โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ราคาน้ำมันแพงไม่หยุด! เลือกหุ้น PTTEP – PTTGC – SPRC เป็น ‘ท็อปพิค’

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 ต.ค. 2564 เวลา 08.08 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2564 เวลา 08.06 น. • The Bangkok Insight

ราคาน้ำมันดิบในปี 2564 ทะยานทำลายสถิติกันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด (16 ต.ค. 64) สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ระดับ 82.53 ดอลลารณ์ต่อบาร์เรล ปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 7 ปี  ขณะที่น้ำมันดิบเบรนต์ (BRENT) ส่งมอบเดือนธันวาคม อยู่ที่ระดับ 84.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561

สาเหตุที่ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวแปรแรก มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐ  ยุโรป และจีน ที่ช่วยดันความต้องการใช้ (Demand) ให้โตขึ้นอย่างมาก

ตัวแปรที่สอง คือกลุ่ม OPEC ที่ประกอบด้วยประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก อาทิ  ซาอุดีอาระเบีย, อิรัก, อิหร่าน, คูเวต, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเวเนซุเอลา เป็นต้น โดย OPEC มีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบเป็น 4 แสนบาร์เรลต่อวัน นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ไปจนถึงเดือนธันวาคม 2564 

การกลับมาเดินเครื่องการผลิตแบบนี้ นับเป็นสัญญาญบวกชัดเจนว่าแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันกำลังกลับมาเป็นขาขึ้นอีกรอบ ทั้งนี้ ต้องบอกว่า 4 แสนบาร์เรลต่อวัน ยังไม่ใช่จำนวนที่สูงมากนัก เพราะหลายชาติต้องการให้ OPEC เพิ่มกำลังการผลิตมากกว่านี้เพื่อชะลอการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน 

แต่ OPEC ยืนยันจะผลิตที่ตัวเลขนี้ แน่นอนว่าเหตุผลหนึ่งก็เพื่อต้องการเป็นอำนาจในการกำหนดราคาน้ำมันในตลาดโลกไม่ให้ถูกจนเกินไป ซึ่งปัจจุบัน OPEC ครอบครองแหล่งผลิตน้ำมันดิบรวมกันถึง 80% ของโลก 

สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบยังคงได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ออกมาแสดงความเห็นว่า ราคาน้ำมันดิบ WTI มีโอกาสพุ่งแตะ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ภายในสิ้นปีนี้ เนื่องจากความต้องการบริโภคพลังงานน้ำมันทั่้วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าตนเองและชาติสมาชิกในกลุ่ม OPEC กำลังดำเนินการในทุกทางเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาน้ำมัน และจะไม่ยอมให้ราคาพุ่งสูงจนเกิดภาวะช็อกต่อเศรษฐกิจโลกโดยเด็ดขาด

หุ้นได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบ

คาดการณ์ว่าแนวโน้มราคาน้ำมันดิบ จะเป็นขาขึ้นต่ออีกสักระยะ บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำให้ "ซื้อเก็งกำไร" หุ้นกลุ่มพลังงาน 8 ตัว ได้แก่  PTT, PTTEP, PTTGC, TOP, SPRC, IVL, IRPC และ BCP พร้อมแนะนำหุ้น Top Pick ในแต่ละกลุ่ม ดังนี้

1. กลุ่นน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เลือกหุ้น  PTTEP : บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เป็นหุ้น Top Pick

2. กลุ่มโรงกลั่น เลือกหุ้น SPRC : บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) เป็นหุ้น Top Pick

3. กลุ่มปิโตรเคมี เลือกหุ้น PTTGC : บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) เป็น Top Pick

สำหรับการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันรอบนี้ ไม่ใช่แค่หุ้นกลุ่มพลังงาน โรงกลั่น ปิโตรเคมีเท่านั้นที่ได้รับอานิสงส์ แต่ย่อมส่งผลไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วยทั้งในแง่บวกและแง่ลบ เพราะราคาน้ำมันล้วนเป็นต้นทุนในหลากหลายภาคธุรกิจ ซึ่งใครลงทุนในหุ้นกลุ่มไหนอยู่ ก็ต้องให้ความสำคัญกับการขึ้นลงของราคาน้ำมันให้มาก

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...