โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศูนย์ฝึกฮอนด้า เปิดรับสอนบิ๊กไบค์ ลดอุบัติเหตุ สานต่อแคมเปญซื้อมอเตอร์ไซค์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 มี.ค. 2566 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. 2566 เวลา 06.03 น.

ศูนย์ฝึกฮอนด้า เปิดรับสอนบิ๊กไบค์ ลดอุบัติเหตุ สานต่อแคมเปญซื้อมอเตอร์ไซค์

ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า โดยบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้นำวงการขับขี่ปลอดภัยของเมืองไทย จัดงานแถลงข่าวแผนงานส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย ประจำปี 2566 ก้าวสู่ปีที่ 35 ภายใต้โครงการ Honda Safety Thailand ตอกย้ำความเป็นผู้นำขยายการถ่ายทอดทักษะขับขี่ที่ถูกต้อง ประกาศเปิดรับอบรมผู้ขับขี่บิ๊กไบค์ทุกแบรนด์ เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับกลุ่มชาวมอเตอร์ไซค์ที่หลากหลาย เดินหน้าผนึกกำลังร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เสริมทัพบุคลากร Safety Advisor ร่วมทีมครูฝึกขับขี่ปลอดภัย มุ่งสู่การให้ความรู้เชิงรุก เพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ

พร้อมฝึกการคาดการณ์ และลดความเสี่ยง ต่อยอดความสำเร็จจากต้นแบบความปลอดภัย Zero Accident Society ภายในไทยฮอนด้า ขยายให้กับพันธมิตรผู้ผลิตชิ้นส่วน ด้วยรูปแบบ Safety Riding Award โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมไร้อุบัติเหตุ พร้อมส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขยายระยะเวลาแคมเปญซื้อมอเตอร์ไซค์-รับคอร์สเรียนเพื่อขอรับใบอนุญาตขับขี่ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 นี้

มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย กล่าวว่า กว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ฮอนด้าให้ความสำคัญและดำเนินการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ Honda safety Thailand ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 35 เราให้การอบรมผู้ใช้รถใช้ถนนในเมืองไทยไปแล้วกว่า 35 ล้านคน และยังคงมุ่งมั่นในเจตนารมณ์ที่จะสร้างจิตสำนึกขับขี่ปลอดภัย เพื่อเป้าหมายลดอุบัติเหตุและสร้างสังคมไทยสู่ Zero Accident Society ได้อย่างยั่งยืนต่อไป

ดร.อารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า หลังสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลาย เราสามารถดำเนินกิจกรรมได้ตามปกติ และมีผู้ใช้รถกลับมาเรียนที่ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าเพิ่มขึ้น รวมถึงที่หน้าร้านผู้จำหน่ายฯ ก็มีการทำกิจกรรมขยายความรู้ในระดับชุมชนเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ขณะที่ภายในองค์กรไทยฮอนด้าเองที่เราต้องการให้เป็นต้นแบบของสังคมอุบัติเหตุเป็นศูนย์ก็มีแนวโน้มสถิติผู้เสียชีวิตลดลง และในปีที่ผ่านมา เราได้ขยายแนวคิดดังกล่าวไปสู่พันธมิตรผู้ผลิตชิ้นส่วนของไทยฮอนด้า ผ่านรูปแบบของการมอบรางวัล Safety Riding Award ให้กับบริษัทที่มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมตามแนวทางที่กำหนดไว้ด้วย

“สำหรับปี 2566 นี้ ฮอนด้าได้ยกระดับแผนงานส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในทุกด้าน เราพร้อมยินดีเปิดรับฝึกสอนผู้ขับขี่บิ๊กไบค์ทุกแบรนด์ เพื่อส่งมอบความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่มีความหลากหลาย และที่สำคัญควรได้รับความรู้และฝึกทักษะการขับขี่ที่ถูกต้อง ประกอบด้วยคอร์สบิ๊กไบค์ 3 ระดับ เริ่มจาก B1-Basic BigBike B2-Skilled Riding และ B3-Advanced Riding โดยสามารถสมัครเรียนได้ที่ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ สมุทรปราการ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 นี้เป็นต้นไป”

ดร.อารักษ์กล่าวอีกว่า ด้านกิจกรรมการอบรมผ่านทางร้านผู้จำหน่ายฯ เราได้เพิ่มเจ้าหน้าที่ Safety Advisor ประสานการทำงานร่วมกับทีมครูฝึกขับขี่ปลอดภัยประจำร้าน เพิ่มศักยภาพการให้ความรู้เชิงรุก นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ทั้งเครื่องจำลองการขับขี่ Riding Trainer และการฝึกทักษะคาดการณ์อุบัติเหตุทางออนไลน์ ผ่านทางเว็บไซต์ HondaSafetyAPT.com เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติได้อย่างครบถ้วน

นอกจากนี้ ในส่วนของแคมเปญ “ฮอนด้าจัดให้ ชาวมอเตอร์ไซค์ต้องมีใบขับขี่” มอบแพคเกจเรียนขับขี่ปลอดภัย พร้อมเข้ารับการทดสอบเพื่อรับใบอนุญาตขับขี่โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ซื้อรถจักรยานยนต์ฮอนด้าใน 16 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาค ประกอบด้วย กรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี สมุทรสาคร ภูเก็ต กระบี่ พังงา เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน เพื่อเป้าหมายขยายการมอบทักษะขับขี่และส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเราได้ขยายแคมเปญนี้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 นี้ โดยสามารถโอนสิทธิได้ภายในระยะเวลา 1 ปี เพื่อสนับสนุนให้คนไทยมีใบขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

“ฮอนด้าพร้อมทุ่มเทและสนับสนุนการให้ความรู้ขับขี่ปลอดภัยในรูปแบบต่างๆ อย่างเต็มที่ และขอเชิญชวนสื่อมวลชนทุกท่านมาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันปลูกฝังวัฒนธรรมการขับขี่ปลอดภัย เพื่อลดสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนน และร่วมกันเพิ่มโอกาสให้เมืองไทยเป็นเมืองแห่งการขับขี่ปลอดภัยในอนาคต” ดร.อารักษ์กล่าวสรุป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...