เงินบาทเปิด 33.64 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัว จับตาสงครามตะวันออกกลาง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง”
จากระดับปิดของวันก่อนหน้า
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 33.58-33.68 บาทต่อดอลลาร์) ท่ามกลางกระแสข่าวสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่มีทั้งข่าวเชิงบวก อย่างแนวโน้มสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจกลับมาเจรจาหยุดยิงอีกครั้ง
และข่าวเชิงลบ อย่างการโจมตีตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังคงดำเนินต่อไป จนล่าสุด ทางกลุ่ม Houthi ที่เป็นพันธมิตร Axis of Resistance กับอิหร่าน ได้ออกมาประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุฯ ซึ่งอาจกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลกได้ ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบ อย่าง ราคาน้ำมันดิบ Brent แม้จะเคลื่อนไหวผันผวน แต่ยังคงแกว่งตัวในระดับที่สูงแถวโซน 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวังตัว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อีกทั้ง ผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะ หุ้นเทคฯ ใหญ่ อย่าง Alphabet และ Tesla รวมถึง หุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor อย่าง Intel
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนบ้าง จากการรีบาวด์ขึ้นของหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor ขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบและส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน ทำให้โดยรวม ดัชนี Dow Jones ปรับตัวลง -0.59% ส่วน ดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.19% ขณะที่ดัชนีหุ้น Nasdaq Composite ย่อลงเล็กน้อย -0.05%
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังร้อนแรงอยู่ กอปรกับภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ ที่ยังคงหนุนความต้องการถือครองเงินดอลลาร์ ทั้งนี้ การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ยังคงถูกจำกัดอยู่บ้าง หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม อีกทั้ง กระแสข่าวสถานการณ์ในตะวันออกกลางล่าสุดยังคงทำให้ผู้เล่นในตลาดมีความหวังต่อแนวโน้มการกลับมาเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่งผลให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้น สู่โซน 101 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 100.7-101.1 จุด)
ในส่วนของราคาทองคำ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่กระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก ยังคงกดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. 2026) มีจังหวะย่อตัวลงบ้างและแกว่งตัวแถวโซนแนวรับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ การปรับตัวลงของราคาทองคำได้ถูกชะลอลงบ้าง ตามแรงซื้อ Buy on Dip ของผู้เล่นในตลาดบางส่วน
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษ อาทิ ยอดการจ้างงาน อัตราการว่างงาน และอัตราการเติบโตของค่าจ้าง ในเดือนพฤษภาคม เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ที่ล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างให้โอกาสราว 63% ที่ BOE อาจขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของยูโรโซนและเยอรมนี (ZEW Economic Sentiment) ในเดือนกรกฎาคม ที่อาจสะท้อนผลกระทบต่อเศรษฐกิจยูโรโซน จากภาวะสงครามในตะวันออกกลางและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ทวีความร้อนแรงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ส่วนทางฝั่งเอเชีย ในช่วงราว 6.50 น. ของเช้าวันพุธนี้ ตามเวลาประเทศไทย ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดการส่งออกและนำเข้า (Exports & Imports) ของญี่ปุ่น ในเดือนมิถุนายน ที่คาดว่าจะยังคงได้รับอานิสงส์จากกระแสการเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวกับ AI หรือ AI Boom หนุนการขยายตัวต่อเนื่องของการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และ Semiconductor ของญี่ปุ่น
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรงและมีความไม่แน่นอนสูง พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน และที่สำคัญ ควรจับตาการเคลื่อนไหวของบรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor ที่อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินได้พอควร
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างอัตราเงินเฟ้อ และพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่ ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
เราคงมุมมองเดิมว่า หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังคงมีความไม่แน่นอนสูง เหมือนในปัจจุบัน เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways โดยเงินบาทจะมีโซนแนวต้านในช่วง 33.75-33.80 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่โซนแนวรับจะอยู่ในช่วง 33.50-33.60 บาทต่อดอลลาร์
อย่างไรก็ดี เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก ซึ่งจะกระทบต่อการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ ราคาทองคำ รวมถึงหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor ได้
เน้นย้ำว่า เงินบาทยังคงไม่สามารถแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องได้ชัดเจน จนกว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะทยอยคลี่คลายลงอีกครั้ง ซึ่งเรามองว่า หากเทียบเคียงกับช่วงก่อนหน้าที่สหรัฐฯ ได้ดำเนินการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 เดือน จนกว่าการปิดล้อมทางทะเลจะสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเงินต่ออิหร่านมากเพียงพอ ให้ทางการอิหร่านกลับเข้าสู่การเจรจาหยุดยิง
อีกทั้งควรระวังความเสี่ยงที่เงินบาทอาจอ่อนค่าลงเพิ่มเติม ในกรณีที่ สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น (เพื่อเร่งให้อิหร่านกลับเข้าสู่การเจรจา) จนเร่งให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องอีกครั้ง (ทว่า เราประเมิน หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้นชัดเจน จนทำให้ โฟลว์น้ำมันจากตะวันออกกลางลดลงเหลือ 0 บาร์เรลต่อวัน ราคาน้ำมันดิบอาจปรับตัวขึ้นต่อ แต่ไม่น่าจะเกิดระดับ 125 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล)
ซึ่งเรามองว่า ในภาวะดังกล่าวผู้เล่นในตลาดอาจกลับมาปรับเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed รวมถึงบรรดาธนาคารกลางหลักอื่นๆ ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อเงินบาทผ่านการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ การปรับตัวลงของราคาทองคำ และแรงขายหุ้นเทคฯ กลุ่ม AI/Semiconductor ที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำให้ เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าลงทดสอบโซน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.50-33.75 บาท/ดอลลาร์
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.66 บาท/ดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 33.65 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาทยังคงมีโมเมนตัมอ่อนค่า โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อในช่วงนี้มาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าสถานการณ์ที่ลากยาวจะทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น และผลักดันให้มีการหันไปถือครองเงินดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่า โดย US Dollar Index วันนี้ยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 100.80
สำหรับปัจจัยที่ตลาดต้องจับตาช่วงนี้คือราคาน้ำมัน เนื่องจากตัวเลขฝั่งอเมริกาและการให้ความเห็นของ Fed มีน้อยลง เนื่องจากอยู่ในช่วงงดให้สัมภาษณ์ (Blackout period) ก่อนการประชุม FOMC รวมถึงราคาทองคำว่าจะยังยืนเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์/ออนซ์ได้หรือไม่ ท่ามกลางความกังวล ต่อโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะใกล้ของธนาคารกลางสหรัฐฯ นอกจากนี้ทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติอาจเริ่มมีความผันผวนได้ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และแรงขายในหุ้นธีม AI/Semiconductor
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้คาดกรอบการเคลื่อนไหวที่ 33.60-33.90 บาทต่อดอลลาร์
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 33.60 - 33.90 แนะนำ ทยอยซื้อ 33.60 ขาย 33.90
- EUR/THB 38.20 - 38.60 แนะนำ ทยอยซื้อ 38.20 ขาย 38.60
- JPY/THB 0.2050 - 0.2080 แนะนำ ทยอยขาย 0.2080
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เงินบาทอ่อนสุดรอบ 14 เดือนครึ่ง หุ้นไทยพุ่ง รับแรงซื้อต่างชาติ จับตาสงครามกดดันตลาด
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.37 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นมาก”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทเปิด 33.64 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัว จับตาสงครามตะวันออกกลาง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com