โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Rebound Relationship สถานะคนคุยแก้เหงา รอเขาลืมคนเก่าให้ได้

Dek-D.com

เผยแพร่ 16 มี.ค. 2566 เวลา 07.26 น. • DEK-D.com
ความสัมพันธ์ที่เป็นได้แค่คนคุยแก้เหงา เพื่อคั่นเวลารอเขาลืมคนเก่าได้

ใครเคยเป็นคนคั่นเวลา รอให้เขาลืมรักครั้งเก่าบ้างมั้ยคะ?

บ่อยครั้งที่หลายคนเร่งรีบหาความสัมพันธ์ครั้งใหม่ทันทีหลังจากที่เลิกรากับคนเก่าโดยที่ไม่ได้คิดทบทวนให้ดีก่อน ทำให้ความสัมพันธ์ครั้งใหม่มักจะจบลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอยากเริ่มต้นใหม่เพียงเพราะว่า ต้องการใครสักคนเข้ามาซ่อมแซมหัวใจที่แตกสลายแต่ดันลืมคิดไปว่า ความสัมพันธ์ในครั้งนี้อาจทำร้ายความรู้สึกของเขาคนนั้น หรือแม้กระทั่งตัวเอง ซึ่งความสัมพันธ์แบบนี้ ถูกเรียกว่า “Rebound Relationship”

Rebound Relationship คือความสัมพันธ์แบบไหน?

Rebound Relationship คือ ความสัมพันธ์ที่คนคนหนึ่งเริ่มต้นกับคนใหม่โดยที่ยังไม่สามารถลืมแฟนเก่าได้ถ้าพูดให้ภาพชัดเจนเลยก็คือเป็นความสัมพันธ์ที่เอาไว้คั่นเวลา หรือเอาคนใหม่เข้ามาแทนที่คนเก่าทั้งที่คนคนนั้นอาจจะไม่ได้มีความรู้สึกรักให้กับคนใหม่เลยก็ตาม แต่แค่ต้องการใครสักคนเข้ามาช่วยดูแลความเหงา และบรรเทาความเศร้า เพื่อให้มูฟออนจากรักครั้งเก่าได้เร็วๆ หรือเพื่อรอกลับไปคืนดีกับแฟนเก่าเท่านั้นเอง

ลักษณะของความสัมพันธ์แบบ Rebound Relationship

บ่อยครั้งที่บางคนมักไม่ยอมรับว่า ตัวเองกำลังใช้ความสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้ เพื่อลืมความเศร้าและฟื้นตัวจากรักครั้งเก่า ดังนั้นเขาอาจจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กับคนใหม่ค่ะ หากใครกังวลว่า คนที่กำลังคุยอยู่ด้วย หรือตัวเอง มีแนวโน้มที่จะไม่พร้อมสำหรับความสัมพันธ์ครั้งใหม่นี้ นี่คือสัญญาณเตือนจาก Rebound Relationship ลองเช็กไปพร้อมๆ กันเลย

มุมของคนที่เริ่มความสัมพันธ์ Rebound Relationship

คิดถึงแฟนเก่าตลอดเวลา

เป็นเรื่องปกติที่จะคิดถึงแฟนเก่าหรือความสัมพันธ์ที่เพิ่งเลิกรา แต่ถ้าความคิดถึงเหล่านี้ยังคงเกาะกินหัวใจอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ยังคิดถึง แถมยังเทิดทูนให้แฟนเก่าหรือความสัมพันธ์ก่อนหน้านี้เป็นความรักในอุดมคติ ซึ่งการคิดถึงแฟนเก่าตลอดเวลามันอาจจะทำให้เราไม่ได้โฟกัส และสนใจความสัมพันในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่แฟร์สำหรับทั้งคู่เอาซะเลยค่ะ

ตามส่องโซเชียลมีเดียของแฟนเก่าอยู่บ่อยๆ

เลิกรากันไปแล้วก็จริง แต่บางครั้งก็ยังอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะมีชีวิตเป็นยังไงบ้าง จะสบายดีไหม มีเรื่องทุกข์ใจหรือเปล่า? บ่อยครั้งการส่องก็อาจทำให้เกิดการเปรียบเทียบระหว่างอีกฝ่ายกับตัวเราเองได้ จนอาจทำให้เกิดความทุกข์ยิ่งกว่าเดิม เช่น เขาโพสต์รูปกับแฟนใหม่แถมยังดูมีความสุขดี งั้นโพสต์บ้างดีกว่าฉันเองก็มีความสุขเหมือนกัน เกิดเป็นการประชดประชันขึ้นมา จนทำให้ลืมนึกถึงความสัมพันธ์ในปัจจุบันไป

ยังอยากกลับไปคืนดีแฟนเก่า

เริ่มต้นรักครั้งใหม่แล้วก็จริง แต่ลึกๆ แล้วก็ยังอยากกลับไปคืนดีกับแฟนเก่าอยู่ ฟังดูแล้วไม่ใช่สัญญาณที่ดีเท่าไหร่เลยค่ะ เพราะตอนนี้เราอยู่ในความสัมพันธ์ครั้งใหม่แล้ว ในกรณีนี้เท่ากับว่าเป็นการนอกใจเลยก็ว่าได้นะ ทางที่ดีก่อนที่จะเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่ควรตัดใจจากความสัมพันธ์ครั้งเก่าให้ได้ก่อน ไม่งั้นความสัมพันธ์ในปัจจุบันจะมีแต่แย่กับแย่แน่นอนค่ะ

