โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอนบรรจุ 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ลุยเอาผิดวินัย-อาญา

The Bangkok Insight

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

"วรศิษฎ์" แถลงผลเพิกถอนบรรจุ 5,925 ราย กรณีโกงสอบท้องถิ่น เดินหน้าเอาผิดวินัย-อาญาถึงที่สุด พร้อมเร่งรัดกระบวนการบรรจุผู้สอบได้ตามบัญชีเพื่อความเป็นธรรม

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีผลการเพิกถอนการบรรจุผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 โดยมี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ร่วมชี้แจง

โกงสอบท้องถิ่น

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า สำหรับการแถลงในวันนี้ จะมีการจัดแบ่งออกเป็น 2 ช่วงหลัก คือ ช่วงก่อนเกิดเหตุทุจริต และช่วงหลังตรวจพบเหตุทุจริตพร้อมแนวทางแก้ไขปัญหา โดยในช่วงแรก เมื่อต้นปี 2567 ได้มีการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อหาผู้รับจ้างจัดการสอบ ซึ่งในครั้งแรกมหาวิทยาลัยบูรพาได้รับการประกาศเป็นผู้ชนะ แต่ก่อนการลงนามสัญญา ได้มีภาคประชาชนจากจังหวัดศรีสะเกษ เดินทางมาร้องเรียนเรื่องความไม่ชอบมาพากลและการเรียกรับผลประโยชน์

กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประสานหน่วยงานภาคีเครือข่าย ทั้ง ป.ป.ช., ป.ป.ท. และ บก.ปปป. มาร่วมวางแนวทางป้องกัน พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ตรวจสอบการสอบทุกขั้นตอน

ต่อมาคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงได้เสนอ 3 ประเด็นสำคัญ คือ ขอให้ใช้ผลสอบภาค ก ของ ก.พ., เพิ่มมาตรการป้องกันการทุจริต และให้ภาคีเครือข่ายร่วมตรวจทุกขั้นตอน ซึ่ง กสถ. ได้มีมติเห็นชอบตามแนวทางเพิ่มมาตรการและการดึงภาคีเครือข่ายเข้ามาร่วมตรวจสอบ

การปรับเพิ่มมาตรการดังกล่าว ทำให้กระบวนการสอบและกรอบงบประมาณเปลี่ยนแปลงไป ไม่สามารถใช้สัญญาตัวเดิมได้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจึงหารือไปยังกรมบัญชีกลาง และได้รับคำตอบว่าเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ จึงนำไปสู่การยกเลิกสัญญากับมหาวิทยาลัยเดิม

ต้องขอเน้นย้ำว่าการยกเลิกสัญญาไม่ได้เกิดจากคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือฝ่ายการเมืองอย่างที่มีการบิดเบือน แต่เป็นอำนาจของ กสถ. และคณะกรรมการตามขั้นตอน และหากละเลยข้อร้องเรียนในวันนั้นก็เท่ากับเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ต่อมาได้เปลี่ยนมาใช้วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ที่เปิดกว้าง โดยเปิดรับสมัครผู้สอบก่อนเพื่อทราบจำนวนที่แน่นอนในการกำหนดราคากลาง เพื่อไม่ให้รัฐเสียประโยชน์ มีการสืบราคากลางจากหลายสถาบัน และผลการประมูลปรากฏว่ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ชนะการประกวดราคา แม้จะมีการยื่นอุทธรณ์จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ แต่คณะกรรมการวินิจฉัยของกรมบัญชีกลางได้วินิจฉัยยกอุทธรณ์ จึงยืนยันให้ มศว. เป็นผู้รับจ้างอย่างโปร่งใส

หลังจากจัดการสอบเสร็จสิ้น และมีการตรวจพบการทุจริตเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2567 ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคีตาม MOU ตั้งแต่ปี 2567 ได้เข้าตรวจสอบทันที พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตต่อข้อกล่าวหาเรื่องการล้มประมูลเพื่อโกงว่า หากคิดจะโกงจริงย่อมไม่มีทางดึง ป.ป.ช. และตำรวจเข้ามาตรวจสอบตั้งแต่ต้น

สำหรับการทำงานแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ป.ป.ช. รับผิดชอบคดีทุจริตหลัก, เจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งสืบสวนจับกุมขบวนการนายหน้าเรียกรับเงินหลอกลวงประชาชนรายวัน และกระทรวงมหาดไทยดำเนินการทางด้านการบริหาร ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและสอบวินัยร้ายแรง

ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบพบผู้ที่มีการแก้ไขคะแนนสอบให้ผ่านเกณฑ์จำนวน 5,925 คน กสถ. จึงได้ประกาศผลสอบใหม่ และสั่งการให้ ก.จังหวัด และ อปท. ทั่วประเทศ ดำเนินการถอดถอนผู้ที่บรรจุไปแล้วให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ส.ค. 2567 ซึ่งปัจจุบันถอดถอนเสร็จสิ้นครบถ้วนแล้ว

ส่วนมาตรการดำเนินงานต่อไป ได้กำหนดแนวทางไว้ชัดเจน ได้แก่ การส่งข้อมูลผู้กระทำผิดให้ 5 หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย (ป.ป.ช., ป.ป.ท., ปปง., DSI, บก.ปปป.) ดำเนินคดีอาญา, การแจ้งรายชื่อผู้แก้ไขคะแนนไปยังหน่วยงานจัดสอบภาครัฐทุกแห่งเพื่อเฝ้าระวัง, การหารือร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อเรียกคืนเงินเดือนและสิทธิประโยชน์จากผู้ถูกถอดถอน

นอกจากนี้ ให้ชะลอการจ่ายค่างวดงานงวดสุดท้ายให้แก่ มศว พร้อมปรึกษาอัยการสูงสุดเรื่องความรับผิดชอบใน 3 งวดแรกที่จ่ายไปแล้ว, การตั้งทีมสนับสนุนทางกฎหมายระดับจังหวัดเพื่อช่วยเหลือ อปท. หากถูกฟ้องร้อง ตลอดจนการสั่งการให้ผู้ว่าฯ และนายอำเภอจับตาไม่ให้ อปท. นำผู้ถูกถอดถอนกลับไปทำสัญญาจ้างเหมาบริการ โดยจะมีหนังสือสั่งการให้ชะลอการจ้างบุคคลกลุ่มนี้ไว้ก่อน

ในส่วนของการคืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้สอบได้ตัวจริง ทั้งกลุ่มที่บรรจุไปแล้วแต่เสียสิทธิ์ในการเลือกลำดับพื้นที่ และกลุ่มที่อยู่ระหว่างรอขึ้นบัญชีเรียกบรรจุ กระทรวงมหาดไทยจะเสนอ ก.กลาง ปรับแก้หลักเกณฑ์การโอนย้ายให้รวดเร็วขึ้น คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนต.ค.นี้ และเมื่อทราบตำแหน่งว่างที่ชัดเจน จะดำเนินการเรียกบรรจุผู้สอบได้ตัวจริงจากบัญชีทดแทนให้ครบถ้วนภายในเดือนพ.ย. 2569 เพื่อรักษาประโยชน์และความเป็นธรรมแก่ผู้มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง

ขอยืนยันถึงความจริงจังของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริต โดยต้องชี้แจงว่าไม่เคยมีการสอบแข่งขันครั้งใดที่มีการดึงหน่วยงานตรวจสอบอย่าง ป.ป.ช. เข้ามาร่วมจับตาดูตั้งแต่ต้นจนสามารถเปิดโปงขบวนการได้ขนาดนี้

ส่วนคำว่า ปิดจ็อบ ของอธิบดี เป็นเพียงการปิดขั้นตอนการบริหารจัดการบัญชีผู้สอบและการถอดถอนผู้ทุจริตออก ไม่ใช่การยุติการดำเนินคดีอาญา ทั้ง ป.ป.ช. และตำรวจยังคงเดินหน้าสืบสวนขยายผลเพื่อเอาผิดผู้บงการและผู้เกี่ยวข้องทุกคน ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งระดับสูงแค่ไหน ทั้งระดับ C10, C11 หรือสูงกว่านั้น จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาจนถึงที่สุดอย่างแน่นอน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...