โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ใบหม่อน กิตติยา' เคลียร์ดราม่ากลัวกะเทย โดนด่าลามถึงพ่อแม่จนเกิดปมในชีวิต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 มี.ค. 2566 เวลา 08.32 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. 2566 เวลา 07.45 น.

‘ใบหม่อน กิตติยา’ เคลียร์ดราม่ากลัวกะเทย โดนด่าลามถึงพ่อแม่จนเกิดปมในชีวิต

กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งสำหรับนางเอกป้ายแดง ใบหม่อน กิตติยา ถูกขุดคลิปเก่าเมื่อ 8 ปี ที่เจ้าตัวพูดกลางรายการว่า กลัวกะเทย จนกลายเป็นเรื่องราวดราม่าอีกครั้ง ล่าสุดเธอก็ได้ออกมาเปิดใจพูดครั้งแรกถึงประเด็นที่เกิดขึ้น โดยเธอบอกว่าเหตุการณ์ผ่านมานานมากคนก็ยังพูดถึง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกนอยด์เหมือนตอนนั้น

“เราน่าจะโตขึ้นด้วย ตัดภาพไปที่ตอนนั้นคือเรากลัว ร้องไห้ เครียดหนักมาก กลัวจะมีคนเกลียดเราเยอะ กลัวโดนสาปจนไม่มีที่ยืนในวงการ เพราะเราเพิ่งเริ่มต้นเอง ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ”

หลายคนก็ตั้งคำถามถึงเหตุการณ์ตอนนั้นว่าทำไมเธอถึงพูดแบบนั้นออกไป ใบหม่อนชี้แจงว่า ตอนนั้นเป็นเวทีแรกที่ไปประกวด จึงไม่มีประสบการณ์ด้านการตอบคำถามเลย

“คือตอนนั้นอายุ 16 ปี สำหรับเราก็เรายังเด็กจริง พอมาเจอคนเยอะๆ ก็เลยกังวลหนัก เราไปประกวดแบบไม่ได้เตรียมตัว รูปแบบเป็นยังไง สถานการณ์หน้างานจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่เรารู้แค่ว่ามันคือการประกวดที่ใหญ่มากระดับประเทศเลย และยิ่งอายุ 16 ปี ตอนนั้นเราใช้คำพูดไม่เป็น เรียบเรียงคำตอบไม่ถูก”

“เราตื่นเต้น ไม่คิดว่ารอบไฟนัลเขาจะวนกลับมาถามเราอีก ซึ่งตอนที่เขาถามมาเราอึ้งไปเลย จริงๆ เราพอจำได้นะว่าคำถามนี้เคยถูกถามมาก่อน แต่เราไม่ได้จำว่าตอบอะไรไปบ้าง จำได้ว่าตอนที่สัมภาษณ์กับพี่ทีมงานเราตอบไปว่า กลัว เพราะว่าเป็นเวทีแรกที่รับเพศที่ 3 มาประกวด และกลัวในความสวยของพวกเขา มีทั้งความเป๊ะ พร้อมรอบด้าน หน้าสวย กลัวว่าตัวเองจะสู้ไม่ได้ อันนั้นเป็นคำตอบที่เราตอบพี่ๆ ทีมงานจริงๆ”

“แต่วันไฟนัลตอนนั้นคือเราทำตัวไม่ถูก ทั้งตื่นเต้น ทั้งประหม่า ถ้าสังเกตได้คือตอนนั้นหน้าเราเจื่อนๆ ไปเลย ไม่ใช่แค่ตอนสัมภาษณ์เท่านั้น แต่ตอนที่เราถ่ายรูปยังโดนพี่ลูกเกด ทักเลยว่าสีหน้าในตอนนั้นยังดูไม่มั่นใจ เราตื่นเต้นมากจริงๆ ในวันนั้น พอถูกถามมาแบบนั้นเลยตอบไม่ถูก สื่อสารผิด อันนั้นเราบอกตรงๆ ว่าเป็นข้อผิดพลาดของเราจริงๆ ที่เราไม่ได้เตรียมตัวไป วันนั้นในสิ่งที่เราตอบคือเราตอบไปแบบนั้นจริง แต่เราไม่ได้มีเจตนาแบบนั้น ถือว่าในตอนนั้นเป็นข้อผิดพลาดในชีวิตมาก แต่ก็ให้มองย้อนไปว่าวันนั้นเป็นบทเรียน ทำให้เราได้อยู่วงการและเติบโตมากยิ่งขึ้น ว่าต่อไปเราจะต้องทำตัวยังไง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสัมภาษณ์ การเล่นละคร หรือการประกวด ที่ต้องพัฒนาขึ้นในทุกๆ วัน”

