โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นาเกลือทะเล 8 หมื่นไร่วิกฤตหลายเด้ง พิษ IUU-ถูกเกลืออินเดียถล่มทำยอด2พันล.วูบ

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 22 เม.ย. 2562 เวลา 13.50 น.

3 จังหวัดสมาพันธ์ชาวนาเกลือทะเลไทย “สมุทรสงคราม-เพชรบุรี-สมุทรสาคร” ชี้นาเกลือทะเลไทย 7.6 หมื่นไร่วิกฤตหนัก เหตุเจอมรสุมกระหน่ำหลายเด้ง ตั้งแต่ผลลูกโซ่จาก IUU ทำพิษ เรือประมงออกทะเลลดจำนวนลง ยอดใช้เกลือจำนวนมหาศาลลดจาก 100% เหลือ 20% แถมเจอพ่อค้าหัวใสนำเข้าเกลืออินเดียมาปั่นราคาตีตลาดหนัก ชี้ชัดรอบ 10 ปี จากเคยนำเข้าแค่ 3 ล้านบาท ล่าสุดพุ่งขึ้นกว่า 300 ล้านบาท แถมปีนี้แล้งจัดทำราคาเกลือดิ่ง คาดแนวโน้มจะร่วงลงต่ำสุดอยู่ที่ 1,000 บาท/เกวียน ส่งผลตลาดเกลือทะเลไทยมูลค่า 2,000 ล้านลดฮวบ

นายเลอพงษ์ จั่นทอง ประธานสหกรณ์กรุงเทพ จำกัด จ.สมุทรสาคร เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ชาวนาเกลือทะเลกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากปริมาณการใช้เกลือที่ลดลงของภาคการทำประมงจากที่เคยใช้ 100% ปัจจุบันเหลือเพียง 20% เนื่องจากชาวประมงที่เคยใช้เกลือกับน้ำแข็งเพื่อรักษาคุณภาพของปลา ได้รับผลกระทบจากกฎหมายและมาตรการควบคุมการออกเรือของชาวประมงอย่างเคร่งครัด ทำให้ไม่สามารถออกทะเลได้ โดยเฉพาะชาวประมงในจังหวัดสมุทรสาคร ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ และปัจจุบันการใช้เกลือทะเลจำกัดอยู่เพียงอุตสาหกรรมผลิตน้ำปลา การทำกะปิ และการดองผักเพียงไม่กี่แห่ง คาดว่าในอนาคตจะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวง ทั้งราคา พ่อค้าคนกลาง

นอกจากนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2562 ราคาเกลือทะเลพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 2.5 บาท/กก. หรือประมาณ 4,000 บาท/เกวียน (1,600 กก.) ก่อนจะเริ่มขยับลงมาเหลือประมาณ 3,200 บาท/เกวียน คาดว่าหากปีนี้แล้งมากจะส่งผลให้ราคาเกลือขยับลงมาอีก โดยล่าสุดช่วงเดือนเมษายน ราคาเกลือร่วงลงมาอีกเหลืออยู่ที่ 1,500 บาท/เกวียน และคาดว่าในปี 2562 ราคาของเกลือมีแนวโน้มจะร่วงลงต่ำสุดอยู่ที่ 1,000 บาท/เกวียน เพราะสภาพอากาศที่แล้งจัด ขณะที่จุดคุ้มทุนของชาวนาเกลืออยู่ที่ 1,500-2,000 บาท/เกวียน ซึ่งตลาดเพิ่งเริ่มฟื้นตัวในปี 2560 จากที่ราคาตกต่ำจนวิกฤตสุดในปี 2559 อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาชาวนาเกลือจากทั้ง 3 จังหวัดที่รวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์ยังต้องการเงินเพื่อจะมาประกันราคาเกลือให้อยู่ที่ 2,000 บาท/เกวียน เพื่อไม่ให้พ่อค้าคนกลางเอาเปรียบได้ โดยจะเข้าไปชี้แจงเพื่อขอเงินสนับสนุนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป

ด้านนายวิวัฒน์ พิมพามา ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรเกลือทะเลไทยเพชรบุรี จำกัด กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมามีพ่อค้าคนกลางนำเข้าเกลือจากอินเดีย พยายามไม่ซื้อเกลือจากสมาชิกของสหกรณ์ เพราะสหกรณ์เป็นช่องทางที่คอยช่วยเหลือสมาชิกให้ต่อรองราคาได้ โดยเกลืออินเดียถูกนำเข้ามาผ่านพ่อค้าจีนทางเรือ ราคาประมาณ 1,900 บาท/ตัน คุณภาพดีกว่าเกลือไทย มีลักษณะสีขาว ไม่มีดิน เพราะพื้นที่ทำนาเกลือของอินเดียเป็นดินแข็ง มีความแห้งแล้ง กว่าจะเก็บผลผลิตปล่อยให้เกลือหนามากถึง 10-15 นิ้ว แตกต่างจากนาเกลือในประเทศไทยที่ต้องอัดพื้นดินให้แน่นก่อนจึงจะปล่อยน้ำเค็ม 25 ดีกรีโบเม่ (หน่วยวัดความเค็ม) เข้าไปในนาตกเป็นเม็ดเกลือ และต้องระวังเรื่องฝน ทำให้ผลผลิตไม่สามารถเทียบกับอินเดียได้ แต่รสชาติความเค็มของเกลืออินเดียด้อยกว่าเกลือไทยเช่นเดียวกัน

