โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"เต๋า เศรษฐพงศ์" เจอฝันร้ายไซเบอร์ NAS พัง! แฮ็กเกอร์ล็อกไฟล์ เรียกค่าไถ่ Bitcoin

Manager Online

เผยแพร่ 06 ส.ค. เวลา 09.08 น. • MGR Online

เมื่อ "คลังข้อมูล" กลายเป็น "กล่องนรก" ชั่วข้ามคืนเมื่อ "เต๋า เศรษฐพงศ์ เพียงพอ" นักร้อง นักแสดง และยูทูบเบอร์ชื่อดังขอความช่วยเหลือสาธารณะต้องกลายเป็นเหยื่อรายล่าสุดของขบวนการอาชญากรรมไซเบอร์ระดับโลก หลังอุปกรณ์ NAS ส่วนตัว ถูกกลุ่มแฮกเกอร์บุกยึดครองแบบไม่ทันตั้งตัวพร้อมเรียกค่าไถ่ด้วยบิทคอยน์

ย้อนกลับไปวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าตัวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมกลืนศักดิ์ศรี โพสต์ข้อความผ่านเพจ "TaoPhiangphor" ร้องขอความช่วยเหลือจากสาธารณชน พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า "NAS ของผมโดน Ransomware ครับ หากใครรับกู้ข้อมูล หรือมีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถช่วยได้ รบกวนทัก Inbox มาได้เลยนะครับ"

เมื่อ "บ้านข้อมูล" ถูกยึดครองโดยไม่รู้ตัว

สิ่งที่ทำให้แฟนคลับและคนในวงการไอทีต่างพากันใจหาย คือธรรมชาติของอุปกรณ์ที่ถูกโจมตี NAS หรือ Network Attached Storage ไม่ใช่แค่ฮาร์ดดิสก์ธรรมดา แต่คือ "ศูนย์บัญชาการข้อมูล" ที่คนทำสายโปรดักชันอย่างเต๋าฝากทุกอย่างไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ไฟล์วิดีโอ งานตัดต่อ ไปจนถึงความทรงจำที่ประเมินค่าไม่ได้…เมื่อแฮกเกอร์เจาะเข้าไปได้ ก็เท่ากับยึดกุญแจทั้งบ้านไปในคราวเดียว!

ข้อความข่มขู่สุดหลอน อ้างเป็นระบบ Synology ปลอมตัวเนียนกริบ

ตามรายงานจากเพจ BT Beartai แบไต๋ ที่ได้สอบถามไปยังเจ้าตัวโดยตรง คุณเต๋าเปิดใจว่า เมื่อเข้าไปตรวจสอบ NAS พบว่าข้อมูลหายเกลี้ยง พร้อมข้อความจากแฮกเกอร์ที่แอบอ้างชื่อ "DiskStation Security" สวมรอยเป็นระบบความปลอดภัยของ Synology เอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือปลอมๆ ให้เหยื่อตายใจ

เนื้อหาข่มขู่ระบุชัดเจนว่า ข้อมูลทั้งหมดถูกเข้ารหัสและซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ลับ พร้อมเงื่อนไขสุดโหดต้องโอน 0.07 BTC ไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ระบุ ภายในกำหนดเส้นตาย 1 สิงหาคม 2026 พร้อมแนบ ID และหลักฐานการโอนเงิน ไม่ต่างจากการจับตัวประกันเรียกค่าไถ่ เพียงแต่ตัวประกันคือ "ข้อมูล" ไม่ใช่ "คน" และที่สำคัญคือมันเป็นไปไม่ได้ที่จะย้อนเวลากลับไปโอนเงินก่อนเกิดเหตุ เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 4 ส.ค. แต่ให้โอนเงินภายในวันที่ 1 ส.ค…….ความหวังเดียวที่มีคือไทม์แมชชีนโดเรมอนเท่านั้น

เต๋าไม่ใช่รายแรก! เมื่อ "แบไต๋" เองก็เคยเจอมาก่อน

ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น คือกรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่วงการสื่อไทยต้องเผชิญ เพราะเพจ BT Beartai เองก็เคยตกเป็นเหยื่อรูปแบบเดียวกันมาก่อนหน้านี้ไม่กี่ปี โดยพบไฟล์และโฟลเดอร์ทั้งระบบหายวับไปกับตา เหลือทิ้งไว้เพียงไฟล์ "Read Me First" ที่ประกาศกร้าวว่าระบบเครือข่ายของเหยื่อ "ไม่ปลอดภัย" อีกต่อไป

แฮกเกอร์กลุ่มนั้นถึงขั้นอวดอ้างว่าดูดข้อมูลไปแล้วกว่า 170 TB ซุกซ่อนไว้ในพื้นที่ลับเฉพาะ พร้อมเรียกค่าไถ่สูงถึง 0.12 BTC และย้ำขู่ห้ามเหยื่อพยายามกู้คืนข้อมูลด้วยตัวเองเด็ดขาด ตอกย้ำว่าธุรกิจอาชญากรรมไซเบอร์เรียกค่าไถ่ในไทยไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังคืบคลานเข้าใกล้ทุกบ้าน ทุกออฟฟิศ และแม้แต่คนดังระดับประเทศ

