โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

"ป้าดา" เปิดใจ 2 ปมร้อน! ยันไม่ตีกรอบมีปัญหาวัดป่าอดุลยาราม แค่ขอพิสูจน์สิทธิ์ที่ดิน

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(17 ส.ค. 69) น.ส.ชมมณี หรือ ดา น้อยจันทร์ อายุ 62 ปี หรือ "ป้าดา" ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อพิพาทที่ดินของวัดป่าอดุลยาราม และเรื่องที่อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง ดำเนินคดีพยายามฆ่ารวม 8 คดี

โดยเปิดเผยว่าวันนี้ตนต้องการชี้แจง 2 ประเด็น โดยประเด็นแรกเป็นเรื่องข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินของวัดป่าอดุลยาราม ซึ่งยืนยันว่าครอบครัวไม่ได้มีเจตนาจะไปมีปัญหาหรือ "ตีพระทุกวัด" ตามที่ถูกกล่าวหา แต่ต้องการติดตามหาความจริงและพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพื่อคืนความเป็นธรรมและล้างมลทินให้กับครอบครัว

ป้าดา ระบุว่า ต่างฝ่ายต่างมีหลักฐาน จึงต้องนำหลักฐานทั้งหมดมาตรวจสอบว่า ที่ดินดังกล่าวตกเป็นของวัดอย่างถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่ เนื่องจากครอบครัวยังเชื่อมั่นว่าที่ดินดังกล่าวไม่ได้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัด โดยเฉพาะโฉนดเลขที่ 61945 ซึ่งจากการตรวจสอบก่อนหน้านี้ พบว่ายังคงปรากฏชื่อ "ตาเฮียง" เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และเมื่อทายาทเข้าไปในพื้นที่ กลับถูกดำเนินคดีจนมีทั้งหมายเรียกและหมายจับ

ดังนั้น สิ่งที่ครอบครัวต้องการคือการพิสูจน์ที่มาที่ไปของที่ดิน รวมถึงตรวจสอบเอกสารและหลักฐานทั้งหมดว่า วัดได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินมาอย่างถูกต้องหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วพบว่าทุกอย่างดำเนินการมาอย่างถูกต้อง ครอบครัวก็พร้อมยอมรับและไม่ติดใจ แต่หากพบว่ากระบวนการได้มาซึ่งที่ดินไม่ถูกต้อง ก็จำเป็นต้องตรวจสอบต่อไปถึงสถานะและความชอบด้วยกฎหมายของการใช้พื้นที่ดังกล่าว

ส่วนประเด็นที่สอง ป้าดา ระบุว่า เป็นเรื่องที่ตนอ้างว่าถูกกระทำมาเป็นระยะเวลานาน โดยกล่าวหาว่าเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระโขนง ดำเนินคดีพยายามฆ่ารวม 8 คดี ทั้งที่ตนยืนยันว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอ ขณะเดียวกันยังอ้างว่าทรัพย์สินของตนในพื้นที่ติดแม่น้ำเจ้าพระยาถูกนำออกไป จนสร้างความเดือดร้อนให้กับตนและครอบครัว

ป้าดา ยังตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการดำเนินคดีในช่วงเวลาดังกล่าว โดยอ้างว่า แม้คดีจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลและมีคำพิพากษาจำคุก แต่กลับไม่มีการพิมพ์ลายนิ้วมือในฐานะผู้ต้องหา ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ ป้าดา ระบุว่า ปัจจุบันเอกสารที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินดังกล่าวได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการครบถ้วนแล้ว แต่ปัญหาความขัดแย้งจากคดีเดิมยังคงมีอยู่ จึงต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม พร้อมฝากถึงประชาชนที่มองว่าตัวเองถูกกระทำหรือถูกรังแก ให้ลุกขึ้นมาใช้สิทธิเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง

นอกจากนี้ ยังฝากถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ลงมาดูแลปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยระบุว่า

"ตนโดนกระทำ นายกอนุทิน อย่ามัวแต่สำเริงสำราญ เล่นดนตรีอยู่ ประชาชนเดือดร้อน ตนจะไปขอพบท่านนายก นายอนุทินได้เป็นนายก ก็มาจากประชาชน ก็ช่วยลงมาดูประชาชนด้วย"

นอกจากนี้ยังฝากถึง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ให้ช่วยตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในสังกัด โดยระบุว่า "ลูกน้องเป็นโจรเต็มบ้านเต็มเมือง" สิ่งที่ตนต้องการมากที่สุด คือการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า ใครผิด ใครถูก

สำหรับรายละเอียดในประเด็นอื่น ป้าดา ระบุว่าไม่ขอตอบคำถามเพิ่มเติม โดยยืนยันเพียงว่า ตนมีสถานะเป็นผู้จัดการมรดก

เมื่อถามว่ายังยืนยันใช่หรือไม่ว่าความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว ป้าดาบอกว่า ความจริงมีหนึ่งเดียว ยืนยันว่าจะสู้ให้สุดใจ พร้อมย้ำว่าสื่อมวลชนยังเป็นหนุ่มๆ สาวๆ ต้องมีจุดยืน ความจริงเท่านั้นที่มีหนึ่งเดียว ต้องอาศัยคนรุ่นใหม่ คนรุ่นเก่ามันยางหมดอายุ

ส่วนมีความกังวลใจหรือไม่ ป้าดา ยืนยันว่า ไม่กังวล เพราะไม่มีอะไรให้กังวล โดยหลังจากนี้ตนจะไปยื่นหนังสือทวงถามการจัดตั้งวัดกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...