โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดตัวเลขครบ 76 จังหวัด ปมถูกร้องส่อ "โกงสอบท้องถิ่น" มากที่สุด อันดับ 1 ทิ้งห่าง!

sanook.com

เผยแพร่ 20 ก.ค. เวลา 16.06 น. • Sanook
เพจดังเปิดข้อมูล จังหวัดที่มีรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา ส่อทุจริตสอบท้องถิ่น มากที่สุด จังหวัดไหนมากสุด? อันดับ 1 นำลิ่ว

STRONG เปิดข้อมูล 3,967 รายชื่อจาก 76 จังหวัด ถูกตั้งปมส่อทุจริตสอบท้องถิ่น จังหวัดไหนมากที่สุด? สุราษฎร์ธานีสูงสุด 242 คน

ประเด็นทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เพจเฟซบุ๊กของ ชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย เผยแพร่ข้อมูลอินโฟกราฟิก ซึ่งระบุว่าตัวเลขว่ามีผู้ที่ได้รับการบรรจุแล้วและถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติในการสอบรวม 3,967 คน กระจายอยู่ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ

ข้อมูลดังกล่าวระบุว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีจำนวนสูงสุด 242 คน ตามด้วยปทุมธานีและนนทบุรี จังหวัดละ 181 คน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลที่ชมรม STRONG นำมาเผยแพร่ ไม่ใช่รายชื่อผู้กระทำผิดที่ผ่านคำวินิจฉัยทางกฎหมายแล้ว ผู้ที่ปรากฏอยู่ในชุดข้อมูลจึงยังต้องได้รับการตรวจสอบเป็นรายบุคคลตามกระบวนการ

10 จังหวัดที่มีจำนวนสูงสุดตามข้อมูลของชมรม STRONG

อันดับ จังหวัด จำนวน 1 สุราษฎร์ธานี 242 คน 2 ปทุมธานี 181 คน 3 นนทบุรี 181 คน 4 นครราชสีมา 152 คน 5 กระบี่ 122 คน 6 สุพรรณบุรี 116 คน 7 อุบลราชธานี 113 คน 8 ภูเก็ต 108 คน 9 พระนครศรีอยุธยา 105 คน 10 สมุทรปราการ 94 คน

จังหวัดอื่นที่มีจำนวนค่อนข้างสูงตามข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ ได้แก่ สระบุรี 91 คน ระยองและพัทลุง จังหวัดละ 89 คน นครปฐมและชุมพร จังหวัดละ 88 คน ปัตตานี 84 คน ชลบุรี 83 คน เพชรบูรณ์ 81 คน และสมุทรสาคร 80 คน

ส่วนจังหวัดที่มีตัวเลขน้อยที่สุดในชุดข้อมูล ได้แก่ อำนาจเจริญ 1 คน มุกดาหาร 2 คน แพร่ 4 คน กาฬสินธุ์ 6 คน และน่าน 10 คน

โดยอันดับทั้ง 76 จังหวัดของไทย มีดังนี้

พบจุดที่ยังต้องตรวจสอบในรายการตัวเลขรายจังหวัด

แม้อินโฟกราฟิกจะระบุยอดรวม 3,967 คน ครบ 76 จังหวัด แต่เมื่อตรวจสอบรายการตัวเลขที่ถูกคัดลอกและเผยแพร่ต่อกันในข้อความ พบว่ามีรายชื่อเพียง 74 จังหวัด และรวมตัวเลขได้ 3,964 คน โดยไม่มีจังหวัดตราดและพังงาปรากฏอยู่ในรายการดังกล่าว

ส่วนต่าง 3 คนอาจมาจากข้อมูลของสองจังหวัดที่ตกหล่นระหว่างการคัดลอก แต่ยังไม่ควรคาดเดาว่าแต่ละจังหวัดมีจำนวนเท่าใด จนกว่าผู้เผยแพร่จะเปิดข้อมูลต้นฉบับที่ครบถ้วน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะยืนยันตัวเลขอย่างเป็นทางการ

ความคลาดเคลื่อนนี้ไม่ได้ยืนยันว่าอินโฟกราฟิกทั้งหมดไม่ถูกต้อง แต่สะท้อนว่าควรแยกให้ออกระหว่างยอดที่เพจระบุ กับรายละเอียดในข้อความที่ถูกนำไปเผยแพร่ต่อ และไม่ควรใช้รายชื่อรายจังหวัดเป็นข้อสรุปทางกฎหมาย

คดีสอบท้องถิ่นมีที่มาอย่างไร?

กรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 ซึ่งเปิดรับสมัคร 87 สายงาน รวม 6,669 อัตรา และมีผู้สมัครมากกว่า 400,000 คนทั่วประเทศ ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นสถานที่แห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี และพบอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เอกสาร ตลอดจนข้อมูลกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบจำนวนมาก

ข้อมูลจากการตรวจสอบในช่วงแรกระบุว่า เจ้าหน้าที่พบสำเนากระดาษคำตอบประมาณ 3,000 คน และพบความผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับการแก้ไขคะแนนแล้วประมาณ 2,000 รายการ แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงผลตรวจสอบในช่วงต้นของคดี ไม่ใช่จำนวนผู้กระทำผิดทั้งหมดที่ได้รับการยืนยันแล้ว

ตำรวจยังเปิดเผยว่ากำลังตรวจสอบเส้นทางการเงิน กระบวนการรับข้อมูล และบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องในหลายระดับ โดยผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้วต้องถูกพิจารณาเป็นรายบุคคล หากมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงจึงอาจถูกดำเนินการทางอาญา ทางวินัย หรือกระทบต่อสถานะการรับราชการตามขั้นตอนกฎหมาย

ตัวเลข 3,967 คน ต่างจาก 5,924 คนอย่างไร?

