โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธุรกิจทีวีดิจิทัลยังเป็นเสือลำบาก คาด4ช่องคืนใบอนุญาต

Money2Know

เผยแพร่ 20 เม.ย. 2562 เวลา 04.57 น. • money2know - เงินทองต้องรู้

อีไอซี ประเมินว่าหลังกสทช. มีมติเรียกคืนคลื่นความถี่ช่วง700MHz จะมีผู้ประกอบการคืนใบอนุญาต 4 ราย ขณะที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่อยู่ในอุตสาหกรรมยังคงเผชิญกับความผันผวนจากเศรษฐกิจและกฎเกณฑ์ คาดในระยะข้างหน้าทีวีดิจิทัลหันมาบริการแบบ Omni-channel และขายลิขสิทธิ์เพื่อความอยู่รอดมากขึ้น

ทีวีดิจิทัล

อีไอซีประเมินว่าอัตรากำไรของธุรกิจทีวีดิจิทัลมีแนวโน้มลดต่ำลง

บทวิเคราะห์ “ทิศทางทีวีดิจิทัลจะเป็นอย่างไรหลังกสทช. เปิดโอกาสคืนใบอนุญาต?” ของอีไอซี มองว่าอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลกำลังเผชิญกับแรงกดดันทางด้านรายได้และต้นทุนส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานของผู้ประกอบการมีแนวโน้มที่จะลดลงต่อเนื่องในปัจจุบันอุตสาหกรรมโทรทัศน์มีการออกอากาศในระบบดิจิทัลจำนวนทั้งหมด22 ช่องโดยแบ่งเป็น4 หมวดได้แก่ 1.เด็กและครอบครัว 2.ข่าว 3.Standard Definition (SD) และ 4.High Definition (HD)

โดยช่องทีวีดิจิทัลมีรายได้ส่วนใหญ่มาจากการโฆษณาอย่างไรก็ตามภาพรวมตลาดทีวีดิจิทัลในช่วง5 ปีที่ผ่านมายังอยู่ในสภาวะไม่ดีนักสะท้อนได้จากรายได้รวมมีการหดตัวลงจาก 1.24 แสนล้านบาทในปี2014 มาอยู่ที่ 1.19 แสนล้านบาทในปี2018 (-6%CAGR)

โดยมีสาเหตุจากเศรษฐกิจที่ผันผวนและการชะลอตัวของกำลังซื้อประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจากการมีช่องโทรทัศน์ทางเลือกและสื่อออนไลน์ที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น ทำให้บริษัทและเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างๆปรับลดงบโฆษณาในช่องทางทีวีลงตามไปด้วยขณะที่ในระยะกลาง(2019-2021)

อีไอซีประเมินว่าอัตรากำไรของธุรกิจทีวีดิจิทัลมีแนวโน้มลดต่ำลงถึงแม้ว่ารายได้โฆษณาของธุรกิจทีวีดิจิทัลจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น5% CAGR จากการฟื้นตัวสภาพเศรษฐกิจแต่การแข่งขันระหว่างช่องทีวีและสื่อออนไลน์ที่รุนแรงผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจึงต้องมีเนื้อหาที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดผู้ชมซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มมากขึ้นและส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับตัวลงเล็กน้อยจากราว10% ในปี2019 เป็น8.8% ในปี2021

ทีวีดิจิทัล

กสทช. มีมติเรียกคืนคลื่นความถี่ช่วง700MHz

ขณะที่กสทช. มีมติเรียกคืนคลื่นความถี่ช่วง700MHz ที่ใช้ในกิจการทีวีเพื่อนำไปพัฒนา5G (ในเดือนมกราคม2019) โดยมีข้อเสนอให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล2 ทางเลือก ได้แก่

1) ผู้ประกอบการสามารถย้ายไปดำเนินการที่ช่วงคลื่นที่กำหนด หรือ
2) ผู้ประกอบการสามารถคืนใบอนุญาตและยุติการดำเนินการนอกจากด้านการใช้คลื่นความถี่ในการส่งสัญญาณทีวีดิจิทัลแล้วคลื่นความถี่ยังถูกนำไปใช้ในการส่งสัญญาณโทรคมนาคมซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก4G สู่5G

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) จึงมีมติเรียกคืนช่วงคลื่น700MHz ที่ถือเป็นกระบวนการสำคัญในการพัฒนา5G โดยเป็นการเรียกคืนช่วงคลื่นก่อนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลหมดอายุในปี2029 (ในอีก10 ปีข้างหน้า) และกำหนดให้ใช้ช่วงคลื่น470-510MHz สำหรับกิจการทีวีดิจิทัล

