อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ 6 ส.ค.69 เงินบาทจ่อหลุด 33 บาท รับดอลลาร์อ่อน
เงินบาทเปิดตลาดที่ 33.06 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าสุดในรอบกว่า 6 สัปดาห์ รับแรงหนุนจากเงินดอลลาร์อ่อน หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวต่อเนื่อง ทำตลาดลดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ราคาทองคำทะยานเหนือ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักวิเคราะห์กรุงไทยเตือนเงินบาทยังเผชิญ Two-way Risk จับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ และสถานการณ์ตะวันออกกลางเป็นตัวกำหนดทิศทางระยะสั้น
เงินบาทแข็งค่าสุดรอบกว่า 6 สัปดาห์ จ่อทดสอบ 33 บาท
ค่าเงินบาทเปิดการซื้อขายเช้าวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ที่ระดับ 33.06 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.20 บาทต่อดอลลาร์ โดยระหว่างคืนที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down แกว่งตัวในกรอบ 33.05-33.22 บาทต่อดอลลาร์ และเข้าใกล้แนวรับสำคัญที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 6 สัปดาห์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า การแข็งค่าของเงินบาทได้รับแรงหนุนหลักจากการอ่อนค่าต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ หลังตลาดลดคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ลงเหลือโอกาสเพียงประมาณ 21% ที่จะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อ่อนแอ กดดันดอลลาร์
ปัจจัยสำคัญมาจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด โดยเฉพาะการจ้างงานภาคเอกชน (ADP) เดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้นเพียง 44,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ 68,000 ตำแหน่ง และลดลงจากเดือนก่อนหน้า
ขณะที่ดัชนี ISM PMI ภาคบริการ แม้ยังอยู่ในระดับขยายตัวที่ 54.1 จุด แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ และที่สำคัญ ดัชนีการจ้างงานภาคบริการปรับลดลงเหลือ 47.4 จุด จาก 51.2 จุด สะท้อนการชะลอตัวของตลาดแรงงาน ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าตัวเลข Nonfarm Payrolls ที่จะประกาศในวันศุกร์นี้อาจออกมาอ่อนแอเช่นกัน
ทองคำทะลุแนวต้าน หนุนเงินบาทแข็งค่า
อีกแรงหนุนสำคัญมาจากราคาทองคำโลกที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาทองคำสปอตขยับขึ้นสู่บริเวณ 4,275 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำ COMEX เดือนธันวาคม 2569 ปรับขึ้นเหนือ 4,330 ดอลลาร์ต่อออนซ์
การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ประกอบกับแรงซื้อของกองทุนในกลุ่ม CTA Trend-Following หลังเกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิค ส่งผลให้ราคาทองคำทะลุแนวต้านสำคัญ และช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าตาม
ตลาดหุ้นโลกเริ่มพักฐาน หุ้น AI ถูกขายทำกำไร
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน โดยนักลงทุนทยอยขายทำกำไรหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ท่ามกลางความกังวลว่าการลงทุนด้าน AI จะสร้างผลตอบแทนได้ตามคาดหรือไม่
ดัชนี Dow Jones ปรับขึ้น 0.49% ขณะที่ S&P 500 ลดลง 0.17% และ Nasdaq Composite ปรับลดลง 0.83% ส่วนตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 เพิ่มขึ้นเพียง 0.04% หลังหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่ม Healthcare ยังคงเผชิญแรงขาย
จับตา Nonfarm Payrolls ชี้ทิศทางเงินบาท
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า แม้เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าทดสอบระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ หรืออาจหลุดระดับดังกล่าวได้ในระยะสั้น แต่การแข็งค่าต่อเนื่องยังไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากตลาดรับรู้ปัจจัยบวกจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านไปมากแล้ว อีกทั้งยังต้องติดตามความเปราะบางของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ ยังเริ่มเห็นแรงขายสินทรัพย์ไทย โดยเฉพาะตลาดหุ้นจากนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งอาจจำกัดการแข็งค่าของเงินบาทในระยะต่อไป
ประเมินกรอบเงินบาท 24 ชั่วโมง
นักวิเคราะห์ประเมินว่า ค่าเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.95-33.20 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่
- ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ
- ยอดการประกาศปลดพนักงาน (Challenger Job Cuts)
- รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ในวันศุกร์
- ความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- ทิศทางราคาทองคำและเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ
ทั้งนี้ Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมองว่าเงินบาทมีความเสี่ยง Two-way Risk ในระยะสั้น โดยทิศทางจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และพัฒนาการของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เป็นสำคัญ