“ชุมนุมสหกรณ์เกลือประกันราคาเกลือขาวกิโลกรัมละ 1.8 บาท เกลือคุณภาพระดับกลางอยู่ที่กิโลกรัมละ 1.5 บาท เกลือดำปนดินกิโลกรัมละ 1.3 บาท มีการประกันราคาไว้ที่ 2,400 บาท/เกวียน แต่พ่อค้าไม่มาประมูลหรือรับซื้อที่สหกรณ์ ส่วนใหญ่ซื้อเองในราคา 1,700-1,800 บาท/เกวียน การนำเข้าเกลือจากอินเดียจึงถือว่ามีผลกระทบต่อราคาเกลือ ทำให้พ่อค้ากดราคาได้ ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องใส่ใจควบคุมการนำเข้า”

นางสาวเกตุแก้ว สำเภาทอง เลขาสมาพันธ์ชาวนาเกลือทะเลไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมประเทศไทยมี 7 จังหวัดที่ผลิตเกลือทะเล โดย 3 จังหวัดมีการผลิตเกลือมากที่สุด ได้แก่ สมุทรสงคราม มีพื้นที่นาเกลือ 55,000 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นนาเช่า 80% เพชรบุรี มีพื้นที่นาเกลือ 36,000 ไร่ สมุทรสาคร มีพื้นที่นาเกลือ 21,000 ไร่ รวม 3 จังหวัดผลิตเกลือได้ประมาณ 992 ล้านกิโลกรัม และถือเป็นเกลือจากน้ำทะเลก้นอ่าวที่มีความเค็มสูงกว่าเกลือของอีก 4 จังหวัด คือ จันทบุรี ปัตตานี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ผลิตเกลือได้เพียงเล็กน้อย ภาพรวมมูลค่าตลาดเกลือทะเลไทย ประมาณ 1,800-2,000 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ ชาวนาเกลือเริ่มประสบปัญหาหนักตั้งแต่ปี 2558 เกลือราคาตกเพราะผลผลิตล้นตลาด ประกอบกับภาคประมง IUU มีปัญหาการออกเรือ การแช่ปลาในห้องเย็นที่ต้องใช้เกลือหายไป เมื่อถึงปี 2559 ก็แล้งต่อเนื่อง ผลผลิตเกลือออกมาก ชาวนาเกลือต้องขายต่ำกว่าทุนมากกว่า 50% ในปี 2560-2561 ก็ได้ผลผลิตน้อยเพราะฝนหลงฤดูทำให้เกลือราคาสูงมาก จนมีปัญหาเรื่องเกลือนำเข้าจากอินเดีย พ่อค้าคนกลางสามารถนำเข้ามาขายได้อย่างเสรีจนกระทบตลาดเกลือไทย ทำให้ราคาผันผวนไม่มีเสถียรภาพ ล่าสุดมีตัวเลขการนำเข้ามากถึง 2 หมื่นตัน

แหล่งข่าวจากวงการเกลือทะเลเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมาราคาขึ้น-ลงของเกลือ เกษตรกรจะไม่สามารถกำหนดราคาได้ แต่จะถูกพ่อค้าคนกลางเป็นผู้กำหนดราคาขาย ปัจจุบันเกลือทะเลไทยได้รับผลกระทบอย่างหนัก ยอดขายลดลงจากการที่มีพ่อค้ากลุ่มหนึ่งมีการนำเข้าเกลือจากประเทศอินเดียมาปั่นราคา ให้เกลือไทยราคาเท่ากับเกลือนอก โดยไม่มีใครมาควบคุมดูแล และจะนำราคาเกลือนำเข้าจากอินเดียมาใช้เป็นฐานในการคำนวณกำหนดราคาเกลือไทยให้สูงกว่า เพื่อดึงให้ลูกค้าหันไปซื้อเกลืออินเดีย

“ปกติเกลือนำเข้าจากอินเดีย บวกค่าขนส่งน่าจะขายสูงกว่าเกลือไทย แต่เกลืออินเดียสามารถขายได้ราคาเท่ากับเกลือไทย เพราะพ่อค้าคนกลางจะใช้วิธีการปั่นราคา เนื่องจากรู้ว่าชาวบ้านไม่มีเงินทุน พอหน้าแล้งจะกดราคาเกลือให้ถูกลง หน้าฝนจะปั่นราคาเกลือให้แพงขึ้น โดยฝีมือของพ่อค้ากลุ่มหนึ่ง”

ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจรายงานจากการรวบรวมข้อมูลสถิติการนำเข้าเกลือจากประเทศอินเดียของกรมศุลกากรในรอบ 10 ปี (2551-2561) พบว่า ประเทศไทยมีการนำเข้าเกลือจากอินเดียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2551 มียอดการนำเข้า 3,174,558 บาท มาถึงปี 2561 นำเข้าเพิ่มขึ้นถึง 332,389,589 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...