ทั้งนี้ การย้ายช่วงคลื่น700MHz ของกิจการทีวีเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี5G เป็นแนวทางเดียวกันกับต่างประเทศเช่นสเปนเบลเยียมอังกฤษมาเลเซียเป็นต้นโดยกสทช. ได้ยื่นข้อเสนอให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 2 ทางเลือกได้แก่

1) ผู้ประกอบการย้ายไปดำเนินการที่ช่วงคลื่น470-510MHz และจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตงวดสุดท้ายของราคาประมูลขั้นต่ำและ2 งวดสุดท้ายของราคาที่เกินกว่าราคาขั้นต่ำค่าใช้จ่ายในการเช่าบริการโครงข่ายทีวีระบบดิจิทัล(MUX) ตลอดระยะเวลาใบอนุญาตที่เหลืออยู่ค่าใช้จ่ายในการสำรวจความนิยมช่องรายการโทรทัศน์และค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกิดจากการเรียกคืนคลื่นความถี่

หรือ 2) ผู้ประกอบการสามารถยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงขอคืนใบอนุญาตการประกอบกิจการทีวีดิจิทัลเพื่อยุติการดำเนินธุรกิจโดยได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในส่วนที่เหลือเช่นเดียวกับผู้ประกอบการที่ย้ายไปดำเนินการที่ช่วงคลื่น470-510MHZ รวมถึงค่าชดเชยที่คาดว่าจะได้รับตามกรอบการพิจารณาของกสทช.

ทีวีดิจิทัล

4 ช่องทีวีที่มีแนวโน้มในการคืนใบอนุญาต

จากปัจจัยข้างต้นอีไอซีประเมินว่ามี 4 ช่องทีวีที่มีแนวโน้มในการคืนใบอนุญาต 3 ช่องอยู่ในหมวดข่าวและอีก 1 ช่องอยู่ในหมวดเด็กและครอบครัว โดยพบว่าปัจจัยที่สำคัญในการคืนใบอนุญาตนั้นมาจากรูปแบบและการนำเสนอรายการที่ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมส่วนใหญ่จึงส่งผลให้เรตติ้งต่ำกว่าช่องอื่นที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

ซึ่งสะท้อนถึงรายได้และอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ลดลงต่อเนื่องนอกจากนี้สำหรับผู้เล่นบางรายที่ถือใบอนุญาตมากกว่า1 ใบการคืนใบอนุญาตบางส่วนอาจส่งผลบวกมากกว่าผู้เล่นรายอื่นทำให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลง พร้อมทั้งการได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมของใบอนุญาตที่เหลือส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรในอนาคตเพิ่มขึ้น

การคืนใบอนุญาตจะไม่ส่งผลต่อภาพรวมอุตสาหกรรมและผู้บริโภคมากนักโดยรายได้จากการโฆษณาของทั้ง4 ช่องที่คืนใบอนุญาตคิดเป็นเพียง2% ของมูลค่าโฆษณาทีวีทั้งหมดคาดว่าจะตกอยู่ที่ช่องที่เหลือและสื่อออนไลน์ส่วนผู้บริโภคยังมีทางเลือกอื่นทดแทนช่องที่ปิดตัวกระบวนการคืนใบอนุญาต

จะเกิดขึ้นในช่วงกุมภาพันธ์2020 ถึงธันวาคม2020 ดังนั้นผลกระทบของการคืนใบอนุญาตจะเริ่มเกิดขึ้นในปี2021 โดยอีไอซีประเมินว่ารายได้จากการโฆษณาของทั้ง4 ช่องทีวีดิจิทัลที่มีแนวโน้มคืนใบอนุญาตจะอยู่ที่ราว 1.2 พันล้านบาทหรือเพียง 2% ของมูลค่าโฆษณารวมในตลาดทีวีดิจิทัล

ดังนั้นการคืนใบอนุญาตจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมโทรทัศน์มากนัก ขณะที่อานิสงค์ของรายได้จากการโฆษณาส่วนนี้จะไปตกอยู่ที่ช่องที่เหลือและสื่อออนไลน์โดยเฉพาะช่องที่มีผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของเดียวกับรายที่คืนใบอนุญาต(กรณีที่ผู้ประกอบการ1 รายมีช่องทีวีดิจิทัลมากกว่า1 ช่อง) และช่องที่มีเนื้อหาและกลุ่มคนดูใกล้เคียงกันรวมถึงการให้บริการสื่อวิดีโอหรือโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ตหรือOver-the-Top platform (OTT) ยังคงมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของผู้บริโภคการคืนใบอนุญาตและยุติการดำเนินการจะไม่ส่งผลกระทบมากนักเนื่องจากความนิยมของช่องที่มีแนวโน้มคืนใบอนุญาตอยู่ในระดับที่ไม่สูงอย่างไรก็ตามการมีจำนวนช่องหมวดข่าวและหมวดเด็กและครอบครัวลดลงอาจมีนัยต่อความหลากหลายของการรับชมสื่อทำให้ต้องติดตามทิศทางในอนาคตของสื่อต่อไป

ความท้าทายของทีวีดิจิทัลในอนาคต

อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่ยังอยู่ในอุตสาหกรรมคงต้องเผชิญกับความท้าทาย 3 ประการหลัก ได้แก่ ความผันผวนทางเศรษฐกิจนโยบายกฎระเบียบและการควบคุมของกสทช. และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

จากการศึกษาของอีไอซีพบว่า 1) สภาพเศรษฐกิจมีค่าสหสัมพันธ์(correlation) กับงบโฆษณาสูงถึง70% โดยหากเศรษฐกิจมีการชะลอตัวจะทำให้บริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ปรับงบประมาณด้านโฆษณาลดลงทำให้รายได้จากการโฆษณาของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลน้อยลงตามไปด้วย 

2) การเปลี่ยนแปลงหรือออกนโยบายหรือกฎระเบียบใหม่โดยกสทช. ส่งผลโดยตรงต่อรายได้และกำไรของผู้ประกอบการเช่น  การลดจำนวนนาทีโฆษณาให้น้อยกว่า12 นาทีต่อชั่วโมงในช่วงไพร์มไทม์และกำหนดให้มีการโฆษณาเฉลี่ยไม่เกิน10 นาทีต่อชั่วโมงต่อวันส่งผลให้รายได้ของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลมีแนวโน้มลดลง

และ3) ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคการมีช่องทางการรับชมสื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกเพิ่มขึ้นส่งผลให้พฤติกรรมการรับชมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปจากสาเหตุเหล่านี้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจึงต้องเตรียมพร้อมและปรับตัวให้ทันต่อสภาวะการแข่งขันทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

ในระยะข้างหน้า Omni-channel การขายลิขสิทธิ์รายการทีวีและHome Shopping ถือเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างรายได้และเพิ่มความสามารถการแข่งขันของช่องทีวีดิจิทัลในปัจจุบันอีไอซีได้เห็นเทรนด์เหล่านี้ของผู้ประกอบการบางรายแล้ว 

โดยนอกจากความสำคัญของ Content ที่ต้องมีคุณภาพและตรงต่อกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายการศึกษาของMcKinsey and EY ยังพบว่า Omni-channel หรือการเชื่อมโยงช่องทางต่างๆทั้งออฟไลน์และออนไลน์เข้าด้วยกันแบบSeamless จะเป็นการสร้าง Ecosystem ของธุรกิจสื่อทั้งหมดและสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เพิ่มขึ้น

เช่น อมรินทร์ทีวี ที่ผสานกลยุทธ์กับอีก4 ช่องทางในมือ ได้แก่สื่อออนไลน์สิ่งพิมพ์อีเวนต์และกิจกรรมให้กับแบรนด์สินค้าต่างๆเพื่อเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและนำเสนอขายแพ็คเกจโฆษณาผ่าน5 ช่องทางดังกล่าวในด้านการขายลิขสิทธิ์รายการทีวีBEC ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับJKN ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายContent ร่วม70 เรื่องในต่างประเทศเช่นตลาดตะวันออกกลางลาตินอเมริกาทำให้รายได้จากการขายลิขสิทธิ์รายการทีวีของBEC ในปี2018 เพิ่มขึ้น300%YOY

ขณะที่ RS ได้ปรับกลยุทธ์โดยมุ่งเน้นธุรกิจ “สุขภาพ-ความงาม” มากขึ้น โดยใช้ช่อง8 และสื่ออื่นในมือโฆษณาสินค้าที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของตนผ่านรายการHome shopping “Shop1781” ซึ่งสร้างรายได้ให้กับRS ถึง2.1 พันล้านบาทในปี2018 หรือราว60% ของรายได้ทั้งหมดทั้งนี้เทรนด์การสร้างรายได้ทั้ง3 รูปแบบจะเป็นช่องทางใหม่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและต่อยอดในการทำธุรกิจในระยะข้างหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...