เช็กลิสต์ป้องกันตัวก่อนกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป กฏเหล็ก 6 ข้อสวมเกราะ NAS

บทเรียนจากเต๋า เศรษฐพงศ์ ไม่ควรผ่านไปเฉยๆ เพราะ Ransomware ไม่เลือกหน้า ไม่ว่าคุณจะเป็นคนดังหรือคนทั่วไป นี่คือแนวทางป้องกันที่ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้แนะนำ เพื่อไม่ให้ต้องมานั่งขอความช่วยเหลือแบบเดียวกันในอนาคต

1. สำรองข้อมูลแบบ 3-2-1 อย่าฝากไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว เก็บข้อมูลอย่างน้อย 3 ชุด ใน 2 สื่อบันทึกที่ต่างกัน และ 1 ชุดต้องแยกออกจากระบบเครือข่าย (Offline Backup) เพราะหาก NAS ถูกเข้ารหัส ไฟล์สำรองที่เชื่อมต่ออยู่ตลอดเวลาก็มีสิทธิ์โดนล็อกไปด้วย

2. อย่าเปิดพอร์ตเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยตรงถ้าไม่จำเป็น การเปิด Port Forwarding หรือ UPnP เพื่อเข้าถึง NAS จากนอกบ้านคือช่องโหว่ยอดฮิตที่แฮกเกอร์สแกนหา ควรใช้ VPN หรือบริการ Secure Access ที่ผู้ผลิตจัดให้แทน

3. ตั้งรหัสผ่านให้แข็งแรงและเปิด 2FA ทันที เปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้น (Default Password) ทุกครั้ง ตั้งรหัสยาวซับซ้อนไม่ซ้ำกับบัญชีอื่น และเปิดการยืนยันตัวตนสองชั้น (Two-Factor Authentication) เพื่อสกัดการเดารหัสอัตโนมัติ

4. อัปเดตเฟิร์มแวร์และแพตช์ความปลอดภัยสม่ำเสมอ ผู้ผลิตอย่าง Synology หรือ QNAP มักออกแพตช์อุดช่องโหว่อยู่เรื่อยๆ การปล่อยให้ระบบล้าสมัยคือการเปิดประตูรอโจรเดินเข้ามาเอง

5. จำกัดสิทธิ์ผู้ใช้งานและปิดบริการที่ไม่ใช้ ปิดฟีเจอร์หรือแอปพลิเคชันที่ไม่จำเป็นบน NAS ให้เหลือเฉพาะที่ใช้งานจริง พร้อมตั้งสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์แบบละเอียด ไม่ให้บัญชีเดียวเข้าถึงได้ทุกอย่าง

6. ติดตั้งระบบแจ้งเตือนและตรวจสอบ Log ผิดปกติ เปิดใช้งานการแจ้งเตือนเมื่อมีการล็อกอินผิดปกติหรือพยายามเข้าถึงจากต่างประเทศ เพื่อให้รู้ทันก่อนความเสียหายจะลุกลาม

ท้ายที่สุดแล้ว ในยุคที่ข้อมูลคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด การป้องกันไว้ก่อนย่อมดีกว่าการต้องมานั่งเจรจากับอาชญากรที่มองไม่เห็นหน้า เพราะบางครั้ง แม้จ่ายค่าไถ่ไปแล้ว ก็ไม่มีหลักประกันว่าจะได้ข้อมูลคืนมาจริง

บทเรียนราคาแพงที่ทุกคนต้องฉุกคิด

เหตุการณ์ของเต๋า เศรษฐพงศ์ กำลังกลายเป็นกระจกสะท้อนความเปราะบางของโลกดิจิทัลยุคใหม่ ไม่ว่าจะดังแค่ไหน มีทีมงานเพียบพร้อมเพียงใด หากไม่มีการสำรองข้อมูล (Backup) อย่างเป็นระบบ และปล่อยให้อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยไม่มีการป้องกันที่รัดกุม ก็มีสิทธิ์กลายเป็นเหยื่อรายต่อไปได้ทุกเมื่อ

อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าตัวยังคงรอความหวังจากผู้เชี่ยวชาญด้านไอที เพื่อกู้ข้อมูลอันมีค่ากลับคืนมาให้ได้มากที่สุด

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ

อ่านคอนเทนต์เพิ่มเติม คลิก!

'เหรียญ' พารวย

ส่องหุ้นกลุ่มรพ.ประกันสังคมเพิ่มค่ารักษา เป็น upside หุ้น BCH-CHG

ทันหุ้น

ส่องหุ้นกลุ่มรพ.ประกันสังคมเพิ่มค่ารักษา เป็น upside หุ้น BCH-CHG

ทันหุ้น

บิตคอยน์จ่อร่วง 2.8% ผวาเฟดขึ้นดอกเบี้ย เงินไหลออก ETF

TNN ช่อง16
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...