ตอนที่เกิดดราม่าหนักๆ ใบหม่อนบอกว่าโดนคนทั้งสาปและด่าหนักมาก บางคนด่าไปถึงพ่อแม่ หรือแม้กระทั่งด่าเธอไม่ปกติ เธอยอมรับว่าเสียใจหนักมากจนไม่กล้าออกไปไหน

“ร้องไห้กันทุกวัน คอยโทรถามเพื่อนว่าคอมเมนต์เหล่านั้นหายไปหรือยัง คนยังหยิบมาเล่นไหม ความที่เราอายุยังน้อยและมาเจอการถูกด่าแบบนี้แรงๆ มากสำหรับเราครั้งแรก พอผ่านไปสักพักและเรากลับไปอ่าน ขนาดทำใจมาแล้วเรายังรับไม่ได้เลย แย่มากกับคำพูดที่เขาด่า เพราะเขาพาดพิงมาถึงพ่อแม่เราทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ผิดอะไรเลย กลายเป็นความเข้าใจผิดทั้งๆ ที่เราไม่ได้อยากให้มันออกมาแบบนั้น”

ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้เกิดปมในใจขึ้นกับใบหม่อน ไม่กล้าที่จะถูกสัมภาษณ์หรือตอบคำถาม

“บางทีเราอาจจะต้องขอใช้เวลาในการคิดคำตอบเพื่อเตรียมตัวด้วยประมาณนี้ ถ้ามีคนมาถามเราแบบที่เราไม่ได้ตั้งตัวเราจะกลัวไปหมด แฮชแท็กใบหม่อนกลัวกะเทยกลายเป็นไม่ใช่ปมของเราและ แต่ปมของเราในตอนนี้คือการที่เราไม่มั่นใจในการตอบคำถามมากกว่า กลัวจะตอบผิด ที่กลายเป็นปมของเราจนถึงทุกวันนี้”

ส่วนเรื่องที่ถูกมองว่าโดนสกัดดาวรุ่งเพราะแฮชแท็กกลับมามีกระแสอีกครั้งในติ๊กต็อก เจ้าตัวมองว่าไม่รู้ว่าเจตนาของเขาคืออะไร แต่ก็มองไปในทางที่ดีดีกว่า

“มันเคยหายไปแล้วช่วงหนึ่ง และเขาเอามาลงแบบนี้ทำให้มีคนมารู้จักเราเพิ่มมากขึ้นว่าเราเป็นใคร เราเลยใช้โอกาสตรงนี้ในการบอกให้หลายคนได้รู้จักเรามากขึ้น ว่าคนนั้นคือเราเอง โดยการใส่แท็กของเราในติ๊กต็อก และสิ่งที่เราจะสื่อหลังมีคนกลับมาถามเราอีกคือเราอยากจะบอกว่าเราไม่ได้กลัวกะเทย และเราไม่ได้มีเจตนาแบบนั้น”

ใบหม่อนบอกอีกว่า “อยากให้ทุกคนมองในปัจจุบันเรามากกว่า ว่าจริงๆ แล้วตอนนี้เราเป็นยังไงมากกว่า ยังมีบางคอมเมนต์นะที่ถามเราว่าตอนนี้ยังกลัวกะเทยไหม เราก็ตอบไปว่าเราไม่ได้กลัว ไม่ได้เป็นแบบนั้น ไม่เคยคิดแบบนั้นด้วย เราไม่ได้มีปมปัญหาเกี่ยวกับเพศที่ 3 เพียงแค่ตอนนั้นเราตอบคำถามไม่เคลียร์เองมากกว่า”

คือเราจะไปยัดเยียดให้เขามองเราในแง่บวกเท่านั้นไม่ได้หรอก คนเรามันมองไม่เหมือนกัน ใบอาจจะเผลอไปทำอะไรไม่ดีใส่ใครแบบที่ไม่ได้ตั้งใจ แค่นี้เขาก็อาจจะมองเราลบไปแล้วมันก็ไม่ผิด แต่ก็ไม่อยากให้เกลียดโดยที่เรายังไม่ได้อธิบายอะไรเลย หรือไม่ได้รู้จักเราจริงๆ ว่าเราเป็บแบบไหน ภาพที่เห็นกับสิ่งที่ใบเป็นอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...