โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัยช่วงเปิดประเทศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 พ.ย. 2564 เวลา 04.05 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2564 เวลา 08.15 น.

สุขภาพดีกับรามาฯ อ.พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด

 

จากสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกที่มีความเปลี่ยนแปลงเนื่องจากมีเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นร่วมกับในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทย มีผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบไปแล้ว มีภูมิคุ้มกันที่ต่ำลงจนสามารถติดเชื้อใหม่ และบางรายติดเชื้อแบบไม่มีอาการหรืออาการแสดง ทำให้แพร่เชื้อได้ง่าย

รวมทั้งหลายพื้นที่มีมาตรการผ่อนคลาย เช่น มีการเปิดประเทศ และบางแห่งมีการให้งดการสวมหน้ากากอนามัยในกลุ่มที่ได้วัคซีนครบแล้ว ทำให้บางครั้งมีการรวมตัวกันจากหลายครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อนที่อาจเกิดการแพร่เชื้อได้

อย่างไรก็ตาม การเปิดให้มีการท่องเที่ยวได้นั้น นอกจากช่วยในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสร้างรายได้แล้ว ยังเป็นการผ่อนคลายร่างกายและจิตใจของผู้ที่ไปท่องเที่ยวจากความเครียดในการกักตัว การทำงานที่บ้าน และภาวะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้น เราจะท่องเที่ยวอย่างไรให้ปลอดภัย มาดูกันค่ะ

ก่อนเดินทาง ต้องเตรียมอะไรบ้าง

1.หน้ากากอนามัย เนื่องจากในสถานที่ส่วนใหญ่ยังมีกฎเกณฑ์ให้ใส่อยู่ ต้องเอาไปเผื่ออย่างน้อย 1-2 ชิ้น เนื่องจากอาจมีการเลอะหรือเปียกเหงื่อ โดยเฉพาะเวลาไปท่องเที่ยวสถานที่ที่มีอากาศร้อนหรือมีกิจกรรมต้องออกกำลังจนเหงื่อออก

2.เจลหรือสเปรย์แอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ รวมทั้งทิสชู หรือทิสชูเปียก อย่าลืมล้างมือหลังสัมผัสสิ่งต่าง ๆ ขณะท่องเที่ยว เช่น จุดถ่ายรูปต่าง ๆ ที่อาจมีคนไปสัมผัสเยอะ รวมทั้งเวลารับประทานอาหารควรทำความสะอาดพื้นผิวโต๊ะด้วยแอลกอฮอล์ และเช็ดด้วยทิสชูหรือทิสชูเปียก ก่อนที่จะถอดหน้ากากอนามัย และเริ่มรับประทานอาหาร รวมทั้งล้างมือหลังรับประทานเสร็จ

3.ควรเลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่แออัดจนเกินไป หากเป็นไปได้ควรเที่ยวที่โปร่งโล่ง ระบายอากาศได้ดี และมีการจำกัดคนเที่ยวไม่ให้เกินการรักษาระยะห่าง 1-1.5 เมตร และมีการคัดกรองทางเข้าออกด้วยวิธีการต่าง ๆ และให้พนักงานได้รับวัคซีนครบตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศ

4.ตรวจสอบว่าในบริเวณที่เราไปท่องเที่ยวนั้นมีสถานพยาบาลใกล้เคียงหรือไม่

5.หากเดินทางไกลมากกว่า 1 สัปดาห์ อาจพกชุดตรวจโควิด-19 แบบ ATK ไปด้วย หากมีอาการผิดปกติสามารถตรวจคัดกรองก่อน และไปตรวจยืนยันที่สถานพยาบาลต่อไป

6.อย่าลืมนำเอกสารการฉีดวัคซีน สมุดจดโรคประจำตัว กลุ่มเลือด การแพ้ยา รวมทั้งชื่อยาที่รับประทานเป็นประจำ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หากมีแพทย์ประจำตัวควรบันทึกรายละเอียดวิธีการติดต่อไว้ด้วย

7.พกยาประจำตัวไว้ให้มากพอในระยะเวลาการเดินทาง และเตรียมเผื่อไว้อีก 14 วัน โดยเฉพาะหากเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศแล้วเกิดติดเชื้อโควิด-19 ทางสถานพยาบาลที่ดูแลอาจต้องใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์

ขณะเดินทาง ต้องทำอย่างไรบ้าง

1.ทำความสะอาดมือบ่อย ๆ

2.หากเดินทางด้วยเครื่องบิน เรือ รถบัส หรือใช้บริการขนส่งสาธารณะ อย่าลืมทำความสะอาดพื้นผิวบริเวณที่นั่ง ที่วางอาหาร ที่นั่งรับประทาน รวมทั้งการเข้าห้องน้ำ พยายามสวมหน้ากากอนามัยให้มากที่สุด

3.พยายามหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่ม รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำด้วยภาชนะเดียวกัน ไม่สูบบุหรี่ (รวมทั้งบุหรี่ไฟฟ้า) มวนเดียวกัน

4.บันทึกว่าเดินทางไปที่ใดบ้างในแต่ละช่วงเวลา หากมีประกาศว่าบริเวณเหล่านั้นมีการระบาดรุนแรงในภายหลัง จะได้ไปตรวจเพิ่มเติมได้

หลังกลับมาจากการท่องเที่ยว ต้องทำอย่างไรบ้าง

1.หากเป็นไปได้ควรเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำสระผมให้สะอาด ก่อนนั่งบนโซฟา หรือที่นอน ในขณะที่เราพักผ่อนและไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย เพื่อเป็นการลดการนำเชื้อเข้าบ้าน

2.ควรทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ไม่นำมาใช้ซ้ำ หรือวางบนพื้นผิวต่าง ๆ ที่ผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวกับเราอาจไปสัมผัสมาได้

3.สังเกตตัวเองว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ หากมีอาการผิดปกติที่เข้ากับลักษณะของโควิด-19 หรือไปสัมผัสเสี่ยงสูง ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์โดยเร็ว

นอกจากนี้ อย่าลืมว่าวัคซีนป้องกันโรคขณะเดินทาง ไม่ใช่มีเฉพาะวัคซีนป้องกันโควิด-19 เท่านั้น แต่ยังมีวัคซีนป้องกันโรคอื่น ๆ ที่ควรทราบไว้หากต้องเดินทางไปท่องเที่ยวด้วย เช่น

1.วัคซีนเฉพาะในแต่ละภูมิภาคหรือประเทศที่เดินทางไป เช่น วัคซีนป้องกันไข้เหลืองในทวีปแอฟริกาและทวีปอเมริกาใต้ วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบเอ และบี ในประเทศแถบเอเชียใต้ เป็นต้น

2.วัคซีนที่จำเป็นต้องฉีดเป็นประจำหรือต้องฉีดตามวัยที่มีความเสี่ยงสูง เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ วัคซีนป้องกันปอดอักเสบนิวโมคอคคัส เป็นต้น

3.วัคซีนเฉพาะในกลุ่มที่ต้องพักในที่เฉพาะบางแห่ง เช่น ผู้ที่ท่องเที่ยวไปแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมในหอพักนักศึกษา หรือค่ายทหารในบางประเทศ จะมีคำแนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบ

สุดท้ายก็ขอให้เดินทางท่องเที่ยวกันอย่างปลอดภัย และมีความสุขกันทุกคนค่ะ

*หมายเหตุ : อ.พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล*

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...