โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความทุกข์ของนักบุญ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 มี.ค. 2566 เวลา 14.17 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2566 เวลา 05.20 น.

ความทุกข์ของนักบุญ

กิจที่คนมีอายุขนาดผู้เขียนเริ่มต้องทำอยู่เนืองๆ คือการไปงานศพของพรรคพวกคนรู้จักซึ่งก็พากันล้มหายตายจากกันไปตามธรรมดาของโลก การไปงานศพก็ได้พบกับญาติมิตรมากหน้าหลายตาซึ่งแต่ละคนก็มีความทุกข์แตกต่างกันไปจนหวนนึกความทุกข์10 ประเภทที่เคยเรียนตอนธรรมศึกษาชั้นโทต้องท่องเพื่อแต่งเรียงความแก้กระทู้ธรรมซึ่งมีดังนี้

1.สภาวทุกข์ ทุกข์ประจำสังขาร คือ เกิด แก่ เจ็บ และตาย

2.ปกิณณกทุกข์ ทุกข์จร คือ โสกะ ปริเทวะทุกขะ โทมนัส อุปายาส

3.นิพัทธทุกข์ ทุกข์อันเนืองนิตย์ คือ หนาว ร้อน หิว กระหาย ปวดอุจจาระ ปัสสาวะ

4.พยาธิทุกข์ ทุกข์เพราะโรคต่างๆ

5.สันตาปทุกข์ ทุกข์เกิดจากกิเลส คือ โลภ โกรธ และหลง

6.วิปากทุกข์ ทุกข์เกิดจากกรรมเก่าตามมาให้ผล

7.สหคตทุกข์(วิปริณามทุกข์) ทุกข์เกิดจากโลกธรรม8

8.อาหารปริเยฏฐิทุกข์ ทุกข์เกิดจากการหาอาหาร

9.วิวาทมูลกทุกข์ ทุกข์เกิดจากการทะเลาะวิวาท

10.ทุกขขันธ์ ทุกข์รวบยอด คือความมั่นในขันธ์5

เมื่อร่ายยาวถึงความทุกข์10 ประเภทนี้แล้วก็สรุปว่าความทุกข์ทั้ง10 อย่างนี้ หากจะแบ่งเป็นหมู่พวกใหญ่ๆ ก็รวมเข้าด้วยกันแล้วแบ่งใหม่ก็ได้2 ประเภทจะได้จำกันง่ายๆ คือ

1.สภาวทุกข์ คือทุกข์ประจำ ทุกข์ที่มีอยู่ด้วยกันทุกคน ไม่มียกเว้น ได้แก่ ความเกิด ความแก่ ความตาย กล่าวคือมันต้องเปลี่ยนแปลงเสมอเพราะมันตั้งอยู่ในสถานะเดิมไม่ได้ เช่น เมื่อแรกเกิดก็ตัวเล็กนิดเดียวซึ่งก็ต้องโตขึ้นแล้วก็แก่แล้วก็ตาย

2.ปกิณณกทุกข์ คือทุกข์จร ทุกข์ที่จรมาเป็นครั้งคราว ซึ่งก็คือความทุกข์ข้อ2-10 นั่นเอง เช่น มันหิวทุกวันก็ต้องหากิน หากไม่ได้กินก็เป็นทุกข์ จะนั่งเซ็งหรือร้องไห้ก็ตามใจ เมื่อได้กินแล้วก็รอดไปมื้อหนึ่ง ต่อไปก็ต้องหิวอีกนั่นเอง ความทุกข์ประเภทนี้เป็นความทุกข์แบบมาๆ ไปๆ