มุมของคนที่ถูกดึงมาอยู่ใน Rebound Relationship

เขาดูเหมือนจะเข้าหาเราเร็วเกินไป

เคยถูกเขาเรียกด้วยสรรพนามที่หวานแหววชวนเขินแก้มแดง เช่น ที่รัก, เบ๊บ, บิบิ๋, คนดี ฯลฯ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเจอกันได้ไม่นานหรือเปล่าคะ หรือช่วงแรกที่คุยกันเขาดูแลเอาใจใส่อย่างดีจนคิดว่า ยังไงความรักในครั้งนี้ก็ไปกันรอดแน่นอน แต่ในบางครั้งก็รู้สึกว่า ตัวเองเป็นเหมือนผ้าใบเปล่าๆ ที่ให้เขาระบายความรู้สึกลงไป เพราะอยู่ดีๆ เขาก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือซะงั้น

รู้สึกว่าถูกวัดด้วยมาตรฐานที่มองไม่เห็น

เขามักจะพูดถึงเรื่องราว หรือเปรียบเทียบเรากับแฟนเก่าอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งอาจเป็นการเปรียบเทียบทั้งในแง่ที่ทำให้เรารู้สึกมั่นใจ หรืออาจทำให้สูญเสียความมั่นใจก็ได้ ถ้าพูดง่ายๆ ก็คือ คนเก่าเขาทำไว้ดี นั่นแหละค่ะ ซึ่งเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามาตรฐานที่คนเก่าเขาทำเอาไว้มันอยู่ในระดับไหน แต่ถ้าเป็นอีกมุมหนึ่งบางคนอาจจะเล่าเรื่องของแฟนเก่าที่เขารู้สึกไม่ชอบ แต่เราทำได้ดีกว่าแทน

ความสัมพันธ์ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและช้าในเวลาเดียวกัน

ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ เขาทั้งแสดงความรัก ความเอาใจใส่ที่ดีต่อเราอยู่เสมอ แถมยังใช้เวลาเกือบทุกช่วงเวลาร่วมกันเป็นประจำ แต่ในบางครั้งกลับรู้สึกว่า เราแทบไม่รู้จักเขาเลย ไม่รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นยังไง ไม่รู้ว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร ซึ่งอาจเรียกได้ว่า “เป็นความสนิทสนมจอมปลอม” หรือเป็นเพียงแค่ตัวละครตัวหนึ่งที่เขาสร้างขึ้นมาเท่านั้น

เขาไม่ค่อยพูดถึงเรื่องราวของตัวเอง

การถามคำถาม และแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ เพื่อทำความรู้จักนิสัยใจคอ และเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ถือว่าเป็นเรื่องพื้นฐานที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อเริ่มต้นความสัมพันธ์ใช่มั้ยคะ แต่ถ้าหากเราสังเกตเห็นว่าเขาไม่ค่อยพูดถึงเรื่องราวของตัวเองมากนัก ส่วนมากเอาแต่ถามเรื่องของเรา หรือพูดถึงแต่ความสัมพันธ์ที่เพิ่งเลิกราไปล่ะก็…นั่นหมายความว่าเขาอาจมองเราเป็นแค่คนแก้เหงาคั่นเวลาอยู่ก็ได้ค่ะ

ทำไมบางคนถึงรีบเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่

แน่นอนว่าการเลิกรากับคนรักไม่ว่าความสัมพันธ์ครั้งนั้นจะจบดีหรือแย่ แต่มันก็เป็นเรื่องที่ทำให้เจ็บปวดหัวใจอยู่ดี แถมยังเป็นเรื่องยากที่จะสามารถพาตัวเองหลุดพ้นจากจุดนั้นได้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่อาจรู้สึกเหงา สับสน และไม่มั่นคง เลยทำให้บางคนพยายามเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งใหม่ เพื่อให้ตัวเองลืมและเอาชนะจากความเจ็บปวดเหล่านั้นได้

เกิดขึ้นแค่เพียงชั่วคราว แต่สร้างผลกระทบระยะยาวได้

Rebound Relationship มักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ประมาณ 1-12 เดือน แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่นานก็อาจสร้างความสับสนทางอารมณ์ได้ เนื่องจากคนที่ตกอยู่ในความสัมพันธ์รูปแบบนี้อาจไม่แน่ใจว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการคืออะไร และยังคงมีความรู้สึกผูกพันกับอดีต คนส่วนใหญ่พบว่าตัวเองอยู่ในความสัมพันธ์รูปแบบนี้โดยไม่รู้ตัว แต่บางคนก็ตั้งใจให้มันเกิดความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้อีกด้วยค่ะ ถึงแม้ Rebound Relationship จะเกิดขึ้นแค่เพียงชั่วคราวและจบลงไป แต่สุดท้ายแล้วยังไงก็ต้องมีคนที่ได้รับผลกระทบกับความสัมพันธ์ในครั้งนี้อยู่ดี

Rebound Relationship สามารถพัฒนาเป็นความรักที่มั่นคงได้มั้ย?