ยอด 3,967 คนที่ชมรม STRONG เผยแพร่ ถูกอธิบายว่าเป็นจำนวนผู้ที่ได้รับการบรรจุแล้วและถูกตั้งข้อสงสัย กระจายตามจังหวัด ส่วนตัวเลข 5,924 คน เป็นจำนวนผู้สอบที่คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือ กสถ. ระบุว่าพบคะแนนผิดปกติในการตรวจสอบบัญชีผลสอบ

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กสถ.มีมติยกเลิกประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ฉบับเดิมทั้งหมด และเตรียมจัดทำบัญชีใหม่จากคะแนนที่ตรวจสอบแล้ว โดยบัญชีใหม่จะไม่มีรายชื่อกลุ่มคะแนนผิดปกติ 5,924 คน ทั้งนี้ การดำเนินการกับผู้ที่ได้รับการบรรจุไปแล้วต้องผ่านคณะกรรมการและหน่วยงานท้องถิ่นที่มีอำนาจตามลำดับขั้น

ดังนั้น ตัวเลข 3,967 คนกับ 5,924 คนจึงไม่ควรถูกนำมาใช้แทนกันโดยอัตโนมัติ เพราะอาจกล่าวถึงคนละสถานะและมาจากคนละกระบวนการตรวจสอบ ขณะที่รายละเอียดว่ารายชื่อทั้งสองชุดซ้ำกันมากน้อยเพียงใด ยังต้องรอข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง

ความคืบหน้าล่าสุดของการตรวจสอบ

ก่อนหน้านี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ชะลอการบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้บางส่วน พร้อมระบุว่าจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานตรวจสอบ และหากพบผู้เกี่ยวข้องจะดำเนินการทั้งทางแพ่ง ทางอาญา และทางปกครองตามกฎหมาย

วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ตำรวจรายงานว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีมีความคืบหน้าประมาณร้อยละ 70 และยังมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม โดยพบว่าช่องโหว่สำคัญของกระบวนการอาจเกิดขึ้นหลังการสอบแข่งขันเสร็จสิ้นแล้ว

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการจัดสอบตามสัญญา ยังได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงกับบุคลากรหนึ่งราย หลังการตรวจสอบภายในพบข้อมูลและหลักฐานที่เห็นว่ามีมูลเพียงพอ โดยผลสอบสวนยังต้องดำเนินต่อไปตามขั้นตอน

ยังไม่ควรเรียกทุกคนในรายชื่อว่า “ผู้ทุจริต”

แม้คดีจะมีพยานหลักฐานเกี่ยวกับความผิดปกติของคะแนนและอยู่ระหว่างการดำเนินการของหลายหน่วยงาน แต่การที่ชื่อหรือจำนวนของบุคคลปรากฏอยู่ในชุดข้อมูล ไม่ได้หมายความว่าทุกคนถูกพิสูจน์แล้วว่ามีเจตนาทุจริต

เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบทั้งกระดาษคำตอบ คะแนนในระบบ เส้นทางการเงิน การติดต่อสื่อสาร และพฤติการณ์ของแต่ละคน การใช้คำว่า “ถูกตั้งข้อสงสัย” “พบคะแนนผิดปกติ” หรือ “อยู่ระหว่างตรวจสอบ” จึงเหมาะสมกว่าการตัดสินว่าเป็นผู้กระทำผิดก่อนกระบวนการสอบสวนและพิจารณาคดีสิ้นสุด

นอกจากนี้ การยกเลิกบัญชีผลสอบหรือการถอดชื่อออกจากบัญชีใหม่ เป็นมาตรการทางปกครองที่เกี่ยวข้องกับความถูกต้องของผลคะแนน ไม่ได้เท่ากับคำพิพากษาว่าบุคคลนั้นมีความผิดทางอาญาโดยอัตโนมัติ

ตัวเลขรายจังหวัดเป็นเบาะแส แต่ยังไม่ใช่คำตัดสิน

ข้อมูลจากชมรม STRONG ระบุว่ามีผู้ได้รับการบรรจุแล้วและถูกตั้งข้อสงสัยรวม 3,967 คน ครอบคลุม 76 จังหวัด โดยสุราษฎร์ธานีมีจำนวนสูงสุด 242 คน ตามด้วยปทุมธานีและนนทบุรี จังหวัดละ 181 คน

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดตัวเลขที่ถูกเผยแพร่ต่อกันยังมีความไม่ครบถ้วน และยอด 3,967 คนไม่ได้เป็นตัวเลขเดียวกับกลุ่มคะแนนผิดปกติ 5,924 คนที่ กสถ.นำไปใช้จัดทำบัญชีผลสอบใหม่ จึงไม่ควรนำข้อมูลทั้งสองชุดมาสรุปรวมกันโดยไม่มีคำอธิบาย

สิ่งที่ยืนยันได้ในขณะนี้คือ หน่วยงานรัฐกำลังดำเนินการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ มีการยกเลิกบัญชีผลสอบเดิม และกำลังจัดทำบัญชีใหม่โดยตัดกลุ่มคะแนนผิดปกติออก ส่วนการเอาผิดหรือเพิกถอนสถานะของผู้ที่ได้รับการบรรจุแล้ว ต้องพิจารณาหลักฐานเป็นรายบุคคลและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...