พอคิดตกเรื่องความทุกข์ ก็มาคิดต่อที่ญาติมิตรทั้งหลายดูหมกมุ่นเรื่องการทำบุญกันเหลือเกิน นัยว่าจะทำบุญไว้เป็นเสบียงในโลกหน้า(เมื่อตายไปแล้ว) ซึ่งมักมีการชักชวนกันไปทำบุญโน่นนี่ส่วนใหญ่ก็เป็นการให้ทานคือให้เงินวัด ให้เงินพระภิกษุหรือไปร่วมสร้างถาวรวัตถุ เช่น โบสถ์ เจดีย์ พระพุทธรูปบูชารวมทั้งร่วมจ่ายเงินเพื่อสร้างพระเครื่องหรือวัตถุมงคลนานาชนิด ที่โลดโผนหนักข้อขึ้นไปก็เห็นจะเป็นการชวนให้ผู้เขียนไปบวชถึงที่อินเดีย นัยว่าบวชในถิ่นของพระพุทธเจ้าแล้วได้บุญแรงดีนัก ก็ว่ากันไป!

ความอยากอะไรก็ตาม ถ้าไม่ได้ตอบสนองความอยาก มันก็เป็นทุกข์ชนิดหนึ่ง ท่านผู้รู้ท่านหนึ่งว่าเป็น“ความทุกข์ของนักบุญ คือ ทุกข์เพราะอยากทำดี แล้วไม่ได้ทำ หรือทำไม่ได้ ซึ่งมีญาติมิตร

หลายคนอยากไปอินเดียเพื่อแสวงบุญไปนมัสการสังเวชนียสถานอันเป็นที่เกิด ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธองค์ โดยบางคนอยากไปทัวร์บวชด้วยอย่างที่เกริ่นไว้แล้วนั้น แต่ไม่ได้ไปเนื่องจากขาดแคลนทุนทรัพย์บ้าง ส่วนตนที่พอมีเงินทองอยู่ พอไปได้ก็มีปัญหาสุขภาพอีก

ครับ! ทุกข์อย่างนี้ก็มีหลายคน

เรื่องของเรื่องก็เกิดจากความไม่เข้าใจในเรื่องของการทำบุญนั่นเอง เพราะว่าการทำบุญแบบชาวพุทธนั้นไม่ได้ยากเย็นและต้องใช้เงินใช้ทองแต่อย่างใดเลย หากไม่เชื่อก็จะขออ้างพระศาสดาในปุญญกิริยาวัตถุสูตร พระพุทธองค์ทรงกล่าวถึงเรื่องการทำบุญไว้3 ประการ คือ

1.บุญกิริยาวัตถุ สำเร็จด้วยทาน

2.บุญกิริยาวัตถุ สำเร็จด้วยศีล

3.บุญกิริยาวัตถุ สำเร็จด้วยภาวนา

ส่วนในพระคัมภีร์อรรถกถา ท่านเกจิอาจารย์ก็ได้ขยายการทำบุญออกไปอีก7 ประการ คือ

4.อปจายนมัย(ทำบุญด้วยการ ประพฤติอ่อนน้อม)

5.เวยยาวัจจมัย(ทำบุญด้วยการ ขวนขวายรับใช้)

6.ปัตติทานมัย(ทำบุญด้วยการ ให้ความดีแก่ผู้อื่น)

7.ปัตตานุโมทนามัย(ทำบุญด้วยการ ยินดีบุญของผู้อื่น)

8.ธัมมัสสวนมัย(ทำบุญด้วยการ ฟัง–อ่านธรรมะ)

9.ธัมมเทสนามัย(ทำบุญด้วยการ สั่งสอนธรรมะ)

10.ทิฏฐุชุกัมม์(ทำบุญด้วยการ ทำความเห็นให้ตรง)

หลักการทำความดีในพุทธศาสนา ทั้งหมดมีอยู่3 พวกใหญ่ๆ คือ ทาน ศีล และภาวนา แม้จะขยายออกไปอีก7 ข้อ ก็ไม่มีทาน คือ ไม่ต้องใช้วัตถุสิ่งของ หรือเงินเลย แต่อย่างว่าแหละครับ ผู้เขียนไม่กล้าพูดกับญาติมิตรทั้งหลายเหล่านั้นหรอกครับ แอบเอามาคุยกับท่านผู้อ่านที่เคารพดูจะปลอดภัยกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...