จากที่เล่ามานั้นดูเหมือนจะเป็นความสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งที่ค่อนข้าง Toxic ประมาณนึงเลยใช่มั้ยคะ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคู่รักคู่ไหนเลยที่ไม่สามารถก้าวผ่าน Rebound Relationship ไปได้นะคะ คู่ที่สามารถพัฒนาไปเป็นความรักที่มั่นคงก็พอมีอยู่บ้าง แต่ก็จะมีเปอร์เซ็นต์ที่ค่อนข้างน้อยกว่าคู่ที่ไปไม่รอดอยู่ดีค่ะ

ถ้าเผลอตกอยู่ในความสัมพันธ์นี้จะทำยังไงดี?

หากใครพบว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในความสัมพันธ์แบบ Rebound Relationship อยู่ “มิคาเอลา สไตน์” นักจิตบำบัดแนะนำให้ถามตัวเองว่า นี่เป็นสถานการณ์ที่ดีสำหรับตัวเราเองหรือเปล่า? ซึ่งมีวิธีการและคำถาม ดังนี้

ฝ่ายที่เริ่มความสัมพันธ์ใหม่หลังจากเลิกราได้ไม่นานให้ถามตัวเองด้วยคำถามต่อไปนี้:

  • ฉันกำลังทบทวนเรื่องความสัมพันธ์ที่ผ่านมา?
  • ฉันได้เรียนรู้อะไรบ้างจากความสัมพันธ์ครั้งก่อน?
  • ฉันไม่สบายใจที่จะอยู่คนเดียว?
  • ฉันกำลังพึ่งพาคนอื่น เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ตัวเองหรือเปล่า?

ฝ่ายที่ถูกดึงเข้าไปในความสัมพันธ์ให้ถามตัวเองด้วยคำถามต่อไปนี้:

  • ฉันพึงพอใจในความสัมพันธ์นี้หรือเปล่า?
  • เขาคนนี้สามารถสร้างความสัมพันธ์แบบที่ฉันต้องการหรือเปล่า?
  • ฉันรู้สึกเหงาในความสัมพันธ์นี้หรือไม่?
  • มีบุคคลที่สามในความสัมพันธ์นี้หรือไม่?

หากสำรวจ ถามตัวเอง และได้คำตอบที่แท้จริงแล้วเรียบร้อย ก็อย่าลืมไปพูดคุยและเคลียร์ใจกับอีกฝ่ายให้เข้าใจด้วยนะคะ เพื่อที่ว่าจะได้หาคำตอบให้กับความสัมพันธ์ในครั้งนี้ด้วยว่า มันควรไปต่อ หรือควรพอแค่นี้ถ้าต้องการไปต่อก็ต้องช่วยกันคิด ช่วยกันหาหนทาง เพื่อประคับประคองและพัฒนาความสัมพันธ์ให้มันดียิ่งขึ้น แต่ถ้าต้องการยุติความสัมพันธ์ก็เคลียร์ให้จบ และแยกย้ายกันไปเติบโตค่ะ

ในเรื่องความสัมพันธ์บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบ

ชาว Dek-D.com อาจจะเคยได้ยินมาว่า "วิธีที่ดีที่สุดในการเอาชนะใครสักคนที่ยังคงอยู่ในใจ คือการเริ่มต้นกับคนใหม่"ใช่มั้ยคะ? แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการเริ่มต้นรักครั้งใหม่ คือ ถ้าอยากให้ความสัมพันธ์ในครั้งนี้ไปกันรอดจริงๆ เราจะต้องให้เวลาตัวเองได้ตระหนักรู้ถึงสิ่งที่ต้องการจริงๆ และใช้เวลาฟื้นตัวจากความรักครั้งก่อนสักระยะหนึ่ง จึงค่อยเริ่มต้นใหม่อีกครั้งถ้ายังเคลียร์ใจตัวเองไม่ได้ก็อย่าเพิ่งดึงใครเข้ามาในความสัมพันธ์จะดีที่สุดค่ะ เพราะมันคงเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ Healthy เท่าไหร่ มีแต่จะส่งผลเสียต่อใจของอีกฝ่าย หรือแม้แต่ตัวเราเองด้วยซ้ำ

ความสัมพันธ์แบบ Rebound Relationship อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดีเสมอไป หากทั้งสองฝ่าย ย้ำว่า “ทั้งสองฝ่าย” เห็นตรงกันว่า รู้สึกโอเคกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการความสัมพันธ์ที่ผูกมัด หรือความสัมพนธ์ในระยะยาว Rebound Relationship ก็อาจจะเป็นความสัมพันธ์อีกหนึ่งรูปแบบที่ตอบโจทย์ได้ค่ะ แต่ถ้าใครกำลังมองหาคู่ชีวิตระยะยาว หรือแม้แต่ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง ความสัมพันธ์นี้อาจไม่เหมาะกับเราค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...