พบสารระเหย–ก๊าซไข่เน่าและส่วนผสมน้ำมัน ในท่อใกล้ดาตาเซนเตอร์
วันที่ 3 ก.ย. 69 นายจตุรงค์ อัศวไตรธรรม นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณดาตาเซนเตอร์ย่านพระราม 9 นาน 3 ชั่วโมง โดยมีการตรวจสอบระบบท่อระบายน้ำโดยรอบ หลังมีประชาชนร้องเรียนว่าได้รับกลิ่นคล้ายน้ำมันจากบริเวณท่อระบายน้ำใกล้พื้นที่โครงการ
นายจตุรงค์ ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นผลจากข้อมูลและข้อร้องเรียนที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้พื้นที่พระราม 9 ซึ่งร้องเรียนว่ามีกลิ่นคล้ายน้ำมันและกลิ่นสารเคมีลอยขึ้นมาจากระบบระบายน้ำ จึงต้องเข้าตรวจสอบทั้งภายในพื้นที่โครงการและบริเวณท่อระบายน้ำสาธารณะ
สำหรับการตรวจสอบภายใน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจดูกระบวนการและระบบของบริษัท รวมถึงเก็บตัวอย่างน้ำจากบ่อพักน้ำภายในโครงการ จำนวน 1 จุด ซึ่งเป็นจุดพักน้ำก่อนระบายออกสู่ภายนอก เพื่อนำส่งห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียด
ระหว่างเข้าตรวจสอบบริเวณจุดพักน้ำใกล้แนวท่อที่ออกสู่ภายนอก เจ้าหน้าที่สามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นผิดปกติ และยังพบลักษณะคล้ายคราบบางอย่างบนผิวน้ำ แต่ในขั้นตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นสารชนิดใด ต้องรอผลตรวจจากห้องปฏิบัติการก่อน
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยังเปิดบ่อพักน้ำบริเวณด้านนอกโครงการ หลังประชาชนร้องเรียนว่ากลิ่นคล้ายน้ำมันลอยขึ้นมาจากฝาท่อระบายน้ำ โดยมีการเก็บตัวอย่างน้ำและตรวจวัดก๊าซเบื้องต้นด้วยเครื่องมือภาคสนาม
นายจตุรงค์ ระบุว่า จากการตรวจเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบทั้งกลิ่นของ ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งเป็นก๊าซที่มีกลิ่นคล้ายไข่เน่า และพบกลุ่ม สารอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOCs ซึ่งเป็นกลุ่มสารที่อาจเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมหรือน้ำมันได้ ค่าที่เครื่องตรวจวัดพบเบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 3 ppm สำหรับกลุ่มสารอินทรีย์ระเหยง่าย โดยระดับดังกล่าวเป็นระดับที่เครื่องมือสามารถตรวจจับได้ และในขณะเก็บตัวอย่าง เจ้าหน้าที่เองก็สามารถรับรู้กลิ่นได้เช่นเดียวกับที่ประชาชนร้องเรียน
อย่างไรก็ตาม นายจตุรงค์ย้ำว่า ตัวเลขจากเครื่องตรวจภาคสนามยังไม่สามารถนำไปสรุปได้ทันทีว่าเกินค่ามาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ เพราะต้องตรวจสอบตามวิธีมาตรฐานและเปรียบเทียบกับเกณฑ์เฝ้าระวังที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
ส่วนข้อกังวลว่าไอระเหยหรือก๊าซที่ตรวจพบอาจก่อให้เกิดการลุกไหม้หรือระเบิดขึ้นนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค่าออกซิเจนและตัวแปรด้านความปลอดภัยร่วมด้วย เบื้องต้นยังไม่พบว่าอยู่ในระดับที่เสี่ยงต่อการระเบิดหรือลุกติดไฟ แต่ยอมรับว่า กลิ่นที่ตรวจพบสามารถก่อให้เกิดความรำคาญแก่ประชาชนได้ และเป็นหลักฐานในเบื้องต้นว่ามีกลิ่นผิดปกติลอยขึ้นมาจากระบบระบายน้ำจริง จึงจำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่าแหล่งกำเนิดมาจากจุดใด
