โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เช็กด่วน! 5 เครื่องดื่ม ไม่ควรใส่ "กระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิ" วางทิ้งไว้นานๆ เสี่ยงแบคทีเรียพุ่ง

sanook.com

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เช็กด่วน! พฤติกรรมใช้กระบอกน้ำเก็บความเย็นแบบผิดๆ เผยเหตุผลห้ามใส่นมและน้ำอัดลม

เปิด 5 เครื่องดื่มต้องห้ามที่ไม่ควรใส่ใน "กระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิ" วางทิ้งไว้นานเสี่ยงเสียสุขภาพ

กระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิหรือกระติกน้ำสูญญากาศเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมที่หลายครัวเรือนมีไว้ใช้งาน เพื่อช่วยรักษาอุณหภูมิความร้อนหรือความเย็นของเครื่องดื่มได้ยาวนานหลายชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เครื่องดื่มบางประเภทไม่เหมาะสำหรับการบรรจุภายในกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิเป็นเวลานาน เนื่องจากอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของสารอาหาร กลายเป็นแหล่งเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย หรือส่งผลกระทบต่ออายุการใช้งานของวัสดุ

นี่คือ 5 สิ่งที่ไม่ควรนำมาบรรจุในกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิเพื่อความปลอดภัยต่อสุขอนามัย

1. นมและผลิตภัณฑ์จากนม

นมสด นมธัญพืช นมถั่วเหลือง หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของนม ไม่ควรเก็บรักษาไว้ในกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิเป็นเวลานาน เนื่องจากสภาพแวดล้อมภายในกระบอกน้ำจะรักษาความอุ่นไว้หลายชั่วโมง หากอุณหภูมิภายในไม่สูงพอที่จะฆ่าเชื้อ หรือไม่เย็นจัดพอที่จะชะลอการเติบโตของจุลินทรีย์ จะกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เร่งให้แบคทีเรียเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้นมบูดเสียและแปรสภาพ การบริโภคนมที่เก็บในสภาวะดังกล่าวจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดปัญหาในระบบย่อยอาหาร เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย หรือภาวะอาหารเป็นพิษ

2. กาแฟ

ผู้บริโภคจำนวนมากนิยมชงกาแฟใส่กระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิเพื่อไว้ดื่มตลอดทั้งวัน แม้ว่าตัวกระบอกจะช่วยรักษาความร้อนได้นาน แต่ไม่ใช่กรรมวิธีที่ดีในการรักษาคุณภาพของกาแฟ เนื่องจากกาแฟที่อยู่ในอุณหภูมิสูงเป็นเวลาหลายชั่วโมงจะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กลิ่นหอมเฉพาะตัวลดลงและมีรสชาติที่ขมเข้มหรือเปรี้ยวมากขึ้น นอกจากนี้ คราบและตะกอนของกาแฟยังฝังแน่นตามผนังด้านในได้ง่าย ก่อให้เกิดกลิ่นตกค้างและทำความสะอาดได้ยากหากไม่รีบล้างทันทีหลังใช้งาน

3. เครื่องดื่มที่มีแก๊สหรือน้ำอัดลม

น้ำอัดลม น้ำโซดา หรือน้ำแร่ชนิดมีแก๊ส ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในการบรรจุลงในกระบอกน้ำระบบสูญญากาศ เนื่องจากแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ในเครื่องดื่มจะสร้างแรงดันมหาศาลภายในภาชนะที่ปิดสนิท เมื่อเวลาผ่านไปแรงดันจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อมีการเปิดฝาขวด แรงดันดังกล่าวอาจดันให้เครื่องดื่มพุ่งกระจายออกมาอย่างรุนแรง ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้งาน นอกจากนี้ แรงดันที่มากเกินไปอาจทำให้ซีลยางซิลิโคนหรือกลไกของฝาขวดชำรุดเสียหายได้

4. เครื่องดื่มที่มีความเป็นกรดสูง

น้ำมะนาว น้ำส้ม น้ำเกรปฟรุต น้ำส้มสายชู หรือเครื่องดื่มที่มีความเข้มข้นของกรดอินทรีย์สูง ไม่ควรแช่ทิ้งไว้ในกระบอกน้ำเก็บความเย็นเป็นเวลานาน กรดเหล่านี้สามารถทำให้รสชาติของเครื่องดื่มเปลี่ยนไป และหากใช้กระบอกน้ำที่ไม่ได้มาตรฐานหรือมีรอยขีดข่วนบริเวณพื้นผิวสแตนเลสภายใน กรดอาจเข้าไปกัดกร่อนและลดประสิทธิภาพของชั้นเคลือบปกป้อง ส่งผลให้อายุการใช้งานของภาชนะสั้นลง ยิ่งไปกว่านั้น น้ำผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีจะสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับความร้อนและความชื้นเป็นเวลานาน

5. ยาหรือน้ำสมุนไพรพร้อมดื่ม

การนำยาที่จัดเตรียมเสร็จแล้วมาใส่ในกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิเพื่อความสะดวกในการพกพาเป็นพฤติกรรมที่ไม่แนะนำ เนื่องจากยารักษาโรคบางชนิดจำเป็นต้องได้รับการเก็บรักษาภายใต้อุณหภูมิที่กำหนดอย่างเคร่งครัดเพื่อคงสภาพและความมีประสิทธิภาพของตัวยา การเก็บยาในอุณหภูมิที่สูงเกินไปเป็นเวลาหลายชั่วโมงอาจส่งผลให้องค์ประกอบทางเคมีเปลี่ยนไป หรือลดทอนประสิทธิภาพในการรักษาของสารสำคัญ ดังนั้น จึงควรผสมยาเฉพาะก่อนการรับประทานทันที หรือปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และบริษัทผู้ผลิตอย่างเคร่งครัด

แนวทางการใช้งานกระบอกน้ำเก็บอุณหภูมิอย่างถูกวิธี

เพื่อความปลอดภัยและความทนทานของผลิตภัณฑ์ ควรเลือกบรรจุน้ำเปล่าบริสุทธิ์ น้ำอุ่น หรือเครื่องดื่มที่เหมาะสมตามคำแนะนำของผู้ผลิต หลังการใช้งานทุกครั้งต้องถอดชิ้นส่วนฝาและซีลยางซิลิโคนออกมาล้างทำความสะอาดอย่างทั่วถึง เพื่อขจัดคราบสกปรกและแบคทีเรียสะสม จากนั้นตากหรือผึ่งลมให้แห้งสนิทก่อนทำการปิดฝาจัดเก็บ การใช้งานและดูแลรักษาอย่างถูกสุขลักษณะไม่เพียงแต่ยืดอายุการใช้งานของภาชนะ แต่ยังช่วยปกป้องสุขภาพและป้องกันความเสี่ยงจากเครื่องดื่มบูดเสียอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...