บิ๊กอวบ’ คุมทำแผนฯ ล่าอีก1 คาดซุกเมืองกาญจน์

Khaosod

อัพเดต 08 พ.ค. 2562 เวลา 17.16 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2562 เวลา 08.51 น.

จนมุมอีกราย ปล้นเพชร 5 ล้าน ‘บิ๊กอวบ’ คุมทำแผนฯ ล่าอีก1 คาดซุกเมืองกาญจน์

 ปล้นเพชร 5 ล้าน  / เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกรณีคนร้าย 3 คน บุกปล้นร้านขายสินค้าหลุดของจำนำ ย่านเพชรเกษม ได้เครื่องเพชรมูลค่า 5 ล้านบาทไป เมื่อวันที่ 2 พ.ค.

ต่อมาตำรวจ สน.เพชรเกษม สามารถจับกุมนายนพอนันต์ ภูษิตรุ่งโรจน์ หนึ่งในผู้ก่อเหตุไว้ได้ ก่อนส่งฝากขังตามที่เป็นข่าวไปแล้ว

ล่าสุดมีรายงานว่าตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้เพิ่มอีก 1 คน โดยเมื่อ 11.00 น. วันนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมชุดสืบสวน นำตัวนายวุฒิชัย ล้านเหรียญทอง คนร้ายที่ก่อเหตุอีก1ราย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังร้านที่เกิดเหตุ หน้าปากซอยเพชรเกษม63

เริ่มจากนายวุฒิชัยเข้ามาในร้านและนำปืนวางที่ตู้โชว์สินค้า โดยมีกระเป๋าเป้สีดำวางทับไว้ จากนั้นจึงเดินอ้อมเข้าไปในเคาน์เตอร์ ก่อนบังคับให้พนักงานและเจ้าของร้านหมอบลง และใช้อาวุธปืนตีเข้าศีรษะของเจ้าของร้านหลายครั้ง

ก่อนจะหยิบทรัพย์สินภายในตู้ที่2 ใส่กระเป๋าหลบหนีขึ้นรถจักรยานต์ที่จอดไว้ห่างจากร้าน 100 เมตร ไปแบ่งทรัพย์สินกันที่ซอยเพชรเกษม 83 และแยกย้ายกันหลบหนี ซึ่งหลังนำตัวนายวุฒิชัยมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จสิ้นแล้ว ตำรวจได้คุมตัวขออำนาจศาลอาญาธนบุรีฝากขังผัดแรกทันที

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่า จากข้อมูลและพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ทราบว่านายนพอนันต์เป็นคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุ ได้หลบหนีไปที่บ้านญาติอำเภอเมืองจังหวัดชัยภูมิ จึงสืบสวนและสามารถจับกุมได้พร้อมของกลางบางส่วนและรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ

โดยนายนพอนันต์รับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายวุฒิชัย และนายต้น (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุล) ก่อเหตุดังกล่าว จนกระทั่งล่าสุดสามารถจับกุมนายวุฒิชัยพร้อมของกลางได้ที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อย่านอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร

ด้านพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า เบื้องต้นนายวุฒิชัยให้การรับสารภาพว่านายนพอนันต์ชักชวนให้มาร่วมก่อเหตุ ซึ่งเป็นสิทธิของผู้ต้องหาในการให้การ แต่ตำรวจต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดก่อน สาเหตุที่ทำไปเพราะต้องการเงินไปใช้จ่าย ทั้งนี้ยังเหลือผู้ต้องหาอีก1ราย คือนายต้น ที่ยังหลบหนีอยู่บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี คาดว่าจะได้ตัวในวันนี้ เพราะตำรวจอยู่ระหว่างลงพื้นที่ติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด

ด้านพนักงานในร้านเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนายนพอนันต์เคยเข้ามาซื้อสมาร์ททีวีแต่ใช้ไม่เป็น จึงให้พนักงานในร้านสอนอยู่เป็นเวลานาน จึงทำให้จดจำเสียงและกลิ่นน้ำหอมได้ นอกจากนี้ยังเป็นลูกค้าที่เคยนำแท็บเล็ตมาขายฝากกับทางร้าน

ต่อมาวันที่ 25 เม.ย. ทำทีเข้ามาอ้างว่าใบฝากขายหาย และให้พนักงานค้นหาเอกสารให้ กระทั่งวันเกิดเหตุ นายนพอนันต์สวมหมวกกันน็อคเข้ามา โดยมีจุดสังเกตที่ทำให้จดจำได้คือ แววตา น้ำเสียง และกลิ่นน้ำหอม ทำให้รู้ว่าคนร้ายคือนายนพอนันต์

ด้านนายศิริชัย อาศัยพาณิชย์ เจ้าของร้าน กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนที่ติดจามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีได้ โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน และสามารถนำทรัพย์สินของกลางกลับมาคืนได้ประมาณร้อยละ80ของที่ถูกปล้นไป

นายศิริชัยบอกว่า ขณะเกิดเหตุ ตนเองโยนกระเป๋าสตางค์ออกจากตัว เพื่อให้คนร้ายหันหน้าไปทางกล้องวงจรปิด จะได้สามารถจับภาพคนร้ายได้ใกล้และชัดเจนที่สุด ถึงแม้นาทีนั้นจะเสี่ยงอันตรายก็ตาม สำหรับแนวทางป้องกันหลังจากนี้ทางร้านจะติดลูกกรงเหล็ก และก่อนจะเข้าร้านต้องถอดหมวกกันน็อค หมวกแก๊ป ออกก่อน

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธ, ปลอมตัวเป็นบุคคลอื่นเพื่อไม่ให้เห็นจดจำได้ในการกระทำความผิด ,มีอาวุธเพื่อร่วมกระทำผิดตั้งแต่2คนขึ้นไป,ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายทางร่างกายและจิตใจ ข่มขื่นใจผู้อื่นให้กระทำการใดโดยให้หวาดกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต,รับของโจร

สำหรับของกลาง ตำรวจสามารถติดตามทรัพย์ที่ถูกปล้นไปคืนมาได้จำนวน 108 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า4ล้านบาท จาก 141 ชิ้น เช่น เครื่องเพชร ทองคำ นาฬิกาหรู

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...