นายจตุรงค์ อธิบายว่า ประเด็นด้านมลพิษจากดาตาเซนเตอร์ถือเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่สำหรับประเทศไทย เพราะนอกจากเรื่องคุณภาพน้ำแล้ว กิจการประเภทนี้ยังอาจมีผลกระทบด้านอื่น เช่น เสียงจากระบบเครื่องจักรและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ความร้อนจากการทำงานของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ รวมถึงเขม่าและควันจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง
ดังนั้น การกำกับดูแลดาตาเซนเตอร์ในอนาคตอาจต้องอาศัยการบูรณาการหลายหน่วยงานร่วมกัน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ควบคุมอาคาร พลังงาน ระบบระบายน้ำ และสาธารณสุข เพื่อวางมาตรฐานที่ครอบคลุมผลกระทบทุกด้าน
สำหรับคำถามสำคัญว่า น้ำมันหรือสารที่ตรวจพบในท่อระบายน้ำมาจากดาตาเซนเตอร์หรือไม่ นายจตุรงค์ ระบุว่า ยังไม่สามารถยืนยันได้ในขณะนี้ แม้จะพบว่าภายในตัวอาคารมีระบบระบายน้ำออกสู่ภายนอกจริง และแนวท่อมีการเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบระบายน้ำสาธารณะ แต่ทิศทางการไหลของน้ำและโครงข่ายท่อทั้งหมดต้องตรวจสอบร่วมกับสำนักการระบายน้ำอีกครั้ง
เนื่องจากน้ำที่อยู่ในท่อระบายน้ำสาธารณะอาจมาจากหลายแหล่ง ไม่ใช่จากอาคารเพียงแห่งเดียว เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องตรวจสอบแบบ “ปูพรม” หาแหล่งกำเนิดที่มีความเป็นไปได้ว่าจะมีของเสียประเภทน้ำมันหรือสารเคมีไหลเข้าสู่ระบบ
หากสามารถระบุแหล่งกำเนิดได้อย่างชัดเจน จึงจะสามารถพิจารณาต่อได้ว่าเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายใด และหน่วยงานใดมีอำนาจดำเนินการ
นายจตุรงค์ยังระบุว่า บริษัทเจ้าของโครงการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการเข้าตรวจสอบพื้นที่ครั้งนี้เป็นอย่างดี โดยเจ้าหน้าที่สามารถเข้าตรวจดูพื้นที่ภายในและเก็บตัวอย่างน้ำได้ตามจุดที่ต้องการตรวจสอบ
ส่วนเรื่องระบบน้ำของดาตาเซนเตอร์ เบื้องต้นทราบว่า น้ำที่ใช้ในระบบหล่อเย็นสามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้บางส่วน และตัวโครงการมีระบบบำบัดน้ำเสียภายในอาคาร แต่รายละเอียดว่าระบบดังกล่าวทำงานอย่างไร และมีการระบายน้ำออกสู่ภายนอกในลักษณะใด ยังต้องรอข้อมูลจากฝ่ายบริหารและผลตรวจจากห้องปฏิบัติการประกอบกัน
ที่ผ่านมา หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมเคยได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับดาตาเซนเตอร์ในประเด็นอื่นมาแล้ว เช่น ปัญหาความร้อนจากสถานประกอบการบางแห่ง และมีการลงพื้นที่ตรวจสอบตามข้อร้องเรียน แต่สำหรับกรณีพระราม 9 ครั้งนี้ ถือเป็นกรณีที่ต้องตรวจสอบหลายมิติพร้อมกัน ทั้งกลิ่น คุณภาพน้ำ และสารระเหยในระบบท่อ
จากนี้เจ้าหน้าที่อาจขยายผลตรวจดาตาเซนเตอร์จุดอื่นเพิ่มเติม โดยต้องรอฝ่ายบริหารกำหนดแผนการตรวจสอบอีกครั้ง ส่วนตัวอย่างน้ำที่เก็บจากพื้นที่วันนี้ จะถูกส่งเข้าห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียด โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2–3 สัปดาห์ จึงจะทราบผล
ผลตรวจดังกล่าวจะถูกนำมาเชื่อมโยงกับข้อมูลแนวท่อ ระบบระบายน้ำ และผลตรวจจากจุดต่าง ๆ เพื่อหาคำตอบว่า สารที่ตรวจพบในท่อสาธารณะเป็นสารชนิดใด มีความเข้มข้นเท่าใด และมีต้นตอมาจากแหล่งใดกันแน่ ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.