กระทรวงวัฒนธรรมเปิดตัว Thailand Best Local Food คัด 5 ร้านต้นแบบ ดันอาหารท้องถิ่นไทยสู่เวทีโลก (ตัวเล็ก)
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม เปิดตัวตราสัญลักษณ์ ‘Thailand Best Local Food’ คัด 5 ร้านต้นแบบ ดันอาหารท้องถิ่นไทยสู่เวทีโลก
กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เปิดตัวกิจกรรมการยกระดับอาหารไทยพื้นถิ่นสู่เวทีโลก ‘Thai Local Food to World Food’ พร้อมตราสัญลักษณ์ ‘Thailand Best Local Food’ ภายใต้แนวคิด ‘The Lost Taste: The Living Heritage’ ที่นำรสชาติพื้นถิ่นที่กำลังเลือนหายกลับมาสู่โต๊ะอาหารอีกครั้ง
กิจกรรมนี้ต่อยอดจากโครงการ ‘1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste’ ซึ่งกรมส่งเสริมวัฒนธรรมดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2566 และรวบรวมองค์ความรู้ด้านอาหารพื้นถิ่นจากทั้ง 77 จังหวัดรึแล้วกว่า 231 เมนู จากเดิมที่มุ่งค้นหาและบันทึกรสชาติที่เสี่ยงสูญหาย ในปี 2569 โครงการได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการนำองค์ความรู้เหล่านั้นกลับมาสร้างคุณค่า ผ่านร้านอาหาร การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยพัฒนาเกณฑ์มาตรฐาน ‘Thailand Best Local Food’ เพื่อรับรองคุณภาพและอัตลักษณ์ของอาหารไทยพื้นถิ่น พร้อมเปิดรับผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศเข้าร่วมการคัดเลือก โดยมีผู้สมัครกว่า 170 ร้าน ก่อนผ่านกระบวนการประเมินความเป็นเลิศใน 3 ด้าน ได้แก่ คุณค่าความเป็นมรดกของอาหารไทย (Heritage Value) การต่อยอดอาหารไทย (Culinary Interpretation) และมาตรฐานการดำเนินงานเป็นเลิศ (Restaurant Excellence) จนกลายเป็น 5 ร้านอาหารต้นแบบ ได้แก่
- Classic Selection ด้านการรักษารากวัฒนธรรมและสูตรดั้งเดิม ประกอบด้วย ร้านข้าวสารเสก กรุงเทพฯ กับเมนูแกงรัญจวน, ร้านโต๊ะแดง จังหวัดภูเก็ต กับเมนูยำย่าหนัด, ร้านบูชาแกลเลอรี่ แอนด์ เรสเตอรองต์ จังหวัดภูเก็ต กับเมนูข้าวเหนียวเหลือง และร้านหมก จังหวัดอุบลราชธานี กับเมนูวุ้นตาลน้ำกะทิ
- Creative & Innovative Selection ด้านการสร้างสรรค์ร่วมสมัยที่ยังคงแก่นแท้ของเมนู ได้แก่ ร้าน Bo.lan กรุงเทพฯ กับเมนูหลนปลาส้ม
ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า
“กระทรวงวัฒนธรรมมุ่งขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด ‘Ministry of Culture New Era: กระทรวงวัฒนธรรมยุคใหม่ ก้าวไกลสู่สากล’ โดยใช้วัฒนธรรมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก โครงการ ‘Thai Local Food to World Food’ จึงเป็นตัวอย่างที่สะท้อนการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสู่คุณค่าทางเศรษฐกิจ ผ่านการสืบสานภูมิปัญญาอาหารไทย สร้างโอกาสให้ชุมชนและผู้ประกอบการ พร้อมผลักดันอัตลักษณ์อาหารไทยสู่การยอมรับในระดับนานาชาติ เพราะการอนุรักษ์วัฒนธรรมในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการรักษาอดีตไว้ แต่คือการทำให้วัฒนธรรมยังคงมีชีวิตและสร้างคุณค่าให้แก่ผู้คนได้อย่างยั่งยืน”
นอกจากนั้น กรมส่งเสริมวัฒนธรรมยังเตรียมร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็น เครือเจริญโภคภัณฑ์, KTC, SC, Grab Thailand, Gother, Centara Hotels & Resorts, TAGTHAi, Silver Voyage Club, Lifestyle and Travel Media และ Chic Car Rent จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2569 พร้อมไฮไลต์ ‘The Lost Taste Restaurant Month’ ตลอดเดือนกันยายน ซึ่งทั้ง 5 ร้านจะนำสูตรอาหารพื้นถิ่นที่หาชิมได้ยากมาสร้างสรรค์เป็นเมนูพิเศษ ควบคู่กับโปรโมชันและสิทธิประโยชน์ เพื่อชวนนักชิมออกเดินทางไปสัมผัสเรื่องราวของแต่ละเมนู และเปลี่ยน ‘รสชาติที่กำลังหายไป’ ให้กลายเป็นจุดหมายใหม่ของการเดินทาง
ติดตามเมนูพิเศษ โปรโมชัน และรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ https://www.facebook.com/thelosttaste และ www.thelosttaste.com