โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข้อมูลคนไทยหลุด 55 ล้านชื่อ "แฮกเกอร์" ขโมยไปทำอะไรได้บ้าง

ข่าวช่อง8

เผยแพร่ 31 มี.ค. 2566 เวลา 06.55 น. • RS PCL
ข้อมูลส่วนบุคคลคนไทยหลุด 55 ล้านรายชื่อ “แฮกเกอร์” ขโมยไปทำอะไรได้บ้าง พร้อมเปิดวิธีป้องกันเบื้องต้นไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ

จากกรณีกระแสข่าวกลุ่ม แฮกเกอร์ "9near" ขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของคนไทย จำนวน 55 ล้านรายชื่อ โดยแฮกเกอร์ 9near ล้วงข้อมูลด้วยการนำเอาเลขที่บัตรประชาชนจำนวน 13 หลัก , วันเดือนปีเกิด, ที่อยู่ และ เบอร์มือถือ ถูกหลุดออกไปอยู่ในมือกลุ่มแฮกเกอร์ 9Near (ไนน์เนียร์) ที่ประกาศว่าถ้าหน่วยงานที่ทำข้อมูลเหล่านี้หลุดไม่ติดต่อทางกลุ่มภายในวันที่ 5 เม.ย. 2566 เวลา 16.00 น. ตามเวลาไทย 9Near จะประกาศว่าหน่วยงานไหนทำข้อมูลเหล่านี้หลุด และวิธีการที่กลุ่มแฮกข้อมูลเหล่านี้มาได้

ต่อมา (31 มี.ค.66) นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส ระบุถึงประเด็นดังกล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงดีอีเอส สนง.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ร่วมถึง กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) กำลังติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งที่ผ่านมาคุยมาตลอด แต่เป็นเชิงลับ เพราะต้องตรวจสอบที่มาที่ไป

ซึ่งจากการตรวจสอบยังไม่พบการหลุดของข้อมูลประวัติการรักษาพยาบาล มีแค่ ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรฯ ซึ่งกระทรวงดีอีเอส ได้ประสานปิดเว็บนี้ไปแล้ว ส่วนเอสเอ็มเอส ที่ 9Near ส่งไปยังผู้เสียหาย เช็กได้แล้วว่าใช้บริการโอเปอเรเตอร์รายหนึ่งในไทย ยืนยันว่าจะพยายามจับกุมคนร้ายให้ได้

สำหรับแฮกเกอร์ 9near เป็นเว็บบอร์ดที่ใช้สำหรับซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลที่หลุดออกมาจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนในหลายประเทศ

ทั้งนี้ Hacker ขโมยข้อมูลส่วนบุคคล ไปทำอะไรได้บ้าง ได้แก่

-นำข้อมูลไปขาย
ขายผ่านดาร์คเว็บเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป

-สวมรอยบัญชีออนไลน์
ส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่บุคคลมีชื่อเสียง คนมีฐานะทางการเงินเพื่อแอบอ้าง หรือเรียกค่าไถ่ข้อมูล

-ขโมยตัวตนสวมรอยเป็นเจ้าของข้อมูล
นำไปใช้ผลประโยชน์เช่น นำเลขบัตรเครดิตไปซื้อของ

วิธีป้องกัน

ไม่ใช้ Wi-Fiสาธารณะในการทำธุรกรรมการเงินทางออนไลน์

ไม่โพสต์ข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ ที่สำคัญ ในอินเทอร์เน็ต รวมถึงรูปภาพหรือคลิปวิดีโอส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ในบัญชีออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อจำกัดวงผู้อ่านหรือนำข้อมูลไปใช้

ตั้งค่าและดูแลพาสเวิร์ดหรือรหัสผ่าน ให้มั่นคงปลอดภัย เช่น ตั้งให้ไม่ซ้ำในทุกบริการ

ระมัดระวังอีเมลหรือลิงก์หลอกลวงให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคลต่าง ๆ

ไม่ทำธุรกรรมกับเว็บไซต์หรือบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือ

ไม่ผูกบัตรเครดิตหรือบัญชีออนไลน์เป็นการถาวร ควรให้กรอกข้อมูลใหม่หรือยืนยันตัวตนทุกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...