โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ประเด็นร้อนข่าวเศรษฐกิจ วันที่ 15 กันยายน 2569

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

จับตา! 3ประเด็นร้อนเศรษฐกิจ 15ก.ย. 69 Fed ถกนโยบายดอกเบี้ย–จับตาทิศทางหุ้นไทย–มาตรการลดค่าครองชีพ

การเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจและการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศในวันพรุ่งนี้ 15กันยายน 2569ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากนักลงทุนและประชาชน โดยมีปัจจัยสำคัญทั้งการประชุมนโยบายการเงินระดับโลก และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ดังนี้

1. จับตา Fed เริ่มประชุมนโยบายการเงิน นัดสำคัญของเศรษฐกิจโลก

ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed มีกำหนดเริ่มการประชุมนโยบายการเงิน FOMC เป็นวันแรกในวันที่ 15–16กันยายน โดยนักลงทุนทั่วโลกต่างจับตาท่าทีของ Fed ว่าจะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50–3.75%หรือปรับขึ้นเพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามรายงานการจ้างงาน ADP และดัชนีภาคการผลิต Empire State ที่จะประกาศในช่วงค่ำของวันเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นข้อมูลสำคัญต่อมุมมองของตลาดเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงินสหรัฐฯ

2. ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวระมัดระวัง หุ้นเพิ่มทุน BC พร้อมเทรดวันแรก

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย หรือ SET Index มีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบระมัดระวัง หรือ Risk-off เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ยังรอดูผลการประชุม Fed รวมถึงสัญญาณเงินเฟ้อในหมวดพลังงาน

ขณะที่ความเคลื่อนไหวรายตัวที่น่าสนใจ คือ หุ้นเพิ่มทุนของ บริษัท บูติค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC จะเริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นวันแรก

3. รัฐบาลลุยประเมินมาตรการ “ไทยช่วยไทย” บรรเทาค่าครองชีพ

ในส่วนของเศรษฐกิจภายในประเทศ รัฐบาลเตรียมเดินหน้าประเมินและขับเคลื่อนกิจกรรม “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” หลังจากการจัดงานอย่างต่อเนื่องช่วยบรรเทาภาระประชาชนและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบ

ขณะเดียวกัน ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนค่าขนส่ง และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคภายในประเทศ

การประชุม Fed ในรอบนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่จะส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยโลก และอาจนำไปสู่ความผันผวนของตลาดการเงินไทยในระยะสั้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...