โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนคนเลี้ยงสัตว์! เช็กอาการ "โรค SFTS" ไวรัสจากเห็บกัด ไข้สูง เกล็ดเลือดต่ำ อันตรายถึงชีวิต

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(17 ก.ย. 69) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค SFTS (Severe Fever with Thrombocytopenia Syndrome) ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มี "เห็บ" เป็นพาหะนำโรค โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีประวัติสัมผัสสัตว์เลี้ยง ถูกเห็บกัด หรือใช้มือเปล่าบี้เห็บโดยตรง

สถิติผู้ป่วยโรค SFTS ในไทย

สถานการณ์การติดเชื้อในประเทศไทยมีแนวโน้มความรุนแรงและอัตราการเสียชีวิตสูง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป

  • ยอดสะสมปี 2562 – 2569: พบผู้ป่วย 10 ราย เสียชีวิต 5 ราย
  • ยอดล่าสุดปี 2569 (1 ม.ค. – 16 ก.ย.): พบผู้ป่วย 3 ราย เสียชีวิตถึง 2 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตายสูงถึงร้อยละ 66.67

เชื้อ SFTS ติดต่อได้อย่างไร?

  • สัตว์ที่เป็นแหล่งรังโรค ได้แก่ สุนัข แมว วัว ควาย แพะ แกะ หมู ไก่ หนู และสัตว์ป่า รวมถึงพบเห็บได้ตามใบหญ้า รอยแตกปูน และดินชื้น
  • ติดต่อทางตรง: การถูกเห็บที่มีเชื้อกัด (ช่องทางหลัก)
  • ติดต่อทางอ้อม: การสัมผัสเลือด สารคัดหลั่งของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือการบี้เห็บด้วยมือเปล่า
  • จากคนสู่คน: สัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง หรือละอองฝอยจากผู้ป่วยติดเชื้อ (พบได้น้อยมาก)

เช็กอาการโรค SFTS หลังถูกเห็บกัด

ผู้ที่ได้รับเชื้อจะเริ่มแสดงอาการภายใน 1 – 2 สัปดาห์หลังถูกเห็บกัด อาการระยะแรกมักคล้ายโรคติดเชื้อทั่วไป ทำให้ผู้ป่วยชะล่าใจและไม่ทราบว่าตนเองมีความเสี่ยง

  • อาการเบื้องต้น: ไข้สูง อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน และท้องเสีย
  • อาการรุนแรง: ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ มีจุดเลือดออกผิดปกติ มีอาการทางระบบประสาท ตับและไตทำงานผิดปกติ อวัยวะล้มเหลวหลายระบบ ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตได้

คำแนะนำการป้องกันสำหรับผู้เลี้ยงสัตว์

  • ดูแลสัตว์เลี้ยง: หมั่นสำรวจหาเห็บ อาบน้ำ ใช้ยากำจัดเห็บเป็นประจำ และทำความสะอาดที่อยู่อาศัยของสัตว์
  • ห้ามบี้เห็บด้วยมือเปล่า: หากต้องจับเห็บหรือสัมผัสสัตว์ที่มีเห็บ ควรสวมถุงมือทุกครั้ง และล้างมือด้วยสบู่ทันทีหลังสัมผัส
  • ป้องกันเมื่อเข้าพื้นที่เสี่ยง: สวมเสื้อผ้าให้มิดชิดเมื่อเข้าฟาร์มหรือพื้นที่เกษตร หลังกลับมาควรรีบอาบน้ำและสำรวจร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณจุดซ่อนเร้นที่เห็บมักเกาะ เช่น ใต้วงแขน ในและรอบใบหู สะดือ หนังศีรษะ หลังเข่า ขาหนีบ และรอบเอว

หากมีไข้สูงโดยไม่ทราบสาเหตุ อ่อนเพลีย มีจุดเลือดออก หรือมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท ภายใน 2 สัปดาห์หลังถูกเห็บกัดหรือสัมผัสสัตว์ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการถูกเห็บกัดหรือการสัมผัสสัตว์ให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบ เพื่อช่วยในการวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ประชาชนที่มีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ที่มา : กรมควบคุมโรค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...