โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ทำไมคนเราต้องทำงาน 5 วัน และมีวันหยุดในวันสุดสัปดาห์ ?

BT Beartai

อัพเดต 04 เม.ย. 2566 เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2566 เวลา 12.31 น.
ทำไมคนเราต้องทำงาน 5 วัน และมีวันหยุดในวันสุดสัปดาห์ ?

วันหยุดคือวันที่ใคร ๆ ต่างก็รอคอยมากที่สุด เพราะนี่คือวันอันแสนสบายที่เราจะได้หยุดพักจากการทำงาน แต่ทุกคนเคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมคนเราต้องทำงาน 5 วัน ตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ และได้หยุดพักในวันเสาร์และวันอาทิตย์ คลิปนี้เราจะบรีฟให้คุณฟัง

ทำไม 1 สัปดาห์ถึงมี 7 วัน ?

ก่อนที่จะพูดถึงวันหยุดและวันทำงานนั้น เราต้องเข้าใจกันก่อนว่าทำไมใน 1 สัปดาห์ถึงมี 7 วัน โดยที่มาของเรื่องนี้ต้องย้อนไกลถึงสมัยโบราณที่โลกยังไม่มีการแบ่งเป็นประเทศต่าง ๆ แต่มีอารยธรรมน้อยใหญ่กระจัดกระจายไป โดยอารยธรรมอียิปต์ได้แบ่งให้มี 10 วันใน 1 สัปดาห์ ในขณะที่อารยธรรมอิทรัสคันได้แบ่งให้มี 8 วัน ซึ่งชาวโรมันก็หยิบเอา 8 วันต่อสัปดาห์ไปใช้ แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนมาใช้ตามชาวบาบิโลน ที่กำหนดให้ใน 1 สัปดาห์มี 7 วัน

ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า ทำไมชาวบาบิโลนถึงกำหนดเช่นนั้น แต่ก็มีข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจและให้เหตุผลเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า ชาวบาบิโลนเชื่อว่าระบบสุริยะมีดาวอยู่ 7 ดวง พวกเขาจึงกำหนดให้ 1 สัปดาห์มี 7 วัน และตั้งชื่อวันในสัปดาห์ตามชื่อดวงดาว ซึ่งต่อมาแนวคิดนี้ก็กระจายไปเรื่อย ๆ ทั่วทั้งตะวันออกกลางและยุโรป

เมื่อก่อนคนต้องทำงานทุกวัน

กลับมาที่ยุคปัจจุบันกันบ้าง แม้ว่าเราจะรู้แล้วว่า 1 สัปดาห์มี 7 วัน แต่มนุษย์ก็ยังต้องทำงานทุกวัน เพราะว่าไม่มีใครกำหนดวันหยุดเอาไว้ ซึ่งเรื่องนี้ก็อาจเป็นเพราะว่าสมัยก่อนมนุษย์เป็นสังคมเกษตรกรรม จะทำนา ทำสวน ก็ต้องพึ่งลมฟ้าอากาศ เหนื่อยวันไหนก็ค่อยพัก แล้วก็ลุกขึ้นมาทำวันต่อไป

ซึ่งการทำงานแบบนี้ก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ทำให้มนุษย์เหนื่อยมากเกินไป จึงเริ่มกำหนดให้มีวันหยุด 1 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งเรื่องนี้ก็มีศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ชาวคริสต์จะหยุดงานในวันอาทิตย์, ชาวยิวจะหยุดงานในวันเสาร์ ส่วนชาวมุสลิมจะหยุดงานในวันศุกร์ นั่นก็เพราะว่าวันดังกล่าว เป็นวันที่พวกเขาจะต้องไปประกอบพิธีทางศาสนานั่นเอง

สังคมอุตสาหกรรม

ต่อมาในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจากสังคมเกษตรกรรมมาเป็นสังคมอุตสาหกรรม หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า การปฏิวัติอุตสาหกรรม เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์เริ่มมีเครื่องจักรไอน้ำไว้ใช้งาน ทำให้รูปแบบการผลิตเปลี่ยนจากครัวเรือนมาเป็นโรงงานอุตสาหกรรม

โดยโรงงานอุตสาหกรรมจำเป็นต้องมีแรงงานจำนวนมากเพื่อควบคุมเครื่องจักร ประกอบกับความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนประชากรโลก เจ้าของโรงงานก็เร่งผลิตสินค้าทุกวัน เศรษฐกิจโลกก็เริ่มเติบโต สวนทางกับแรงงานที่ห่อเหี่ยว เนื่องจากขาดการพักผ่อน จนทำไปสู่การประท้วงใหญ่ในที่สุด

ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นช่วงหลังของยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม หรือบางคนอาจจะเรียกว่า การปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 2 แรงงานต้องทำงานประมาณ 60 – 100 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และเป็นการทำงานแบบไม่มีวันหยุด หรือถ้าจะมีหยุดบ้าง ก็แค่ 1 วันเท่านั้น เพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนาอย่างที่เราเคยบอกไป

ดังนั้น เมื่อทำงานเหนื่อยมากเกินไป การประท้วงขอหยุดงานจึงเกิดขึ้น ซึ่งคนที่ริเริ่มให้มีวันหยุด 2 วันต่อสัปดาห์ คือ เฮนรี ฟอร์ด (Henry Ford) ผู้ก่อตั้ง ฟอร์ด มอเตอร์ (Ford Motor) โรงงานผลิตรถยนต์ในสหรัฐฯ นั่นเอง

การริเริ่มวันหยุด

ในปี 1926 เฮนรี ฟอร์ด พยายามจะหลีกเลี่ยงการประท้วงของพนักงาน โดยเขาคิดว่า หากพนักงานได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอ พวกเขาก็จะโมโหน้อยลง และก็น่าจะทำงานได้ดีขึ้น จึงได้ทดลองลดวันทำงานลง จาก 6 วัน เหลือ 5 วันต่อสัปดาห์ และมีวันหยุด 2 วัน คือวันเสาร์และวันอาทิตย์ โดยที่พนักงานยังได้รับค่าจ้างและสวัสดิการเท่าเดิม

ซึ่งความคิดนี้ ใคร ๆ ก็มองว่ามีแต่เสียกับเสีย เพราะว่าบริษัทต้องจ่ายเงินเท่าเดิม แต่ได้งานน้อยลง มันช่างดูเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะดีต่อบริษัทเลย แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นพนักงานที่มีความสุขมากขึ้น และทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้น

เมื่อเห็นแบบนี้พนักงานในโรงงานอื่น ๆ ก็เริ่มลุกฮือ และเรียกร้องให้โรงงานของพวกเขามีชั่วโมงทำงานและวันหยุดเหมือนกับโรงงานของฟอร์ด ขณะเดียวกันบางโรงงานก็อยากมีรายได้เพิ่มบ้าง จึงหันมาเพิ่มวันหยุดให้กับพนักงาน แต่บางโรงงานก็ยังไม่ยอมอยู่ดี จนสุดท้ายเพื่อจบทุกความวุ่นวาย รัฐบาลสหรัฐฯ จึงได้ออกกฎหมายแรงงานในปี 1932 และกำหนดให้แรงงานทำงานเพียง 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือวันละไม่เกิน 8 ชั่วโมง และมีวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์

การทำงาน 5 วันนั้นมากเกินไปไหม ?

และแล้วก็มาถึงวันนี้ ในคริสต์ศตวรรษที่ 21 ซึ่งการทำงาน 5 วัน เหมือนจะมากเกินไปอีกแล้ว ทำให้แนวคิดเรื่องลดการทำงานให้เหลือ 4 วันต่อสัปดาห์ มีการพูดถึงกันมากขึ้น จน Royal Society of Biology ในประเทศอังกฤษ ได้ลงมือทำงานวิจัยครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการทดลองให้พนักงานใน 61 บริษัท ทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลานานถึง 6 เดือน ซึ่งการทดลองดังกล่าว เพิ่งจะเสร็จสิ้นไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานี่เอง และก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจอย่างมาก

โดยพนักงานมากกว่า 70% บอกว่าการทำงานรูปแบบนี้ช่วยให้ภาวะหมดไฟลดลง และบริษัท 18 แห่งที่เข้าร่วมการทดสอบ บอกว่าจะใช้นโยบายทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์เป็นการถาวร ในขณะที่อีก 56 แห่ง บอกว่าจะขยายเวลาการทำงานแบบนี้ต่อไปอีก

ไม่ว่าในอนาคต พวกเราจะได้ทำงาน 5 วัน หรือ 4 วัน แต่ท้ายที่สุดแล้ว การทำงานที่ดีไม่ใช่การ Work Hard แต่ต้องเป็น Work Smart หมายความว่า ทำงานอย่างไรให้ได้งาน โดยที่ไม่เครียด ไม่ทำลายสุขภาพ และไม่ทำลายความสัมพันธ์กับคนรอบ ๆ ตัวเราด้วยนั่นเอง

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...